ใช้ชีวิตเหมือนความฝัน
เช้าที่แสงแดดอ่อนโยนสาดส่องลงมาอย่างแทบไม่เชื่อที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ กลิ่นหอมของดอกไม้เริ่มแอบซึมมาในอากาศ สัญญาณบ่งบอกว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิที่งดงาม แต่หัวใจของมีนา กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า มีนาเป็นหญิงสาววัย 25 ปี ที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง ตอนนี้ต้องใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยมีภาพของวีรชาย คนนั้นที่เธอรักอยู่ในใจ ทุกวันเธอนั่งที่ร้านกาแฟเดิมฟังเสียงเพลงเพราะ ๆ ที่สะท้อนความทรงจำ ถึงวีรชายที่หายตัวไปในคืนหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงรถยนต์วิ่งผ่านไปมาขณะมีตุ๊กแกน้อยนอนอยู่ริมทาง ทำให้เธอหวนคิดถึงวันที่วีรชายพาเธอไปปีนเขา เสียงหัวเราะ และความสนุกสนานที่ทำให้วันนั้นเป็นวันที่ตลอดไปไม่ลืมเลือน มีนาเอื้อมมือไปคว้าสายโทรศัพท์ พยายามติดต่อเพื่อนเก่า เธอจะแค่ต้องฟังเสียงคุ้นหูอีกครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของหญิงสาวอีกคน “เขาไม่กลับมาอีกแล้ว” อารมณ์เธอแปรเปลี่ยนวูบโผล่ ความหวังที่มีลดน้อยลงมาก ไม่เหลือแม้แต่เพียงหยดน้ำในบ่อ
ในเวลานั้นเอง ที่มีหนุ่มหล่อชื่อเทวินทร์ ฝ่ายตรงข้ามของวีรชายก้าวเข้ามาในชีวิตเขา เขาเป็นล่ามของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนเมืองนี้ และเริ่มให้ความสนใจในตัวมีนา ด้วยความเห็นอกเห็นใจและแดนหนุ่มที่มีเสน่ห์ ทั้งสองเริ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้การท่องเที่ยว ผนวกกับรอยยิ้มที่สุขุมของเทวินทร์ ทำให้มีนารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป
วันเวลาผ่านไป ความรู้สึกของมีนากับเทวินทร์เริ่มเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นคนรัก แต่เธอกลับรู้สึกว่าความรักนี้เป็นการทรยศต่อวีรชาย ในขณะเดียวกันยังมีความรู้สึกผิดต่อตนเองที่รู้สึกมีความสุขกับเรื่องนี้ ขณะที่เทวินทร์ก็เริ่มรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่มีต่อเธอ โดยเขายังมีปัญหาส่วนตัวที่ระคายเคืองใจคือความดื้อรั้นในการทำธรรมดา สภาพครอบครัวที่แตกสลายไม่ต่างกัน
คืนหนึ่ง ขณะที่มีนาและเทวินทร์นั่งอยู่ที่ชายหาด ชายหาดแห่งนี้เคยเป็นที่ที่มีนาและวีรชายพบรักกัน เทวินทร์มองเห็นน้ำตาของมีนาลงบนแก้ม “ถ้าหากวีรชายกลับมากับความเจ็บปวดนี้ เราจะทำยังไง?” หญิงสาวหันมามองหน้าเขา เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา “ฉันคงมีชีวิตอยู่ได้ แค่ต้องแบกรับมัน” ทำให้อารมณ์ทั้งสองแปรเปลี่ยนไปอย่างเปิดเผย และพวกเขาตัดสินใจจะอยู่เคียงข้างกัน
อาทิตย์ขึ้นใหม่ เมื่อมีนาเผชิญกับความจริงที่เธอไม่อยากเผชิญ ถึงวันที่วีรชายกลับมาหาเธอในสภาพที่ต่างไป แทบจะไม่สามารถจดจำกันได้ มีนาแทบหมดคำพูด พยายามค้นหาคำที่เรียบเรียงจนไม่เป็นประโยค พูดไม่ออกขณะนั่งอยู่ตรงชายน้ำ “ฉันคิดถึงเธอ” วีรชายกระซิบบอกขณะที่มีนาเพียงยิ้มออกมา ไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร
ตลอดเวลาที่โอ้เอ้แห่งความวิตกกังวลที่ม่านดำในใจ กลางคืนของวันนั้นไฟไหม้อยู่ที่ บ้านของมีนา บ้านเก่าที่เต็มไปด้วยความทรงจำ มีนาต้องเผชิญโลกทั้งใจกับความสูญเสีย ผสมเข้าไปกับความรักที่เกิดขึ้นใหม่ทำให้ชีวิตดิ่งสู่ภาวะที่เธอไม่สามารถทนได้อีกต่อไป การตัดสินใจของเธอนั้นต้องเริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างสะท้อนออกมาในความรู้สึกเร็วอย่างนั้นได้ทันที
ในที่สุด มีนาต้องเลือก ความเชื่อมโยงระหว่างใคร คงไม่ง่ายแม้เดินก้าวไปข้างหน้าสี่ชีวิตของเธอดูเหมือนจะเชื่อมต่อกัน ท่ามกลางความวุ่นวายในหัวใจ ยังเหลือเส้นทางที่จะเดินต่อไป “จริง ๆ แล้วชีวิตมันก็เหมือนกับความฝัน ฉันต้องกล้าที่จะสู้อีกครั้ง” มีนาเอ่ยคำพูดด้วยน้ำตาที่ไม่แน่ใจในเส้นทางแห่งรัก
เมื่อเมืองนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นของผู้คน ความฝันที่มีค่าของเธอบางทีจะไม่ใช่ความหวังที่เลือนลางอีกต่อไป มันคือการทดลองการเดินต่อไปในสิ่งใหม่ ๆ ร่วมกับเทวินทร์ เปิดใจรับรักที่ไม่ผลักไสให้แดดฉายรำไร บางทีเธออาจจะพบทางบนพรมที่ยาวเหยียดนี้แล้ว
สุดท้ายมีนาเลือกจะทำความฝันให้เป็นความจริง ไม่ว่าอนาคตจะไปร่วมกับใคร เธอรู้ว่าเรื่องราวจะไม่จบแค่นี้