ตำนานแห่งลีอัส ป่าคริสตัลเรืองแสง
แสงจันทร์เทียนสีเหลืองทองหยอดประกายลงบนยอดไม้ใสกระจ่าง ป่าคริสตัลลีอัสเหมือนรวมดวงดาวนับพันพันไว้ในเงาไม้ ทุกกิ่งก้านใบเปล่งแสงพราว สะท้อนภาพคืนเยือกเย็นประหนึ่งโกศแก้วบรรจุฤดูฝัน เสียงกรอบแกรบเยียบย่ำหญ้าแก้วเบาดังลอดมา ตลอดแนวเส้นทางที่เลื้อยเข้าใจกลางป่ามีเงาของเด็กชายร่างเล็ก ผมหยักศกยุ่งเหยิง ใบหน้าอ่อนวัยตื่นกลัว เขาคือ ริว เด็กเก็บผลึกประจำหมู่บ้านลูนา ที่ชอบถูกเพื่อนล้อเรื่องเดินสะดุดต้นคริสตัลลื่นล้ม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ริวชูตะกร้าไม้ขึ้นส่องกับแสงเรือง ไล่สายตาหาผลึกสว่างที่ซ่อนอยู่ตามรากไม้ ทุกเช้าเขาจะมาที่นี่ เพื่อเก็บผลึกคริสตัลเอาไปใช้จุดแสงในหมู่บ้าน หากใครพบต้นคริสตัลที่ส่องแสงมากที่สุดในยามเที่ยงคืน จะได้โชคดีไปทั้งฤดู แต่ริวไม่เคยเจอ เขากลัวความมืด กลัวเงาของตัวเอง และกลัว ‘เสียงกระซิบ’ ลึกลับลอดออกจากหลังโขดหิน ที่ผู้ใหญ่ว่าคือ โทสะของอีออน สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ซึ่งผูกพันกับป่าแห่งนี้
มีตำนานเก่าแก่ว่า อีออน คือผีเสื้อวิญญาณสีเงิน ลำตัวโปร่งใสคล้ายเงาฝัน ที่คอยควบคุมฤดูกาลในลีอัส บางวันดั่งโดนจับคลุมร่มเงาม่านปริศนา บางครั้งเปล่งรัศมีเปี่ยมชีวิตครื้นเครง ทว่าใครมิรู้จักเคารพขอบเขตของป่า หากทำลายผลึกหรือเหยียบย่ำคริสตัล อีออนจะส่งเสียงกระซิบเป็นบทสวดคำสาป และครอบครองความโชคร้ายให้ทั้งฤดู
ขณะที่ริวคลำหาเม็ดคริสตัลใต้เงาดงคราม พุ่มไม้ด้านหลังเขากระเพื่อมอย่างแปลกประหลาด ลมหายใจริวสะดุด ร่างเขาแข็งทื่อ น้ำเสียงละมุนปนเศร้าดังแว่ว “เจ้าเป็นใคร…” ริวหันขวับ ตะกลามตะกร้าหาไม้เสียบคริสตัลด้วยมือตัวเองที่สั่นเทา ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ใดที่เคยรู้จัก มันคือแสงโค้งมนเกือบโปร่งใส กางปีกตัดกับแสงจันทร์ ปีกนั้นยาวโอบตัวเงาเหมือนไหมแก้ว
“อีออน…” เสียงหลุดจากปากอย่างไม่รู้ตัว เขาติดกับตำนานหรือความจริง ริวกระถดหลัง ไหล่กว้างของสิ่งมีชีวิตนั่นก้มลงระดับสายตาเขา อีออนยิ้มบางด้วยแววตาเปล่งประกายสีเขียวหยาดหยด มุมปากขยับช้า ๆ “ไม่ต้องกลัว ข้าเพียงมาดู เจ้าเป็นเด็กคนเดียวที่ไม่เคยขโมยคริสตัลมากกว่าที่ควร” ริวอ้าปากจะตอบ เสียงแผ่วเบา “แต่ข้ากลัวความมืด…กลัวเสียงกระซิบ…” อีออนหัวเราะนิด ๆ “เจ้ากลัว ข้อนั้นข้ารู้ แต่เจ้ายังมา นั่นคือความกล้าเช่นกัน”
ขณะที่สายลมเยียวยาพัดกลิ่นอายเวทมนตร์ แสงคริสตัลพลันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนทั้งป่า ริวกับอีออนเดินเคียงกันลึกเข้าสู่ป่าคริสตัล เสียงฝีเท้าและลมหายใจต่างเต้นจังหวะเดียวกัน ริวซักถาม “ทำไม…ผลึกที่นี่ถึงส่องแสงมากกว่าตอนที่ข้าอยู่ในหมู่บ้าน?” อีออนยิ้ม “นี่คือหัวใจของลีอัส ต้นฤดูที่ชีวิตในป่ากำลังเริ่มใหม่อีกครา ถ้าเจ้าตั้งใจฟังจะได้ยินเสียงหัวใจของป่า”
เมื่อเดินมายังลานผลึกกลางป่า ซึ่งมีต้นคริสตัลยักษ์ใหญ่โตปกคลุมเงาไปถึงดวงดาว ริวเห็นว่ารากใต้พื้นเปล่งแสงเย็น และตรงกลางมีหลุมว่าง ๆ ไม่เหมือนเคย อีออนเบนสายตาเศร้าลง “ใบปีกของข้าหลุดสูญหาย การไม่มีปีกแห่งคีรีน่า ป่าจะกลายเป็นนิรันดร์ราตรี ไม่มีรุ่งอรุณ ไม่มีแสง ไม่มีฤดูใหม่”
ริวอ้าปากค้าง “ไม่มีฤดูใหม่?” โลกทั้งใบของเขาหมุนคว้าง ทุกความหวังแห่งหมู่บ้านที่ต้องพึ่งพาคริสตัลจะหมดลง มนุษย์ที่เคยล้อเลียนเขา กลับฝากความหวังที่อ่อนแอที่สุดในหมู่บ้าน “แล้วจะหา…ปีกแห่งคีรีน่าเจอได้ที่ไหน”
อีออนเงียบไปครู่หนึ่ง “มีแต่ผู้กล้าที่ดวงตาไม่ปิดตายต่อความกลัวเท่านั้น จึงจะฟังเสียงปีกคีรีน่าได้” ริวนิ่งงัน เขาอ่อนแอ เขากลัว แต่ในนาทีนั้นเขาตัดสินใจจะลอง ไม่มีใครเป็นผู้กล้าโดยกำเนิดได้ถ้าไม่เริ่มเดิน “ข้าจะไป หาให้เจอ”
อีออนเอื้อมปีกกึ่งโปร่งใสสัมผัสไหล่ริว ส่งต่อประกายฟ้าจาง ๆ “หนทางเหนื่อยยาก เจ้าต้องระวัง พายุเงาหลอนกำลังตื่น มันกินแสงที่เหลือในป่า” ความกลัวในอกริวแปรเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่ใกล้เคียงความกล้า เขาถอนหายใจและเริ่มก้าวสู่เส้นทางที่ไม่เคยมีใครกล้าเดิน
ก้าวแรกของการผจญภัยริวเต็มไปด้วยเสียงแปลกประหลาด ฝูง ‘ฟิโว’ แมลงปีกใสเสมือนเกล็ดน้ำแข็งบินคว้างเหนือหัว ฝูงนี้จะว่องไวเป็นพิเศษเมื่อใกล้แหล่งเวทมนตร์ พวกมันแอบเอาคริสตัลผลึกเล็ก ๆ ไปซ่อนในรังโพรงไม้ และนำเศษใบไม้หุ้มปกป้องแสงไว้ ริวต้องคลานลอดขอนไม้ตามร่องรอยผลึกเล็ก รวมพลความกล้าต่อกรกับฝูงฟิโวที่ยกตัวยีดยวน เขาเผลอตะโกนไล่แต่เสียการทรงตัวจนล้มลงกับพื้น
อีออนบินวนเหนือหัว “วิธีเดียวจัดการฟิโวคือต้องใจเย็น เข้าใจจังหวะของพวกมัน เข้าหาเวลาเงียบ พวกมันกลัวเสียงดังนะเจ้า” ริวหอบหายใจพักนิ่ง พยายามตั้งสติ แล้วเดินเบาขึ้น เลือกเก็บผลึกเงียบ ๆ และพูดกับฟิโวเบาแทนตะโกน เจียวเจ้าของฝูงฟิโเล็กกระพือปีกเข้ามาใกล้จนเกือบโดนจมูก “ถ้าเจ้าฝากผลึกข้าไว้ ข้าจะไม่ตะโกนเสียงดังอีก”
ฟิโวพอใจบินวนไว้ใจขึ้น ส่องแสงวิบวับ แต่ไม่พาไปยังรังปีกคีรีน่า ริวได้เพียงก้อนผลึกเล็กเป็นรางวัลปลอบใจ คืนนั้นเขาจุดผลึกให้แสงอ่อนนุ่มส่องนำทางทุกก้าว ภายในใจเขาเริ่มเข้าใจว่าบางครั้ง อ่อนโยนกว่าจะแข็งกร้าวก็คือพลังวิเศษของมนุษย์
สองวันผ่าน ริวฝ่าป่าลึก พบเงา ‘รานูมา’ สิ่งมีชีวิตคล้ายแพะเขาคราม หางยาวพันเกลียว ปกติจะซ่อนตัวใต้รากผลึก แต่นัยน์ตาคมวาวของมันเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหว ริวเก็บแกนคริสตัลที่ตกค้าง ยื่นแบ่งปันให้รานูมา แต่โดนขู่ เสียงร้องฮึ่มแหลมกระทบหูจนน้ำตาซึม อีออนเตือน “รานูมาพิทักษ์สมบัติของป่า เจ้าต้องแสดงให้มันเห็นว่าเจ้ามาด้วยไมตรี”
ริวลองหาใบไม้แห้งแล้ววางทับผลึก แบ่งบางส่วนทิ้งไว้แทนที่ที่เก็บมา รานูมาคลายความระแวง แล้วยอมให้เขาผ่านไปยังดงหินแก้ว ริวลูบแผลถลอกจากการต่อสู้กับรากไม้ สาบานกับตนเองว่าครั้งต่อไปจะคิดให้รอบคอบก่อนลงมือ
คืนหนึ่ง ระหว่างรอโอกาสพบร่องรอยคีรีน่า ริวเห็นเงาเรืองแสงไหลเวียนทั่วโคนต้นไม้ เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นรอบตัว เขาหลับตา ระลึกถึงเรื่องราวที่อีออนเคยเล่า ตะโกนออกไปเบา ๆ “ข้าไม่ได้มาขโมย ข้ามาเพื่อรักษาสมดุลให้ป่า” ทันใดนั้น เมฆหมอกสีเขียวซ้อนตัวคลี่คลุมดงคริสตัล เบื้องหน้าเขานั้นเอง ปีกแห่งคีรีน่าลอยเอื่อยประดุจเศษแสงแห่งรุ่งอรุณ
แต่พอเขาขยับเข้าใกล้ เสียงพายุเงาหลอนดังกระชากลอยมาสกัดขวาง พายุนี้เป็นปรากฏการณ์หนึ่งเดียวในลีอัส มันไม่มีตัวตน แต่ดูดกินความกลัวและความลังเลของผู้ที่พบเจอ ริวเริ่มได้ยินเสียงตัวเองในอดีตซ้อนทับหัวใจ “เจ้าอ่อนแอ เจ้าเป็นเพียงเด็กเก็บผลึก” ริวมือสั่น แต่ครั้งนี้เขาไม่ถอย เขายืนเผชิญหน้ากับพายุ เอ่ยขึ้น “ข้ากลัว…แต่ข้าจะไม่ให้ความกลัวมีชัย”
เมื่อยอมรับความกลัว พายุเงาหลอนค่อย ๆ จางหาย ทิ้งไว้แต่ปีกแห่งคีรีน่าและลานป่าที่กลับมาเป็นปกติ ริวเก็บปีกมาไว้ในอุ้งมือ อีออนปรากฏตัวขึ้นกลางแสงคริสตัล น้ำตาเปื้อนแก้มบาง ๆ บนใบหน้าโปร่งแสง “เจ้าทำในสิ่งที่ข้าไม่อาจทำได้ นั่นคือ ยอมรับว่าตนกลัวและยังกล้าเดินไปต่อ”
อีออนรับปีกไป ลมหายใจแห่งฤดูกาลใหม่พัดผ่าน เสียงคริสตัลแตกตัวกลายเป็นละอองแสงสาดทั่วป่า ปีกของคีรีน่าสะบัดขยายกลายเป็นสายรุ้งโอบคลุมผืนป่าลีอัส สัญญาณแห่งฤดูใหม่บังเกิดรอบตัว ฝูงฟิโวเฉลิมฉลอง ท่ามกลางแสงฝนผลึก รานูมาหลีกตัวออกมายอมรับเขาในฐานะผู้คืนสมดุล
ริวกับอีออนเดินกลับมาเคียงข้างกัน มิตรภาพที่เปราะบางระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตแห่งป่าค่อย ๆ แข็งแรง ริวเดินกลับถึงหมู่บ้าน ไม่ใช่เด็กขี้ขลาดคนเดิม ทุกคนเงียบ ก่อนเสียงเด็กหญิงคนหนึ่งตะโกนถาม “เจ้าทำได้อย่างไร?”
ริวยิ้ม “ข้าไม่ได้เอาชนะความกลัวได้ ข้าแค่ไม่ยอมแพ้ต่อมัน”
ในคืนต่อมา แสงผลึกขับประกายสว่างกว่าเดิม หมู่บ้านลูนากลับมามีความหวังอีกครา ตำนานใหม่จารึกรอยไว้ที่ขอบป่าคริสตัลเรืองแสง เด็ก ๆ เล่าสั่งสอนกันรุ่นสู่รุ่น ว่า ความกล้าจริงนั้น ไม่ใช่การไร้ความกลัว แต่คือการก้าวต่อไปพร้อมกับความกลัวด้วยใจที่บริสุทธิ์ ฝูงฟิโวบินวนเหนือหัว ขณะที่ผีเสื้อวิญญาณอีออนโบยบินไปกลางสายหมอก ฝากดาวตกไว้แทนราตรีนิรันดร์ของลีอัส