ตำนานน้ำตาของจันทรินทร์
เงาสะท้อนของต้นไม้เรืองแสงลอยระยิบระยับเหนือผิวทะเลสาบคริสตัล ราวกับมวลหมอกส่องประกายดวงดารา สีเงินอมเขียวไหลเวียนอยู่ทุกอณูอากาศ เพลงของแมลงกลางคืนขับขานแผ่วเบาเป็นท่วงทำนองลึกลับที่โปรยปรายอยู่ในสายลมเย็นเยียบ ไม่ไกลจากริมน้ำ ร่างของเด็กหญิงนั่งคุดคู้อยู่ใต้ต้นวารินทร์ ต้นไม้ที่ใบร่วงจากปลายกิ่งกลายเป็นเกล็ดแก้วเมื่อกระทบดิน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเหงาและหวาดกลัว ราวกับกำแพงล่องหนที่กั้นเธอจากทุกชีวิตรอบข้าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ชื่อของเธอคือ เซณา เธอเติบโตในหมู่บ้านมณฑา โอบล้อมด้วยป่าคริสตัลที่ไม่มีใครกล้าเดินลึกเข้าไปในยามรัตติกาล นอกจากผู้มีคำสาปติดตัว เซณาไม่อาจหลับฝันมาหลายปี เพราะแสงจันทร์ที่ส่องลงมาตรงหน้าต่างกระท่อมเธอยามค่ำคืน หมอผีประจำเผ่าเคยบอกว่า “เลือดในตัวเจ้าถูกความโศกของจันทรินทร์จับจอง” แต่เธอไม่เข้าใจ เหตุใดดวงจันทร์ถึงร้องไห้ถึงเพียงนี้
ลึกเข้าไปในใจป่าวันนั้น แสงจันทร์เต็มดวงฉายผ่านม่านหมอกแก้วแวววาว เซณาได้ยินเสียงกระซิบเบาบาง “น้ำตาของจันทรินทร์จะปลดปล่อยเจ้าจากเงามืด” เสียงนั้นชวนให้ฝันได้ ทั้งที่เธอไม่เคยฝันมาก่อน
เช้าถัดมาเมื่อหมอกเริ่มจาง เซณาเดินกลับสู่หมู่บ้าน ขณะเกิดเสียงระฆังคริสตัลกังวานจากหอเฝ้าป่าซึ่งเตือนผู้คนถึงวิญญาณเร่ร่อน ก่อนใครๆ จะตื่นขึ้นเต็มที่ เธอลอบเดินไปพบกับผู้เฒ่าอารี ผู้เฒ่าเล่าว่า ป่าคริสตัลมีใจกลางที่ยังไม่มีผู้ใดย่างเท้าเข้าไปเท่าถึง แกนกลางป่าแห่งนั้นซ่อนน้ำตาของจันทรินทร์ไว้ น้ำตานี้คือของศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถรักษาคำสาปและส่งกลับหัวใจของเผ่าให้กลับมาเต็มบริบูรณ์
ถึงแม้ว่าวันก่อนๆ เธอจะหวาดกลัวและเย็นชา แต่คืนนี้เซณามองพระจันทร์ตรงๆ เป็นครั้งแรก เสี้ยวแสงเงินเย็นไหลเข้าตาเธอ หัวใจเธอสั่นสะท้านด้วยความหวังและความกลัวผสมกัน เธอเลยตัดสินใจเก็บเศษแก้ววารินทร์ใส่ถุงผ้าข้างเอว เตรียมออกเดินทางเมื่อฟ้าคลุมด้วยแสงเงินของจันทร์เต็มดวงคืนต่อไป
ป่าคริสตัลในยามค่ำเหมือนอีกโลก แสงส่องกระทบใบไม้โปร่งใสกลายเป็นรุ้งระยิบระยับ ทุกฝีก้าวมีเสียงแตกแซ่กเบาๆ ของใบแก้วใต้เท้า กลิ่นดินอ่อนหวานแผ่ไปทั่ว ขณะเดินลึกเข้าไป เซณารู้สึกถึงสายตาหลายคู่ ที่คอยจับจ้องเธอจากเงามืดแห่งกิ่งไม้ เธอสั่นกลัวจนต้องหายใจลึก ปากพึมพำปลอบตัวเอง
เมื่อเดินจนถึงลำธารเล็ก ๆ แสงแก้วส่องออกจากผิวน้ำ เธอได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวแรกในชีวิต นกวายุห์ ตัวกลมเหมือนลูกกลิ้ง มีปีกเหมือนกลีบดาว เมื่อกางออกเกิดกระแสลมเย็นเฉียบรอบตัว มันผงกหัวให้เธออย่างแปลกตา
เซณายืนมองนิ่ง ๆ ก่อนขยับช้า ๆ ยื่นมือออกไป นกวายุห์สั่นปีกทีหนึ่ง สร้างระลอกลมหมุนวน แล้วขนสีฟ้าแก้วบนปีกมันหลุดร่วงตกลงมือเธอทันที เมื่อเธอจับไว้ก็ได้ยินเสียงกระซิบ “ความหวังเช่นลม ไม่อาจกักขัง” เซณายิ้มอ่อน ๆ ปล่อยให้ขนนกเบาหวิวปลิวออกไปตามสายลม ลึกในใจเริ่มอุ่นวาบขึ้นอีกนิดหนึ่ง
ป่าเริ่มลึกและซับซ้อนขึ้นทุกย่างก้าว เถาวัลย์ปกคลุมทางเดินจนต้องคลำหนทางผ่าน ช่องแสงแตกรัศมีเป็นเส้นเล็ก ๆ เหมือนด้ายเงินซึ่งผูกทุกต้นไม้เข้าด้วยกัน เมื่อเธอเหยียบกิ่งไม้เก่าเสียงดัง บรรดา Saryu สัตว์คล้ายกวางแต่มีเขากลุ่มดอกคริสตัลก็วิ่งตัดผ่านเบื้องหน้า ทิ้งร่องรอยกลีบแก้วระยิบระยับไว้เป็นทาง เซณาก้มมองเศษดอกไม้ใต้เท้า เก็บไปดม กลิ่นละมุนหอมอวลใจเหมือนความฝันที่ไม่เคยได้สัมผัส
จู่ ๆ พื้นดินแถบอลหนึ่งยุบตัวลง ท้องฟ้าในหัวพลันเวียน เซณาตกลงไปในโพรงมืดสนิท หัวใจเธอเต้นระรัว เธอพยายามขยับร่างช้า ๆ ลมหายใจเธอขาดช่วง แต่พอค่อย ๆ รู้สึกตัว เธอกลับพบว่าอยู่ในถ้ำแก้วคริสตัล ใต้ผนังเต็มไปด้วยแสงเรืองเป็นรูปคล้ายหยดน้ำ พอเข้าไปใกล้ได้ยินเสียงกระซิบและเสียงร้องเพลงเหมือนเด็ก ๆ เยาว์วัย
เสียงนั้นเป็นของ Suli สัตว์วิเศษอีกชนิดที่ว่ายวนอยู่ในอากาศเหมือนฝูงปลากะพริบแสง รูปร่างเหมือนเมล็ดแก้วบินได้ พวกมันเป็นเด็กแห่งจันทรินทร์ มีหน้าที่เฝ้ารักษาฝันดีของเหล่าเด็กในป่า หากใครเข้าไปในถ้ำแล้วไม่มีหัวใจบริสุทธิ์ จะหลงทางไปตลอดกาล เซณายืนนิ่งหลับตา มือแนบอกและรำลึกถึงค่ำคืนที่เธอเฝ้ามองจันทร์ด้วยสายตาแห้งแล้ง เธอเฝ้าฟังเสียงเหล่านั้นจนหัวใจเริ่มเต้นเป็นจังหวะใหม่ อบอุ่น สันติ น้ำตาเอ่อคลอเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
เสียงหนึ่งดังขึ้นในใจ “เห็นไหม ว่าเจ้ายังมีหัวใจ” Suli บินวนรอบตัวเธอแล้วกอดด้วยแสงอุ่นจำลองความฝันขึ้นมาให้ เซณาสัมผัสถึงการหลุดพ้น ซึ่งเธอไม่เข้าใจนัก แต่รู้สึกถึงแรงผลักดันให้ต้องเดินหน้าต่อไป
ปลายถ้ำมีแสงเย็นส่องผ่านช่องแคบ เธอใช้เศษแก้ววารินทร์เคาะเบา ๆ แล้วบานหินก็เปิดออก นำเธอไปสู่ทุ่งดอกไม้แก้วสีขาวที่ส่องประกายภายใต้แสงจันทร์ กลางทุ่งนั้นมีเงาร่างสูงโปร่งผู้สวมผ้าคลุมสีเงินอมฟ้าคนหนึ่งยืนรออยู่ ใบหน้าซ่อนหลังหน้ากากบางสีจันทรา
บุคคลผู้นี้คือนางพามิส ผู้หญิงในตำนานเผ่าที่หายตัวไปนานแล้ว เธอพูดเสียงเรียบ หม่นเศร้า
“เซณา การจะได้ครอบครองน้ำตาของจันทรินทร์ ต้องกล้าถามใจตัวเอง เจ้ายอมปล่อยความเจ็บปวดจากอดีตได้หรือยัง?”
เซณานิ่งไปนาน ภาพแวบของแม่ที่จากโลกไป พ่อนั่งซึมใต้เงาจันทร์ผุดขึ้นในหัว เธอบีบมือแน่น สั่นกลัว แต่ในขณะเดียวกันแววตาที่เศร้าลึกก็เปลี่ยนเป็นแววแน่วแน่
“ข้าไม่รู้จะลืมได้หรือไม่ แต่ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว” เธอตอบเสียงเบาแต่มั่นคง พามิสร่ายมือ ทั้งทุ่งดอกไม้โยกไหวเป็นระลอก แสดงความอาลัยให้อดีตหายไปชั่วขณะ
“จงขึ้นไปยังเนินกระจก แล้วเฝ้ามองพระจันทร์เงียบ ๆ เจ้าอาจได้คำตอบ” พามิสหายไป ทิ้งกลิ่นดอกไม้แก้วโรยตัว
เซณาเดินข้ามลานดอกไม้ไปช้า ๆ ผ่านหมู่สัตว์วิเศษที่ประหลาดใจในความกล้าหาญแห่งใจเธอ เธอปีนเนินสูง ซึมซาบบรรยากาศแปลกตา ใบไม้ลู่ลม หลายเสียงกระซิบบ้าง กล่อมบ้างให้เธออดทน
บนยอดเนิน กระจกใสสะท้อนแสงจันทร์จนทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบ เซณาเหม่อมองท้องฟ้า ดวงจันทร์เต็มดวงนั้นเหมือนมีน้ำตาเอ่อคลอด้วยแสงเงินวาว เธอจ้องอยู่นานจนตัวเองหลอมละลายกับความรู้สึกหวาดกลัว ความเศร้า และความหวังในคราวเดียวกัน
ครู่เดียว น้ำตาหยดหนึ่งร่วงจากตาเธอลงบนกระจกทันที แสงจันทร์กระเด็นรวมตัวกลายเป็นหยดแก้วเรืองแสงทอง เซณายื่นมือลงไป น้ำตาจันทรินทร์จริง ๆ ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ ขณะเดียวกันเธอรู้สึกถึงคลื่นอบอุ่นโถมท่วมและเสียงกระซิบจากพระจันทร์ “เมื่อเจ้ากลับไป มอบหยดน้ำตานี้แก่คนที่ต้องการยิ่งกว่าเจ้า”
เซณาก้มหน้ารับหยดแสงแก้ว หัวใจโศกเศร้าและเปี่ยมหวัง ขณะที่กำลังจะเดินกลับ เส้นทางในทุ่งแก้วพลันแปรเปลี่ยน เสียงสัตว์วิเศษแต่ละชนิดดังแว่วมาเป็นหนึ่งเดียว “การให้อภัยคือเวทมนตร์สูงสุด”
ในยามใกล้รุ่ง ฟ้าฉาบเงิน เซณากลับถึงหมู่บ้าน เธอได้ยินเสียงร้องไห้ของพ่อที่ไม่เคยเห็นยิ้มมาเนิ่นนาน เธอเดินไปหาพ่ออย่างลังเล ก่อนยื่นหยดน้ำตาจันทรินทร์นั้นให้ มือพ่อจับมือเธอไว้ น้ำตาสองสายประสานเข้ากับหยดแสงแก้วในมือ แสงสว่างอบอุ่นครอบคลุมทั้งเผ่า ทุกคำสาปที่ทำให้คนในหมู่บ้านเหินห่าง ร้างฝัน ได้รับการเยียวยา แต่ละคนกลับคืนความอบอุ่นและร่องรอยแห่งความฝัน
คืนวันต่อมา แสงจันทร์กลับกลายเป็นมิตรที่โปรยประกายแห่งความหวังลงสู่ป่าคริสตัล เด็ก ๆ ในหมู่บ้านนั่งล้อมฟังนิทานของเซณา เธอได้เรียนรู้ว่า ไม่ใช่หยดน้ำตาจันทรินทร์ที่ปลดปล่อยเธอจากคำสาป แต่เป็นหัวใจที่กล้าถ่วงตนเองกับอดีต และเลือกให้อภัยตนเองและคนรอบข้างต่างหาก
ในตำนานของหมู่บ้านมณฑานับจากวันนั้น ป่าคริสตัลยังคงกระซิบเรื่องราวน้ำตาของจันทรินทร์ เสียงลมกลางคืนและฝันที่คืนกลับมา คือเวทมนตร์ที่ไม่มีผู้ใดแย่งชิงไปได้