ตำนานแห่งวารีส่องจันทร์
ม่านหมอกสีฟ้างามระยับลอยอยู่เหนือโลกอันกว้าง เวลาค่ำคืนในนครแห่งพระจันทร์ไม่เคยเงียบเหงา ดอกไม้แสงระยิบในกระถางห้อยใต้ท้องฟ้าเปล่งประกายแข่งกับดวงจันทร์กลมโต เจิดจันทร์ เพียงเด็กสาวผู้มีรอยยิ้มขี้สงสัย มักเฝ้ามองแม่น้ำวารีส่องจันทร์ซึ่งคดเคี้ยวเรืองรองเสมือนเส้นไหมเงินไกลตา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ทุกคืน เธอจะเดินขึ้นระเบียงสูงสุด ฟังเสียงขับลำนำของชาวเมืองลอยฟ้า พลางเอื้อมมือไล้แสงจันทร์ที่สะท้อนบนปีกกระดิ่งซึ่งแขวนไว้เป็นเครื่องบูชาในศาลเล็ก ๆ พวกผู้ใหญ่ร่ำลือกันว่า แม่น้ำนั้นเก็บงับแสงจันทร์และความทรงจำเก่าแก่ของนคร ลอยเลื่อนผ่านราตรีอันแสนยาวนาน
แต่คืนนี้ท่ามกลางเสียงขับขานกล่อมเมือง เจิดจันทร์วิ่งควับลงบันไดโยกเยก รีบกลับบ้านเล็กกลางแสงไฟอ่อน ๆ
แม่ของเธอนอนอยู่ในห้องขาวสลัว ร่างซูบผอม เหตุป่วยที่หายยาก ใบหน้าของแม่ซีดราวดวงจันทร์ลับ พระบิดาพยักหน้าช้า ๆ
“น้ำวารีส่องจันทร์เท่านั้นจึงรักษาได้ แต่ฝั่งแม่น้ำอยู่ถัดออกไปยังผืนนอก ไม่มีผู้ใดกล้าข้าม ห้ามเวทมนตร์ปกปักรักษา”
เธอเม้มปากแน่น ทั้งกลัวทั้งไม่อาจปล่อยแม่จมหายเช่นนี้
ค่ำคืนดำเนินไปอย่างเฉื่อยชาในบ้าน เจิดจันทร์ตัดสินใจเดินฝ่าความมืดอย่างเงียบเชียบ เธอกระชับเสื้อคลุม ระบายลมหายใจ ลอบออกนอกเมืองผ่านเส้นทางแขวนเสี่ยงอันตราย
เมืองแห่งพระจันทร์ลอยนิ่งบนเสาแก้วแวววาว ทางเชื่อมระหว่างเกาะนั้นมีเพียงสะพานบางราวเส้นด้าย เธอเดินอย่างหวาด ๆ ใต้ฝ่าเท้าคือลำน้ำสีนวลที่ส่องประกายเพชร
เสียงกระดิ่งดังพลิ้วท่ามกลางลม เจิดจันทร์ถึงริมฝั่งแม่น้ำได้ในที่สุด ใจเธอเต้นแรง เธอหย่อนถังไม้ลง คลำหาแสงระยิบในน้ำมีมนตรา
ทันใดนั้นวารีกลับลุกโพลง เสียงหวีดแหลมประหลาดกึกก้อง สัตว์ตัวมหึมาแหวกน้ำขึ้นมา ร่างโปรงใสสลับเฉดเงา เม็ดแก้วกลมลอยรอบตัว วิ่งหมุนวนเหมือนดาวฤกษ์ — นั่นคือราลุน ผู้พิทักษ์น้ำวิเศษในตำนาน
ราลุนเบิกตากว้าง เสียงมันปนสำเนียงกังวาน “เจ้าเด็กน้อย ผู้ต้องการน้ำศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดคิดข้ามเส้นแห่งคำสาป?”
เจิดจันทร์สะดุ้งหัวใจ เธอท่าทางสั่น แต่เอ่ยเสียงเบา “ข้าต้องการช่วยแม่ของข้า ท่านราลุน ได้โปรด…”
ราลุนส่ายหัว ดีดฟองแสงอ่อน “น้ำนี้ไม่ใช่เพื่อใครผู้เดียว มนตราเฝ้ารักษาสมดุล หากเจ้าริบไป ผู้คนเมืองเจ้าจะสิ้นบุญเวทและดวงจันทร์จะไม่ฉายอีก”
เสียงกระซิบของคลื่นพัดผ่าน เจิดจันทร์น้ำตาซึม ไม่กล้าสบตาสัตว์วิเศษ
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างเคลื่อนใต้วารี แผ่วเบาแว่วจัดจ้าน ดอกบัวเรืองแสงผลิบาน ราลุนทอดสายตาตรงไปยังสะพานเมือง
“ข้ารู้ว่าเจ้ามีหัวใจดี ผู้อยากช่วยคนที่รักที่สุด จงไปพิสูจน์ว่าหัวใจเจ้าปรารถนาความสมดุลหรือเพียงเพื่อคนของเจ้าเอง หากทำสำเร็จข้าจักมอบน้ำแห่งแสงจันทร์ให้”
ราลุนยื่นลูกแก้วแปลกสีฟ้าให้ “จงตามเส้นทางเรืองแสงในวารี ภายใต้มาสู่ใจแม่น้ำ เจ้าจะพบคำตอบแห่งตนเอง”
สายลมแผ่วพัด เสียงขับลำนำของเมืองลอยฟ้านั้นเงียบสงบไปแล้ว
รุ่งเช้าเจิดจันทร์เริ่มเดินตามเส้นทางแสงที่เกิดจากลูกแก้ววิเศษ มันส่องทางในหมอก เธอก้าวไปท่ามกลางป่าปราการน้ำสีแพร วารีบางเป็นแพรทอแสงพลิ้วไหว เสียงน้ำกระซิบถ้อยคำโบราณ หลอกหลอนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอเดินฝ่าเข้าไปในราวป่าเจือไอหมอก จุดที่น้ำพุ่งเป็นม่าน ใบไม้โปร่งแสงส่องระย้าเช่นม่านแก้ว พลันเสียงแปลกดังขึ้น เป็นเจียนัตต์ — นกเรืองแสงผู้ชี้ทางในตำนานป่าเหนือ
เจียนัตต์ส่งเสียงร้องต่ำ หยั่งเสียงน้ำใต้ฝ่าเท้า ถามด้วยเสียงคล้ายมนุษย์: “ทำไมเจ้าจึงเดินต่อในเส้นทางอันเปลี่ยว?”
เจิดจันทร์ลังเล เจ็บแปลบในอก เธอนึกถึงแม่ และตอบด้วยแววตาหน่วงหนัก “ข้า…กลัว กลัวจะเสียแม่ไป ข้ากลัวความเดียวดาย แต่ข้าก็อยากรักษาแสงจันทร์แห่งเมืองของข้า ไม่อยากสูญเสียผู้ใด…”
เจียนัตต์ตอบเบาเอื่อย: “ผู้ที่เข้าใจความกลัว มีแสงในใจปกป้องตนเองและโลกได้” มันกระพือปีกเรืองแสงนำทาง เธอตามไปจนถึงลานกลางป่า มีบึงวารีส่องจันทร์ลึกสุดลูกหูลูกตา
กลางบึงนั้น มีกระจกใสบานมหึมาลอยเอื่อยเป็นเกลียว ทอเงาจันทร์พร่างพราย เธอจับลูกแก้วแน่น มือสั่น กล้าแต่ยังกังวลในหัวใจ
เธองึมเงียบดูเงาของตนในกระจก กลับพบภาพแม่ยิ้มให้ มันสั่นไหว ก่อนจะละลายเป็นฝุ่นแสง กระจกนี้คือด่านทดสอบใจแท้ของผู้กล้า
เมื่อเงาของเธอเลือนราง เจิดจันทร์หลั่งน้ำตา ทุบเข่า ตะโกนกลางบึง “ข้าไม่อยากเสียอะไรอีก! ข้ากลัว คิดถึงแม่…แต่ข้าก็รู้ว่า หากเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์กลับไป โลกนี้จะเสียไปมากกว่าเดิม ข้ากลัวสิ่งที่ข้าทำจะพาให้สิ่งดี ๆ หมดสิ้น”
บึงสงบลง กระจกส่องจันทร์แตกออก กลายเป็นละอองแสงที่วนเวียนรอบเธอ ราลุนปรากฏตัวใหม่ มันโค้งต่ำช้า ๆ
“ผู้ที่กล้าเผชิญใจตัวเองสุดท้ายจะพบคำตอบ ข้าเห็นเจ้าแล้ว ร้องไห้ได้ เจ็บได้ แต่ไม่หลบหนี เจ้าจงรับรู้ว่าแท้จริงหัวใจมนุษย์เปราะบางและแข็งแกร่งอยู่ร่วมกัน”
ราลุนถ่ายทอดเวทมนตร์สายหนึ่งลงในลูกแก้วของเธอ “เจ้าจะได้หยดน้ำวารีศักดิ์สิทธิ์ แต่มิใช่เพื่อดึงมันออกจากสมดุล หากแต่ให้หยาดหนึ่งผสมกับน้ำใจและการให้อภัย นั่นจะเยียวยาสิ่งที่ถูกผูกไว้ด้วยความรัก”
มันนำเธอกลับขึ้นฝั่ง เสียงสายน้ำฮัมเพลงเก่าแก่ เจียนัตต์ตามมาเป็นมิตร สารวัตรสารพัดสัตว์วิเศษแห่งลำน้ำส่งเสียงทักทายประหลาดใจ
เมื่อกลับถึงเมือง เจิดจันทร์แบ่งน้ำจากลูกแก้วผสมกับน้ำธรรมดา ประพรมน้ำตกบนหน้าผากแม่กันอย่างอ่อนโยน
เธอหลั่งน้ำตาด้วยความหวัง ขณะเดียวกัน เมืองทั้งเมืองก็ได้ชื่นชมสายวารีเรืองแสงอ่อนๆ จากปลายนิ้วเธอ ทุกผู้คนรับรู้กระแสแห่งรักและความสมดุลในชีวิตใหม่ เมืองลอยฟ้าค่อย ๆ สว่าง ล่องลอยสู่ขอบฟ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
เจิดจันทร์เดินไปยอดหอคอย มองแสงจันทร์ คืนนี้เธอได้รู้จักความกล้าหาญในความกลัว และเข้าใจว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เพียงเวทมนตร์มหัศจรรย์ หากคือหัวใจที่พร้อมจะแบ่งปันและให้อภัย
ราลุนกับเจียนัตต์ลอยผ่านสายลม หัวเราะกับแสงจันทร์ เรื่องราวกลายเป็นตำนานเล่าสู่กัน ฟังถึงเด็กสาวผู้รักษาทั้งบ้านเกิดและโลกของตน ด้วยหัวใจที่ปกคลุมด้วยแสงจันทร์และน้ำใจอันนิรันดร์