สายน้ำแห่งความทรงจำและเงาแห่งสายลม
หมอกสีเทาอ่อนคลี่ตัวเหนือปลายยอดเมฆ เมื่อแสงแรกแห่งวันกระทบพื้นผิวมุกของแม่น้ำเมโมเรีย เสียงสายน้ำกระซิบเบา ๆ คละคลอไปกับเสียงสายลม เด็กหญิงนามว่า “ธาริน” นั่งกอดเข่าริมตลิ่ง ลมหายใจเธอแผ่วเบา ราวกลัวเสียงตนเองจะรบกวนเสียงกระซิบของอดีตในสายน้ำสายนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ธารินมักแอบมานั่งตรงนี้เสมอ เธอหวังจะได้ยินเสียงแม่ผู้จากไป แม้จำได้ลางเลือนว่าท่านเคยร้องเพลงกล่อมเธอจนนอนหลับริมแม่น้ำทุกคืน เหลือไว้แต่ไออุ่นลาง ๆ และความว่างเปล่าในอกเด็กหญิง
ช่วงสาย ๆ ขณะดวงตะวันทอแสงสีทองบางเบา ลมเหนือเมฆกระพือผ่าน “ลูเมลิส” สัตว์วิเศษประจำตระกูลโผล่หัวออกมาเจือจางในเงาต้นเฟยานทิม่าน้ำ มันมีร่างเท่าลูกสุนัข ช่วงตัวยาวนุ่มดุจขนไหม เงาของมันไม่ใช่สีดำ แต่โปร่งใสราวสายลมอ่อนที่ไหลเวียนรอบตัว ดูเหมือนไม่มีตัวตน ลูเมลิสมองธารินด้วยตาโตใส กลิ้งลูกสนด้วยจมูกอันเปียกเย็น
“จะรอฟังเสียงอดีตอีกนานไหม” ลูเมลิสส่งเสียงในใจ คลื่นความคิดของมันคือสายลมที่กระซิบกระซาบ ธารินส่ายหน้า น้ำตาติดอยู่ปลายขนตา
เสียงเข็มขัดของเธอสั่นเบา ๆ มีกระดิ่งลูกเล็กห้อยอยู่ “ฉัน… ฉันกลัววันหนึ่งจะลืมหน้าแม่ไป”
ฟองลมใสจากร่างลูเมลิสลอยวน “หากเจ้ากลัวความลืมเลือนจนไม่กล้าก้าวต่อไป เจ้าจะไม่มีวันได้พบสิ่งใหม่ในชีวิต” มันว่าอย่างนุ่มนวล
เงาสะท้อนสีเงินในสายน้ำค่อย ๆ กระเพื่อม เสียงแผ่วกลายเป็นเสียงพึมพำ ม่านหมอกค่อย ๆ เลือนเห็นรูปร่างคนเดินโงนเงนธารินตะลึง และโดยไม่ทันตั้งตัว—เงาดำขนาดใหญ่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นกลางแม่น้ำ เงานั้นดิ้นพล่านแล้วกลืนกินเงาอื่น ๆ ไปอย่างไร้เสียง
ธารินผงะถอยจนหลังชนต้นไม้ “มันคืออะไร?”
“เงาแห่งสายลม…” ลูเมลิสเอ่ยเบา ๆ “มันมีแต่ในตำนาน… เงาที่เกิดจากอดีตและความกลัว… พลังมันเพิ่มขึ้นได้หากมนุษย์หลบหนีสิ่งที่เจ็บปวด”
สายน้ำแห่งความทรงจำเริ่มเปลี่ยนสีจากฟ้าสะอาดเป็นเทาหม่น เงาดำพล่านและชักเส้นเงาคนจากฝั่งเข้ากลืนหายลงไปเหมือนดูดกลืนตัวตน ธารินกัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนสั่นสะท้านของหัวใจ
“เราต้องทำอะไรสักอย่าง” เธอกระซิบ
ลูเมลิสหรี่ตา “ข้ามแม่น้ำและไปยังกลางกระแสน้ำ เจ้าต้องยอมสละบางส่วนของอดีต เพื่อให้แม่น้ำสมดุลอีกครั้ง”
เสียงกระพือของเงาและสายลมพัดรุนแรงขึ้น ธารินต้องหรี่ตาหันหน้าฝ่าหมอก เธอคว้าหางลูเมลิสแน่น “ไปด้วยกันนะ!”
ก้าวแรกเหยียบลงในน้ำเย็นยะเยือก เด็กหญิงรู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างกลวงเบา ความกลัวเกาะรัดใจ ขณะที่ฟองคลื่นโปร่งใสจากร่างลูเมลิสไหลเวียนอยู่รอบตัวกันไว้จากเงาดำ
สายน้ำพาเธอย้อนเข้ากลางแม่น้ำ ทั้งสองเห็นวิหค “วิเรโอ” โบยบินเหนือน้ำ เพียงขาวกาแลนสีฟ้าแวววาวเป็นลายคลื่น มันคือสัตว์วิเศษผู้คอยชี้ทางให้ผู้กล้า เหยียบหยาดควันน้ำปุยต่ำ เฉพาะผู้เคยสูญเสียจึงมองเห็นมันได้
ธารินเหลียวมองเห็นแสงริบหรี่ใต้น้ำ เงาแห่งสายลมขยายตัว กลืนคลื่นความทรงจำที่ล่องลอยเป็นรูปร่างคน พ่อค้าเฒ่าหยุดเรือข้ามฟากตรงตลิ่ง “ไม่มีใครข้ามสายนี้ได้โดยไม่ทิ้งเงาไว้เบื้องหลัง” เขาว่าแล้วหัวเราะเสียงแผ่วแตก
“ข้าไม่กลัว…” ธารินสั่นแต่ไม่ถอย “แต่ข้าต้องรักษาดินแดนของข้า”
เด็กหญิงกระโดดขึ้นเรือเล็ก ลูเมลิสตามมาติด ๆ พ่อค้าเฒ่าบังคับเรือเคลื่อนผ่านม่านหมอก “เจ้าจะทิ้งอะไรไว้?”
ฟองน้ำใสรอบตัวธารินส่องสะท้อนราวกระจกธารา เธอหลับตา นึกถึงใบหน้าแม่ในห้วงความทรงจำสุดท้าย “ข้าจะทิ้งความกลัวที่จะลืม…” เสียงเธอเบา “ขอจดจำแม่ในหัวใจ แม้ภาพในหัวจะค่อย ๆ เลือน”
เรือเล็กไหลล่อง ม่านหมอกจากจางเป็นขาวบริสุทธิ์ เงาแห่งสายลมหรี่ตาลง ทรงเรียวกายจางราวจะละลายในสายหมอก ธารินสัมผัสถึงความเบาบางในอก ราวได้ปลดปล่อยบางสิ่งเสียที
“แม่น้ำจะไหลต่อได้เมื่อผู้คนไม่เก็บอดีตไว้จนเน่าเสีย ใจเจ้าก็เช่นกัน” พ่อค้าเฒ่ายิ้มบาง
กลางสายแม่น้ำ พวกเขา遇เจอ “เงาแห่งวันวาน” สัตว์วิเศษรูปทรงเหมือนปีกสองข้างแต่โปร่งใสเป็นม่านน้ำค้าง เย็นจัด ผู้ใดเข้าใกล้ร่างจะรู้สึกเศร้าเกินทน หากไม่มีความหวัง ถูกดูดกลืนจนจมดิ่งอดีตเอง ธารินยกมือป้องหน้า สักพักเงาวิเศษนั้นสั่นไหว ราวเห็นบางอย่างในดวงตาเธอ มันเอ่ยเสียงก้องในหัว “ใครกำลังเดินไปข้างหน้า ข้ายอมให้ผู้นั้นข้าม”
หลังจากนั้น เงาวิเศษแหวกม่านน้ำให้เรือและพวกเขาผ่าน ธารินสัมผัสถึงแสงแดดอบอุ่นตีขึ้นกลางสายหมอก ขณะนั้น ลูเมลิสกระซิบ “เจ้าก้าวข้ามอดีตได้แล้วหรือ”
“ยัง… แต่ข้าจะพยายาม” ธารินซ่อนยิ้มเศร้าในมุมปาก
เมื่อเรือลอยมาถึงกลางแม่น้ำหมอก เงาแห่งสายลมกลับปรากฏตัวขึ้นใหญ่กว่าครั้งใด เงาสีคลื่นขยายปลายหางไหลจากฝั่งถึงฝั่ง กลืนกินคนในอดีตอีกครั้ง ธารินขนลุก เงาน้ำขุ่นอย่างน่ากลัว ลูเมลิสกระโดดตัดหน้า “ขอให้ข้าร่วมแบกรับเงาของเธอด้วย”
คลื่นเงาพุ่งเข้าใส่ลูเมลิส ร่างสัตว์วิเศษสั่นระริก ทันใดนั้นแสงจากฟองใสรอบตัวมันระเบิดออกกลายเป็นเสียงสายลมวิ่งตีกระจาย เงาแห่งสายลมกระอักจนร่างบางส่วนหายไป แต่ก็ส่งเสียงแผ่ว “ไม่มีใครลอยผ่านได้หากไม่ยอมรับเงาของตนเอง”
น้ำตาไหลจากตาธาริน เธอเผชิญเงาของตัวเอง—ความหวาดกลัวว่าจะสูญเสียทุกคนที่รัก ด้วยใจที่เปิดรับครั้งแรก เธอไม่ขับไล่ ไม่หลบหนี แต่โบกมือต้อนรับเงานั้น
เงาแห่งสายลมหยุดนิ่ง เงาดำค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีฟ้าอ่อนซึมในสายน้ำ เงาหลอมรวมกับคลื่นใสกลายเป็นพยับแดด ทันใดนั้นแม่น้ำเมโมเรียสว่างเรืองรอง ลูเมลิสกลับมีร่างเป็นประกายเงินนวลเต็มที่ ตาโตใสของมันเปล่งแสงดุจจันทร์
ตะวันบ่ายเคลื่อนคล้อย หมอกเหนือเมฆาจางลง ภูเขาคริสตัลปลายฟ้ายืนเด่น ตำนานกล่าวว่าที่นั่นคือที่พักของวิญญาณผู้กล้าข้ามอดีต ธารินยิ้มบาง ทรุดตัวลงข้างลูเมลิส กุมมือพร้อมสายลมอุ่น ๆ โอบรัดเธอไว้
“ขอบคุณ…” เธอพูดเบา ๆ
เสียงร้องวิเรโอแว่วกังวาน “ทุกความทรงจำมิใช่กรงขัง หากคือสะพาน”
แสงตะวันเย็นทาบไล้แม่น้ำ สายน้ำไหลต่อโดยไร้เงามืด ทุกฝั่งอุดมด้วยดอกเฟยานบานสะพรั่ง ธารินมองหน้าแม่ในความทรงจำอีกครั้ง เธอยิ้มอย่างเข้าใจ—แม้ภาพจะเลือน แต่หัวใจนั้นมั่นคง
ณ ฟากฟ้าเหนือเมฆา ดินแดนแห่งความทรงจำและสายลมได้กลับคืนสู่สมดุลอีกครั้ง … และนิทานก็ถูกกล่าวขานสืบต่อไปว่าตราบใดที่มนุษย์กล้ายอมรับเงาของตนเอง แม่น้ำจะใสราวกระจก และสายลมจะผิวนวลคลอเคลียเสมอ