แสงในความมืด
หลังจากเสียงเพลงสุดท้ายของการแสดงจบลง สกายยืนอยู่กลางเวที ท้องฟ้าภายนอกมืดสนิท ราวกับมันยังไม่สามารถรับรู้ถึงความสุขที่เกิดขึ้นในคืนวันนี้…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เมื่อแสงไฟจากหลอดไฟเก่าบนเวทียังคงส่องสว่าง สกายเลื่อนมือไปสัมผัสขอบเวทีที่เต็มไปด้วยฝุ่นและรอยเท้าเก่าๆ จากศิลปินที่เคยแสดงที่นี่มาก่อน เสียงเฮฮาจากผู้ชมยังดังก้องอยู่ในหู แม้ว่าตอนนี้มันจะเงียบสงบไปแล้ว แต่ความรู้สึกของการเข้าร่วมในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยังคล้ายอยู่ในอากาศ
“เธอน่าทึ่งมาก สกาย!” แจ็คพูดแล้วสบตากับสกาย มุมปากของเขายิ้มแย้ม ขึ้นหน้าอย่างอบอุ่น ท่ามกลางความหนาวบนเวทีที่ทำให้เขารู้สึกแข็งไปทั้งตัว
“ขอบคุณนะ แต่ฉันมีเรื่องที่หนักใจมากกว่าจะมานั่งชื่นชม” สกายตอบกลับ ใบหน้าเธอไม่สามารถซ่อนความวิตกกังวลได้
แจ็คเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะขยับไปนั่งข้างๆ สกายบนเวทีทั้งๆ ที่ยังมีผู้ชมทยอยออกไป “มีอะไรในใจหรือเปล่า?” เขาถาม
“อืม ฉันแค่รู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป แต่ยังไม่รู้ว่าฉันต้องทำยังไง”
“มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” แจ็คพูดเสียงเบา น้ำเสียงของเขาคล้ายกับการต้องการหาความจริง
“ชีวิตฉันมันวนอยู่กับเรื่องเดียวกันทุกวัน รู้สึกเหมือนกำลังหลงทาง… แม่…” เสียงเธอสั่นระรัว
แจ็คยื่นมือไปจับมือของเธออย่างมั่นคง “เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
…….
ในตลาดที่รกร้างแห่งหนึ่ง เสียงของการต่อรองจากหลายเสียงดังกระหึ่มไปทั่ว ทุกคนต่างอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดในราคาที่ยุติธรรม สกายเดินอยู่ท่ามกลางผู้คน สายตาของเธอมองไปยังสินค้าที่วางขายอยู่
“นั่นไง! สกาย!” เสียงของกลุ่มเพื่อนเรียกเธอและก็ทำให้เธอหันไปมอง มีลมพัดผ่าน เสียงคนจอแจและกลิ่นอาหารที่ผสมวงเข้ากับอากาศ
“มาที่นี่ทำไม?” นิลเพื่อนสาวถามด้วยสีหน้าร่าเริง
“มาช่วยหาอาหารเย็น” สกายตอบ พร้อมกับยิ้มให้
ประโยคง่าย ๆ นี้กลับทำให้สกายรู้สึกว่าเธอยังมีพื้นที่ในโลกนี้ แม้ว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปก็ตาม
ขากลับ สกายแยกตัวออกจากเพื่อน พาใจออกมาเดินทอดน่องไปทางตลาดที่มืดมิด ดวงดาวบนฟ้าทอดตัวรอบตัวเธอ ท่ามกลางความมืดแต่ทุกอย่างเปล่งประกาย
ที่ห้องพัก นอกจากแสงจากหลอดไฟที่กระพริบอยู่ ข้าวเหนียวมะม่วงอยู่ในจานที่วางอยู่บนโต๊ะ สกายยิ้มให้กับผู้จัดการร้านที่ทักทายเธอ
“วันนี้เธอสวยมาก” น้ำเสียงของผู้จัดการทำให้เธอรู้สึกสดชื่น
เมื่อคืน, สกายฝันถึงแม่ แม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่แล้ว แต่ความทรงจำยังคงปรากฎชัดเจนในทุกคืน และเธอยังคงเหนื่อยกับการค้นหาวิธีที่จะเดินต่อไปด้วยตัวเอง
เช้าวันใหม่ตามปกติ กำลังยืนอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ สกายเห็นผู้คนเดินขวักไขว่ รวมทั้งลูกค้าประจำที่ไม่เคยเบื่อหน่ายกับกาแฟรสชาตินี้
แต่ทว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาที สกายรุ่นสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องรุนแรง เสียงแตกของกระจก ทำให้ทุกคนหันมามองอย่างฉับพลัน
การก่อการร้ายกระจายไปทั่วเมื่อมีเสียงปืนดังขึ้น สกายใจหายไปชั่วขณะ และเธอได้แต่มองผู้คนที่วิ่งหนีไปทั่วกับภาพที่มีความจริงแทบขยี้ใจ
เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และเสียงดังยังคงสะท้อนอยู่ในหู
และในตัวเมือง ความวุ่นวายทำให้ทุกอย่างต่างพากันเกิดความตื่นตระหนก วินาทีต่อวินาทีได้ถูกคอไปกับการหายตัวของผู้คน
“แจ็ค!” เสียงของเธอดังขึ้นท่ามกลางความยุ่งเหยิงแห่งนั้น
ทางเลือกที่ทำให้ สกายตัดสินใจออกจากความปลอดภัย ข้างนอกประตู กลิ่นควันและกลิ่นโลหิตทำให้ร่างกายอ่อนแรง
“สกาย! เราต้องไปกัน!” แจ็คตะโกน ขณะฝ่าวงล้อมที่พยายามหนี
“ฉันต้องหาแม่!” เสียงร้องของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“แม่เธอไปไหน?”
“เธอไปกับพ่อและ…” เธอเริ่มพูดต่อ แต่ทุกอย่างก็ดูเบลอไปด้วยน้ำตา
“แล้วก็ไปเอาตัวเองออกมา!” แจ็คดึงให้เธอวิ่งหนี
เสียงวุ่นวายยังคงจากเสียงระเบิด ลมหายใจของสกายหนักอึ้ง และเมื่อเห็นทุกอย่างดูล้ม แต่พลังใจก็กลับมาเกิดใหม่
การสูญเสียครั้งใหญ่ทำให้สกายกลายเป็นคนที่รักการสร้างโลกใหม่ แม้ว่าในที่มืดมน แต่แสงแห่งความหวังก็ยังคงคอยส่องแสงนำทางเธอ
ก่อนจะจบลง พวกเขายืนอยู่กลางความมืดมิดกับแสงไฟที่ส่องเข้าไป
“เราจะสร้างของใหม่ เราจะทำให้ดีขึ้นไปอีก” แจ็คยิ้มอย่างเด็ดเดี่ยว พร้อมมือของเขาที่แนบไปที่หลังของสกาย
และในวันใหม่ สกายก้าวออกไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง ข้าวเหนียวมะม่วงและเสียงชื่นชมเพื่อนบ้านรอคอยให้เธอคว้าชัยชนะ ทุกอย่างเริ่มได้จุดหมายใหม่ แม้ว่าหนทางจะยากลำบากแต่แสงใหม่ก็จะค่อยๆ ส่องสว่างผ่านความมืดไปยังอนาคตนี้ สกายยิ้มและภูมิใจที่ได้เป็นตัวของตัวเอง