รอยยิ้มข้างหน้าต่างห้องสมุด
เสียงฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างห้องสมุดดังตลอดสายบ่าย ปันนั่งกอดเข่าดูผู้คนเดินผ่านไปมา เธอขยับแว่นสายตาลงมาที่ปลายจมูก แต่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาใคร ห้องสมุดวันนี้เงียบเหลือเกิน มีเพียงเสียงเปิดปิดหนังสือ จนกระทั่งเธอได้ยินเสียงลากเก้าอี้เบาๆ เคียงข้าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมต้องเลือกนั่งติดหน้าต่างทุกครั้ง” ต้นถามเสียงเบา พลางวางกระเป๋าเป้ใบเก่าไว้ข้างเก้าอี้
ปันนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอเหล่มองเขาโดยไม่พูด ต้นมองหน้าต่างตามสายตาเธอ และหัวเราะเบาๆ
“จะสืบข่าวอะไรผ่านกระจกเหรอ” เขาถามต่อ ปันส่ายหน้าช้าๆ
“เปล่า…แค่อยากเห็นข้างนอกเฉยๆ มันเงียบดี” เธอว่าเบาๆ
ต้นพยักหน้า ชวนเธอคุยถึงโปรเจกต์กลุ่มในวิชา เพื่อนๆ อีกสองคนในกลุ่มพากันลุกหนีไปหาอะไรกิน ปันกับต้นเลยอยู่กันเงียบๆ บทสนทนาไหลเวียนระหว่างความใกล้และความเงียบคลุมเครือ
“อยากกินผัดซีอิ๊วร้านหน้ามอ” ต้นเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ปันไม่ตอบแต่ก็ยิ้มจางๆ
“ปันรู้ไหม เราอยากคุยเรื่องภาพถ่ายนั่น” เขาชำเลืองกระเป๋าผ้าใบจิ๋วของปันที่ห้อยกล้องถ่ายรูปรายเก่า
“อืม…พรุ่งนี้ดีไหม วันนี้เหนื่อย” เธอสบตาเพียงแว่บเดียว ก่อนเบี่ยงหลบ ต้นถอนหายใจเบาๆ เขาจับมือสองข้างด้วยกันอย่างเก้อๆ
หลังเลิกเรียน ทั้งสองเดินออกจากมหาวิทยาลัยพร้อมร่มคันเล็ก ต้นกางให้ เงียบอยู่นานก่อนปันจะเอ่ยว่า
“ต้น เคยคิดไหม…ว่าถ้าเราหายไปวันหนึ่ง…”
เขาชะงัก “หายไป? ทำไมพูดแบบนั้น”
ปันเม้มปากแน่น ยิ้มลำบากใจ “ไม่มีอะไรหรอก…ล้อเล่น”
ฝนซาเม็ดลง ต้นยื่นร่มให้เธอ ถือหูร่มคนละข้าง ความเงียบแทรกกลางใจ ทั้งสองก้าวต่อโดยไม่ได้พูดถึงสิ่งที่ค้างคา
เช้าวันรุ่งขึ้น แจ้งข่าวดีเรื่องภาพถ่ายได้รับคัดเลือกแสดงนิทรรศการในต่างจังหวัด ปันไม่แน่ใจว่าควรดีใจหรือกลัว เธอก้มดูโทรศัพท์ นิ้วมือสั่นเล็กน้อย
ต้นแวะเข้ามาทัก “ปันจะไปไหม” เสียงเขามีรอยกังวล
ปันเอาแต่ก้มหน้า “ยังไม่รู้…”
“ได้อะไรจากการหนีฝันตัวเองเหรอ” ต้นเสียงเข้ม เธอเหลือบมองเขา เจ็บจี๊ดในอก
ช่วงบ่ายวันหนึ่ง ปันตั้งใจไปห้องสมุดคนเดียว ต้นแอบนั่งอีกมุม ฝังตัวเองกับงานกลุ่มท่วมหัว ภาพปันผ่านกระจกสะท้อนมาทุกเช้าเย็น
สายตาต้นจับจ้องปันจากมุมห่าง กล่องความรู้สึกที่เขาซ่อนเอาไว้แน่นแฟ้นมาตลอดเริ่มสึกกร่อน ความอดทนที่มีต่อการรออีกฝ่ายเปิดใจนานเกินไปแล้ว
“คืนนี้ออกไปถ่ายรูปกับเราไหม” ต้นพิมพ์ไลน์ถึงเธอ เพียงจุด…ที่รอคอยอีกนานกว่าจะเด้งอ่าน
ขณะเดียวกัน ปันลังเล เหลือบกล้องในกระเป๋า ความกลัวที่จะทำผิดพลาดยังรัดแน่น ความทรงจำแย่ๆ ครั้งวัยเด็ก พ่อแม่ที่แยกทาง เธอเติบโตมากับความรู้สึกว่าสิ่งที่รักต้องจากลาไปเสมอ
คืนวันศุกร์ ต้นยืนรอหน้าตึกเรียนจนใกล้จะเที่ยงคืน แม้เธอจะไม่ตอบข้อความ เขาเอากล้องตัวเก่าออกมาหมุนเล่น สุดท้ายเธอก็ไม่มา
คืนนั้น ต้นส่งรูปถ่ายเก่าไปหาเธอ พร้อมข้อความสั้นๆ “รูปนี้เมื่อสามปีที่แล้ว เธอหัวเราะดังมาก”
ปันอ่านข้อความ รู้สึกน้ำตาคลอ เธอยกมือเช็ดแก้มตัวเอง กลัวจะเสียทั้งต้นและตัวเองไปหากเลือกก้าวตามฝัน
รุ่งเช้า ปันนั่งข้างหน้าต่างห้องสมุดอีก ใช้กล้องส่องไปที่ท้องฟ้าสีเทาเลือน ต้นเดินเข้ามาช้าๆ นั่งตรงข้าม ไม่มีใครพูดอะไรนานหลายอึดใจ
“ปัน…เราชอบเธอ” เสียงเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน เธอเบิ่งตา กำกล้องแน่น
“อย่า…พูดตอนนี้” ปันกระซิบ น้ำเสียงสั่น
ต้นเม้มปาก พยายามซ่อนความผิดหวัง “เรารู้ว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่ไม่กล้าบอกเรา”
ปันนิ่ง ฝนเริ่มตกเส้นเล็กๆ บนกระจก เธอมองออกไปแล้วพูดช้าๆ “ต้นรู้ไหม เรากลัวมาก…กลัวที่สุดว่าทุกอย่างต้องจบเหมือนคนในบ้านเรา”
ต้นขยับมือ แต่ไม่แตะ เงียบไปนาน “เราไม่ใช่พ่อแม่เธอนะ”
ปันก้มหน้า น้ำเสียงขาดๆ หายๆ “ขอโทษนะที่ไม่กล้าเข้าใกล้”
ช่วงเวลาหลายวันหลังจากนั้น ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยกัน ปันจมอยู่กับงานภาพถ่าย นิทรรศการใกล้เข้ามาแต่เธอยังลังเลจะไปไหม
คืนหนึ่ง ต้นมาทิ้งข้อความหน้าห้องสมุด “ถ้าไม่กล้าฝันกับเรา ก็ขอให้ได้ฝันของตัวเองนะ”
น้ำตาไหลเงียบๆ ใต้ไฟสลัว ปันตัดสินใจหยิบกล้องออกเดินทางไปต่างจังหวัด เธอบอกพ่อแม่ทางโทรศัพท์สั้นๆ ก่อนปิดเครื่อง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป
โถงนิทรรศการวุ่นวาย ปันยืนอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า แต่รู้สึกเหมือนอยู่อย่างเดียวดาย กำลังจะเดินออกจากงาน ด้วยความกลัว แต่แล้วมีเสียงคุ้นเคยเรียกชื่อจากด้านหลัง
“ปัน จะออกจากห้องแสดงรูปตัวเองทำไม” ต้นยิ้มบาง ดูเหนื่อยแต่ตาเป็นประกาย
ปันหันมาตะกุกตะกัก “ต้น…มาที่นี่ได้ไง…”
“ก็คนมันเป็นเพื่อนน่ะ” เขาถอนใจ กลอกตา “เห็นเงียบๆ แบบนี้ ใจเธอเสียงดังนะ”
ทั้งคู่ยืนข้างรูปภาพของปัน ปันน้ำตาคลอ “กลัวจะล้มเหลวตรงนี้อีก กลัวไม่ได้กลับไปนั่งข้างหน้าต่างห้องสมุดกับต้นอีก”
ต้นยิ้ม “บางที่เราต้องออกจากข้างหน้าต่างบ้างเหมือนกัน”
ปันดูเขา แล้วก็หัวเราะทั้งน้ำตา “ก็เพราะมีเพื่อนชื่อ ‘ต้น’ ไง ถึงได้กล้าขนาดนี้”
เสียงปรบมือดังขึ้นรอบห้อง ปันได้รับรางวัลภาพถ่ายยอดเยี่ยม เธอนำกล้องยื่นให้ต้นทั้งรอยยิ้ม ตัวสั่นอยู่แต่กล้าที่จะลองเลือกเส้นทางเอง
หลังจบงาน ทั้งคู่เดินกลับด้วยกันใต้ท้องฟ้าหลังฝน ทั้งหมดค่อยๆ ห่างออกไปในเงียบสงบ แต่ใจใกล้กันมากขึ้นอย่างไม่ต้องพูดอะไรอีก ทุกอย่างเปลี่ยนไปโดยที่ความกลัวค่อยๆ กลายเป็นแรงผลักดัน จากความสัมพันธ์ที่เติบโตช้าแต่แน่นแฟ้น และความหวังใหม่ในหัวใจของทั้งสอง