เมื่อแสงสุดท้ายลอดผ่านหน้าต่างคฤหาสน์
เสียงคลื่นกระทบหินอยู่ลิบ ๆ มองผ่านหน้าต่างบานสูงของคฤหาสน์ริมทะเลที่เพิ่งมีผู้มาเยือนใหม่ในรอบปี ครั้งแรกที่ซานเหยียบพื้นไม้ของคฤหาสน์หลังนี้ เธอไม่ได้รู้สึกเป็นเจ้าของแม้แต่น้อย มีเพียงบรรยากาศแปลกแยกที่ทำให้ใจเต้นแรง เธอยืนนิ่ง กระเป๋าเดินทางพิงขา กลิ่นเกลือปะปนกลิ่นไม้เก่าตีขึ้นจาง ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูหน้าคฤหาสน์เปิดออกอย่างเชื่องช้า ผู้หญิงผมยาวสีดำดวงตาเกือบจะอ่านใจคนได้เดินเข้ามา “มานานหรือยัง?” เธอกระซิบ เสียงทุ้มเย็น ริมฝีปากขบแน่นจนดูเหมือนกลัวจะเผลอเผยอะไรบางอย่าง ซานพยักหน้า เลียริมฝีปากเพราะคอแห้ง เธอไม่รู้จักชื่อหญิงคนนั้น “ชื่อเอส” เอสพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเหมือนทวนซ้ำคำสั่งงานบ้าน “ตามสบายนะ ห้องข้างบนซ้ายสุด”
เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ดังจากห้องครัว วัยรุ่นสี่คนนั่งล้อมโต๊ะไม้ ตัวสูงผมหยิกหน้าตาตื่น ๆ หันมาทำความรู้จัก “มาใหม่เหรอ? ฉันชื่อคิน” คินยิ้มรับแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวง “นั่งก่อนสิ” มือของเขากวักเบา ๆ ซานเดินเข้าไปอย่างไม่กล้าแทนที่ใคร
อาหารค่ำคืนนี้มีเพียงปลากับมะนาว วางเรียงบนจานเก่า ๆ หญิงวัยกลางคนชื่อ “น้าศรี” ซึ่งเหมือนจะเป็นแม่บ้านแต่ไม่เคยเผยยศพูดขึ้น “อยู่ที่นี่ มีกฎ อย่าเดินไปหลังสวน อย่าเปิดห้องใต้ดิน อย่าเชื่อเสียงลมหากได้ยินอะไรงึมงำ”
ซานก้มหน้า ตักปลาช้า ๆ เธอเห็นสายตาของคินกับรุ่นพี่สาวอีกคน “ชื่อพาย” มองสบตากันเหมือนมีเรื่องลับซ่อนอยู่ ซานอยากถามแต่กลั้นใจไว้ เธอรู้ว่าคำถามอาจทำให้เธอเป็นศัตรูในวินาทีแรกของการเริ่มต้นใหม่
กลางดึก แสงไฟลอดจากห้องโถง ซานเดินออกมาเห็นเงาร่างของเอสนั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่าง เอสเหลือบแลซานแต่ไม่พูดอะไร สายตาเอสหลบเลี่ยง ก่อนจะหันไปมองคลื่นทะเลอีกครั้ง
เช้าวันใหม่ คินตะโกนเรียกทุกคน “จะมีปาร์ตี้คืนนี้ จัดต้อนรับคนใหม่!” เสียงพายแค่นหัวเราะ “พวกเราไม่มีอะไรใหม่มานานแล้ว” คินเดินปรี่เข้าหาซาน “มีกีตาร์ไหม? หรือเธอร้องเพลงเป็น?” ซานส่ายหัวเงียบ ๆ พายยื่นมือมาจับแขนซานเบา ๆ “เธอชอบอะไร?”
“อ่านหนังสือ” ซานตอบ กระซิบติดปลายเสียง พายแย้มยิ้มกว้างจนนัยน์ตาเปล่งประกาย “งั้นคืนนี้เธอต้องเล่าเรื่องที่เธอชอบที่สุดให้ฟัง” คินยักไหล่ “เล่านิทานหลอนเถอะ ที่นี่เหมาะจะฟังเรื่องผี”
คืนปาร์ตี้มาถึง ทุกคนรวมตัวที่ห้องโถง แสงเทียนล้อมวงเสียงหัวเราะสลับกับความเงียบซึม กระป๋องเบียร์เปิดดังเป๊าะ ซานรู้สึกแปลกแยกอยู่ตลอดกันคืน คินจับตาจ้องราวกับอ่านออกว่าซานซ่อนอะไรไว้ พายเท้าคางมองหน้าซาน “เธอ…เคยกลัวการเริ่มใหม่ไหม?”
คำถามถูกทิ้งค้างกลางวงสนทนา เสียงคลื่นดังกว่าเดิม ซานยิ้มแห้ง “กลัวค่ะ…กลัวว่าจะไม่มีที่ไหนรับจริง ๆ”
เอสเดินเข้ามาเงียบ ๆ หยิบเบียร์จากโต๊ะ สายตาทุกคนจับจ้องที่เธอ เอสหลบสายตา ไม่พูด สบตาซานเหมือนจะสื่ออะไรบ้างแต่เลือกจะเงียบ
คืนนั้น ซานลุกมาดื่มน้ำที่ครัว ทว่าได้ยินเสียงกระซิบข้างกำแพง “ไม่ควรพาใครเข้ามาอีก ความลับจะไม่ปลอดภัย” เสียงปริศนาดังจากทางใต้ดิน เธอยืนฟังอยู่นาน กำมือแน่น หัวใจเต้นแรง
วันต่อมา บรรยากาศที่คฤหาสน์ตึงเครียดขึ้น คินดูเหมือนรู้ว่าซานแอบฟังเมื่อคืน เขาพูดข้ามโต๊ะอาหาร “อย่าเดินเล่นตอนดึก ที่นี่มัน…ไม่ปลอดภัย” พายเสริม “โดยเฉพาะถ้าเสียงเรียกชื่อเธอ” น้าศรีหลบตาซาน “อากาศชายทะเลไม่ดีสำหรับสุขภาพหรอก”
ซานเก็บตัวอยู่ในห้อง อ่านจดหมายเก่าที่พบในลิ้นชักห้องนอน ลายมือสวยบันทึกเรื่องเจ้าของคฤหาสน์ที่หายตัวไป ซานนั่งตีโจทย์ในใจ ใครในบ้านนี้กำลังปิดบังอะไร เธอครุ่นคิดจนเผลอหลับ
ตื่นมากลางคืนซานรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงหัวเราะเบา ๆ เธอเดินออกไปตามหาเสียง เจอพายยืนอยู่ที่ระเบียง พายยิ้มเศร้า ๆ “เธอไม่ควรออกมาเอง”
“เธอกลัวอะไรไหม” ซานถาม
พายเอื้อมจับมือซานแน่น “กลัวว่า…ความลับมันจะทำร้ายเราทุกคน ฉันเคยบอกเรื่องสำคัญไม่ได้ แล้วมันก็สายเกินไป”
เช้าวันถัดมา คินเดินเข้ามาหาซานข้างสนามหญ้า “ที่จริง…ฉันเคยคิดจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่หลายรอบ แต่…ฉันกลัวกลายเป็นคนแปลกแยกข้างนอกมากกว่าอยู่ที่นี่” ซานอยากถามต่อ แต่คินนิ่งไป นัยน์ตาวูบไหวเหมือนซ่อนบางอย่างลึกเกินจะบอกกล่าว
เอสเดินผ่านหน้าต่าง จ้องแฟ้มเอกสารในมือแน่น เธอดูเคร่งขรึมเสียงกร้าวขึ้นเมื่อซานเดินเข้าใกล้ “อยู่แต่ในพื้นที่ของตัวเอง อย่าสำรวจทั้งหลัง พวกเรารักษาความสงบของที่นี่”
ค่ำวันหนึ่ง พายงัดห้องใต้ดินแล้วชวนซานลงไปด้วย กลิ่นคาวกับความเย็นเฉียบใต้พื้นไหลท่วมตัว ซานกลั้นหายใจ เธอเห็นกล่องเหล็กเก่า พายเอื้อมมือเปิดออก ภายในมีสมุดบันทึกเล่มเก่าและภาพถ่ายหมู่ พายพูดเสียงสั่นเครือ “นี่คือบ้านที่เคยเป็น…ก่อนทุกคนเปลี่ยนไป”
สมุดในมือซานมีข้อความบางบรรทัดถูกลบ ถูกขูดออกแทบไม่เหลือร่องรอย พายกระซิบ “ทุกคนไม่อยากจำวันนั้น วันที่เราเสียเพื่อนคนหนึ่งไป”
ซานถาม “ใครเป็นคนทำ?” พายมองต่ำ “บางเรื่องไม่มีคำตอบ บางที…เหตุการณ์มันไม่ได้มีคนผิดแค่คนเดียว”
เอ็ม หนุ่มร่างท้วมอีกคนในบ้านเก็บตัวอ่านหนังสือ เขาเข้ามาร่วมวงกับซานครั้งแรก เอ็มถามเธอ “เธอกล้าถามเรื่องที่ไม่มีใครกล้าพูดตลอดชีวิตเหรอ” ซานสบตาเขา “บางทีความกล้าคือการยอมรับว่าตัวเองไม่รู้แล้วกล้ายืนอยู่กับความจริง”