นัดเปลี่ยนชีวิต (แต่ชีวิตเปลี่ยนไปนานาอารมณ์)
เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังระงมในห้อง 303 หอพักชาย หอแสนสุข คืนก่อนวันปฐมนิเทศน์ มันคือเสียงเดียวที่ทำให้ต่อ (ธนาตย์-ต่อ) หนุ่มมั่นหน้าที่คิดว่าชีวิตทุกอย่างอยู่ในกำมือสะดุ้งเฮือกจากการนอนพูดกับกระจกตัวเอง เขาตบเบา ๆ ที่ข้างขมับก่อนคว้ามือถือ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คิว อยู่ไหนเนี่ย จะซ้อมปาฐกถาปฐมนิเทศน์ โทรหาไม่รับ” คือข้อความเสียงจาก คิว (กวิณทร์-คิว) เพื่อนร่วมห้องผู้ที่ไม่กล้าปฏิเสธใครและกังวลกับทุกสิ่งแม้กระทั่งเสียงหายใจตัวเอง
“อยู่ในห้องดิ กำลังซ้อมแนะนำตัวพอดี เดี๋ยวบอกอะไรให้นะ เรื่องนี้เด็ดสุด” ต่อพิมพ์ตอบแบบเหนือเมฆ ปลายนิ้วสั่นนิด ๆ เพราะความคิดสร้างสรรค์ที่จะเปลี่ยนวันปฐมนิเทศน์ธรรมดาให้กลายเป็นตำนานของรุ่น
เวลาหนึ่งทุ่มตรง คิวเปิดประตูเข้ามา พบต่อยืนอ่านโพสต์อิทเขียนใหญ่แปะทั่วผนัง ‘ถ้าทำผิดนี่อายทั้งประเทศเลย!’ กับ ‘ต้องดูดีไว้ก่อน!’ และ ‘จำไว้นะ…เนียนเข้าไว้!’
“ต่อ จะเวอร์ไปไหม อันนี้คือประโยคอะไรเนี่ย”
“ศิลปะการเนียน คิว นายต้องเรียนรู้! งานนี้นายต้องสวมบทฉัน ฉันต้องเล่นเป็นนาย เราซ้อมจนครูแยกไม่ออก แล้วไปโชว์วันจริง!”
คิวทำหน้าตระหนก “นายจะบ้าเหรอ ฉันแค่พูดผิดนิดเดียวก็เหงื่อตกนะ”
ต่อเดินมาลูบหัวคิวเหมือนคุณครูสอนเด็กอนุบาล “นั่นแหละ ยิ่งพลาดยิ่งเนียน ทีนี้ทุกคนจะจดจำนายในชื่อ ‘คิวคนกล้า’”
คิวอ้ำอึ้ง “แต่…ถ้าฉันลืมบท นายก็ซวยนะ เดี๋ยวกลายเป็นว่ารถไฟชนกันกลางเวที”
ต่อยิ้ม “นายจะลืมบทในฐานะฉันไง เดี๋ยวฉันค่อยรับหน้าแทน วางใจ”
ทันใดนั้นเมทิณี (มีน) สาวนักเขียนห้อง 305 เคาะประตู “ขอแรงขนโต๊ะหน่อยจ้า พรุ่งนี้ต้องใช้!” คิวก้มหน้าหลีกหนี แต่ต่อรีบคว้าโอกาส “ไม่มีปัญหา มีน เดี๋ยวคิวช่วยเอง!”
มีนยิ้มหวาน “งี้สิ! ผู้ชายสองคนในตำนาน ฮ่า ๆ” เธอหัวเราะเอาเรื่องแต่คิ้วที่ขมวดนิด ๆ ดูเหมือนจะไม่ได้เข้าใจประเด็นว่าใครเป็นใครจริง ๆ…
คิวกระซิบ “เขานึกว่านายเป็นฉัน ฉันเป็นนายปะเนี่ย”
ต่อพยักหน้า “แค่เริ่ม เกมก็สนุกละ”
ฉากเวลา 21.00 น. ต่อกำลังสอนคิวซ้อมบทปาฐกถาทรงพลัง “ท่องประโยค ‘พวกเรามีความฝัน และวันนี้พวกเราจะเริ่มเดิน!’”
คิวเส้นเสียงแหบ “พะ…พวกเรามีความฝัน…แต่…ขอพักหายใจก่อนได้มั้ย…”
ต่อกลอกตา “พูดแบบมีไฟหน่อยคิว นายต้องคิดว่านายเป็นฉัน! ต่อผู้มั่นใจ!”
ถึงคิว “แต่ถ้าผมตะโกนแล้วเสียงแตก จะเป็นนายหรือผมกันแน่ที่ขายหน้าวันงาน”
ต่อหยุดคิด ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ “ก็…คงทั้งสองนั่นแหละ แต่ไม่เป็นไร ถ้าเกิดเรื่องขึ้น ฉันจะแก้เอง”
จนดึก บทซ้อมกลายเป็นการเลียนแบบกันไปมา ระหว่างที่ต่อแกล้งทำเสียงตื่นเต้นแบบคิวและคิวพยายามพูดรวดเร็วกลบความกังวลแบบต่อ… ทั้งสองไม่ทันสังเกตว่ามีเสียงคล้ายซุบซิบจากห้องข้าง ๆ
รุ่งเช้า บรรยากาศห้องกินข้าวของหอพักดูวุ่น คนแวะเข้ามาทัก ต่อพูดกับคิวเสียงดัง “วันนี้นายมั่นใจได้ ฉันกับนายซ้อมจนเนียน เดี๋ยวก็ไม่มีใครรู้ใครเป็นใคร!”
ทันใดนั้น พี่อาร์ต หัวหน้าหอพักร่างใหญ่ พูดแทรกขึ้น “ไหนใครกันแน่จะขึ้นเวทีปฐมนิเทศน์วันนี้วะ? ทำไมข่าวลือบอกว่าสองคนจะโชว์อะไรแปลก ๆ”
คิวตกใจ “ข่าวลืออะไรกัน…”
ต่อยักไหล่ “ข่าวลือมันก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็ซา”
เสียงดนตรีซ้อมจากห้องรวม ทุกคนเตรียมตัว บางคนซ้อมเต้นซ้อมร้อง ใช้เวลาส่องกระจก คนในหอเริ่มเอะใจว่า ต่อกับคิวสลับบทบาทกันจริง ๆ หรือเปล่า จนเกิดกลุ่มเมาท์มอย
ซีนซ้อมใหญ่ ต่อกับคิวต้องเจอคู่ซ้อมสาว ๆ คณะนิเทศน์ฯ พูดจาขัดแย้งกันเอง ต่อพยายามแสดงความมั่นใจเกินเหตุหน้าเวที ขณะที่คิวแค่ยืนก็เหงื่อแตกแล้ว
“นาย นายจะว่าฉันมั่นใจเกินไปไม่ได้หรอกนะ!”
“ก็เพราะนายมั่นใจเกินไป ฉันเลยต้องวุ่นหวังให้เนียน!” คิวสวนกลับ
ทุกคนมองสองคนหัวเราะ บางคนคิดว่าเป็นการแสดง บางคนคิดว่าเป็นมุกตลกจากค่ายสร้างสรรค์ คิวสุดท้ายจึงถูกบันทึกเป็นวิดีโอไว้ และแชร์ต่อในวงไลน์
พอถึงคิวซ้อมของจริง มีน (สาว 305) มาถาม “ตกลงใครเป็นต่อกันแน่เนี่ย ฉันจะแท็กถูกคนมั้ย?”
ต่อกับคิวมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะตอบพร้อมกัน “ก็…มันแล้วแต่วันใช่มั้ย?” บรรยากาศในห้องประชุมยิ่งปั่นป่วน เจ้าหน้าที่เริ่มสบสันต่อกัน
ขณะเดียวกัน หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมดันรวบรวมบรรดารุ่นพี่มาถล่มถาม “ไหนว่า เอาโปรเจกท์ใหม่สุดยอดมาโชว์? นี่เตรียมหรือยัง?”
ต่อรีบตอบ “พร้อมอยู่แล้ว เห็นมั้ยว่าคิว (แต่ชี้ไปที่ตัวเอง) ซ้อมมาดี!”
คิวพยายามเนียน “ใช่ครับ! ต่อ (แต่ชี้ไปที่เพื่อน) ก็เก่งมาก!”
มีนกับเพื่อนหัวเราะ “ดูสิ แค่ชี้ตัวเองก็สลับกันแล้ว ตกลงใครกันแน่จะแนะนำใคร!”
ระหว่างซ้อม ทุกอย่างเริ่มผิดแผน ฟีลคิวเริ่มกินไม่ลง พูดคำผิด ต่อสำเนียงตลกจนกลายเป็นภาษาต่างดาว ทุกคนหัวเราะคิดว่าตั้งใจเล่นมุกกลบเกลื่อน
ต่อกระซิบ “นี่พังตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวทีจริงเลยเนอะ”
คิวหัวเราะทั้งเสียงและน้ำตา “ฉันว่าฉันฝันร้ายอยู่แน่ ๆ”
มีนเดินเข้ามาให้กำลังใจ “พังได้พังไป ยังไงก็จำได้แน่นอนจ้ะ”
เมื่อถึงวันจริง ห้องประชุมคนเต็ม เสียงหัวเราะยังไม่หยุดตั้งแต่ซ้อม ต่อกับคิวเริ่มอารมณ์เสียเพราะรู้สึกว่าสองเรากำลังกลายเป็นเรื่องตลกของทั้งรุ่น
ทั้งสองเริ่มผิดใจกัน “เพราะนายมั่นใจผิด ๆ ฉันถึงต้องขายหน้า!”
“ก็เพราะนายไม่กล้าพูด ฉันถึงต้องมาเสี่ยงแทน!”
ต่างคนต่างผลุนผลันออกไปคนละมุม ก่อนจะต้องกลับมาเจอหน้ากันเพราะถึงรอบโชว์พอดี
แสงสปอตไลต์จับไปที่เวที ต่อกับคิวยืนประจันหน้ากัน น้ำเสียงตึงเครียดแต่เสียงเฮฮาจากเพื่อน ๆ กลบความเครียดนั้น จนคนทั้งหอหัวเราะพร้อมในจังหวะเดียว
ซีนกลางโชว์จังหวะพีคแห่งความวุ่นวาย เมื่อบทที่เตรียมมาไม่ตรงกับเหตุการณ์จริง ทั้งสองต่างคนต่างลืมบท แล้วพูดปนกันจนเป็นเรื่องตลกบนเวที สุดท้ายตัดสินใจพูดจากใจต่อหน้าทุกคน
“เอาจริง ๆ นะ ฉันอยากให้ทุกคนได้รู้ว่า ไม่ว่าใครจะเป็นคิว ใครจะเป็นต่อ ในห้อง 303 เราคือเพื่อนที่ทำทุกอย่างพังได้เหมือนกัน!”
เสียงปรบมือมากมายพร้อมเสียงหัวเราะ บรรยากาศอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด มีนส่งยิ้มแล้วตะโกน “สุดท้ายก็ไม่รู้ใครเป็นใคร…แต่ที่รู้คือสองคนนี้ของจริง!”
หลังโชว์จบ มีคนเดินมาทัก “นายสองคนทำให้ฉันกล้าพูดหน้าห้องจริง ๆ นะ!” ต่อกับคิวมองหน้ากัน ก่อนหัวเราะกลมกลืน “ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ว่าตัวเองกล้าแค่ไหน…”
เหตุการณ์ในหอหลังวันนั้นเต็มไปด้วยเรื่องเล่าว่ายังมีอีกหลายความวุ่นวายรออยู่ข้างหน้า ทั้งสองกลายเป็นคู่หูน่าจดจำประจำมหาวิทยาลัยไปโดยไม่รู้ตัว
และในช่วงค่ำของอีกวันหนึ่ง เสียงคิวดัง “ต่อ คราวหน้า ถ้าจะสลับบทอีกขอแจ้งเตือนล่วงหน้าสามวัน…”
ต่อยักไหล่ “แค่วันก่อนยังซ้อมเนียนขนาดนี้ ถ้าสามวันอาจจะกลายเป็นละครเวทีมันแน่!”
เสียงหัวเราะค่อย ๆ ห่างหายไปกับสายลมเย็นของหอพัก กับมุกส่งท้าย “อย่าลืมนะ…เนียนเข้าไว้!”