ดาวดวงเดียวในเมืองหิมะ
จังหวะที่หิมะปลิวพันตึกสูงในย่านกลางเมือง ร่างผอมเพรียวของอาชิ แทรกฝ่าผู้คนผ่านตลาดเช้าที่ทุกคนสวมเสื้อโค้ทมาตรฐานของเมืองนี้ บนทางเท้าที่ขาวราวกระดาษเปื้อนฝุ่นสีเทา เขาหยุดหน้าร้านขนมปัง กระจกใสบานใหญ่สะท้อนภาพดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความลังเล เขาไม่สนใจเค้กในตู้เหมือนคนอื่น มือซ้ายสั่นเล็กน้อยเมื่อต้องควักเงิน แต่สุดท้ายก็เดินผ่านประตูโดยไม่ซื้ออะไรเลย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงลมหายใจฟืดฟาดของชายแก่เจ้าของร้านขนมปังดังตามหลัง อาชิปรายตากลับไปครู่หนึ่ง เห็นเพียงเงาสะท้อนบางๆ ที่ชะเง้อหาความสุขในตู้กระจกแล้วหลบหนี
โรงเรียนมัธยมปลายที่ตั้งเด่นอยู่กลางเมืองเสมือนป้อมปราการที่ตัดกับท้องฟ้าขาวหม่น เด็กนักเรียนต่างเดินเรียงแถวเข้าแถวหน้าตึกเรียนใหม่พร้อมเสียงหัวเราะ ในกลุ่มนั้น อาชิไม่ค่อยพูดกับใคร เดินเหม่อตามหลังเพื่อนๆ แต่มักจะสวนกับยายอ้อยแม่บ้านโรงเรียนที่ยิ้มกว้างส่งเสียง “วันนี้อากาศเย็นนะอาชิ” เด็กหนุ่มเพียงยิ้มมุมปาก แล้วเดินผ่านไปอย่างเงียบงัน
เสียงประกาศเตือนให้เข้าห้องเรียนดังลั่นประสานกับเสียงรองเท้านักเรียนที่ก้าวพล่าน อาชิเดินขึ้นบันไดอย่างเชื่องช้ากว่าปกติ จังหวะหนึ่ง เขาตกใจเมื่อเห็นยูระ เพื่อนคนเดียวของเขา นั่งคอตกอยู่ริมหน้าต่างในห้องเรียน
ยูระหยิบหนังสือออกจากกระเป๋าด้วยมือแข็งแรง ผมสีน้ำตาลทองดูขัดกับเมืองนี้ที่ทุกอย่างซีดจาง “เมื่อคืนฝันแปลกๆ ว่ะ อาชิ เหมือนได้ยินเสียงอะไรวิ่งบนหลังคา”
“เสียงลมมั่ง” ใบหน้าอาชิไม่เปลี่ยน เว้นจังหวะนิ่งยาว “หิมะตกหนัก คืนไหนก็แปลกหมด”
ทั้งสองนั่งเงียบ หิมะขาวเบาๆ ลอยปลิวลงมาเหนือกระจกหน้าต่าง ชั่วครู่หนึ่งมีเสียงกรีดร้องจากสนามกีฬา นักเรียนกลุ่มใหญ่แห่กันออกไปรวมที่ริมรั้วโรงเรียน คุณครูวิ่งไปดู เหลือแต่ความงุนงงในแววตาทุกคน
เพื่อนร่วมชั้นของอาชิชื่อคันนะ หายตัวไป กลุ่มเพื่อนที่เหลือวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงดัง ยูระวิ่งไปถามรายละเอียด ส่วนอาชินั่งนิ่ง มือกำโทรศัพท์สั่นๆ ใต้โต๊ะก่อนจะค่อย ๆ กดปิดหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนซ้ำไปซ้ำมา
เสียงตำรวจและเจ้าหน้าที่สอบสวนดังวุ่นวาย สอบทุกคนในชั้น อาชิหลบสายตาไม่ยอมสบตากับครูใหญ่ เขาตอบข้อซักถามด้วยเสียงแผ่ว จ้องแต่รองเท้า
“เมื่อคืนกลับบ้านคนเดียว?” นายตำรวจถามเสียงขรึม
อาชิพยักหน้า ไม่กล้ายืนยันว่าตนเห็นอะไร “ผม… ไม่จำได้ดีหรอกครับ”
ยูระแทรกเข้ามา ใบหน้าตึงเครียด “เมื่อคืนเขาอยู่กับผม สองคนยืนรอรถเมล์ด้วยกัน”
อาชิเงียบงัน สิ่งที่ยูระพูดเป็นคำโกหก ฝ่ามือเย็นวาบ หัวใจเต้นเป็นจังหวะผิดปกติ
วันนั้นผ่านไปอย่างทึมเทา ทั้งโรงเรียนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทุกคนพูดถึงแค่ “คันนะ หายไปไหน” ห้องเรียนเย็นเงียบ เสียงหิมะกระทบหลังคาเหมือนกลบเสียงอารมณ์และความรู้สึกผิดของใครบางคน
ยูระเดินเข้ามานั่งข้างอาชิในโรงอาหาร ช้อนเหล็กในมือหมุนเล่น “นายเห็นอะไรใช่ไหม วันนั้น…”
อาชิก้มต่ำ หลีกเลี่ยงสายตา เสียงของยูระนุ่มแต่แฝงความกดดัน
“ฉันเห็นนายกลับไปแถวสนามหญ้าคืนวันนั้น ฝันของฉันมัน…ไม่ใช่ความฝันหรอกนะอาชิ”
อาชินิ่งเงียบ หูอื้อตื้อไปหมด
บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง กระทั่งมินะ เพื่อนหญิงที่นั่งใกล้ๆ โพล่งขึ้น “ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัวคันนะกลับ ทุกคนก็ไม่ควรไว้ใจใคร”
ห้องเรียนเหมือนจะแคบลงทุกที ครูเรียกทุกคนมาชุมนุม ให้อยู่ในโรงเรียนหลังเลิกเรียนจนกว่าตำรวจจะสืบเจอเบาะแส ทุกคนซบหน้าด้วยความเครียด
อาชิกวาดตามองกลุ่มเพื่อน บางคนเหลือบมองมาที่เขา สายตานั้นเหมือนตั้งคำถามกลาย ๆ ว่า “นายเกี่ยวอะไรด้วย”
ยูระถอนหายใจ เอียงตัวมากระซิบ “อย่าเชื่อใครทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย”
คืนนั้น อาชิลอบย่องไปยังสนามกีฬา จุดที่คันนะถูกเห็นครั้งสุดท้าย หิมะตกไม่หยุด เขาเดินวนรอบรั้ว เหยียบรอยรองเท้าตัวเองจมลึกลงไปทุกก้าว แสงไฟจากห้องยามสาดมา อาชิหลบมุม แอบดูลุงยามถอนหายใจพลางกินน้ำชา
มีเสียงกรอบแกรบเบาๆ จากหลังสนาม อาชิหยุดชะงัก เสียงฝีเท้าถอยหลังแล้วเร่งเข้าหาความมืด ในหัวเต็มไปด้วยภาพความสยองที่ไม่กล้าจินตนาการ มือเย็นชืดจนแทบหมดความรู้สึก
ขณะที่อาชิกำลังจะถอยหนี เขาเจอกับยูระที่ตามมา เสียงหัวใจเต้นถี่จนแทบทะลุอก
“ทำอะไรคนเดียวตอนนี้?” ยูระถาม เสียงขุ่นกว่าเดิม
“แค่อยากรู้ว่าจริง ๆ มันเกิดอะไรขึ้น”
ยูระมองอาชิเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ “ถ้านายไม่บอกฉันตรง ๆ ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้”
หิมะยังคงตกไม่หยุด สองคนนั่งซ่อนตัวใต้ต้นสนใหญ่ อาชิถอนหายใจยาว เห็นไอน้ำจากปากตัวเอง พูดขึ้นเบาๆ ว่า “ฉัน… ฉันทำอะไรบางอย่างที่ฉันไม่ภูมิใจ”
ยูระนิ่งไป สายตาแข็งกร้าวขึ้น “มันเกี่ยวกับคันนะมั้ย?”
“ตอนนั้น…ฉันโกรธ เธอพูดเรื่องครอบครัวฉัน แล้วก็…ฉันผลักเธอ…แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะ…” เสียงอาชิแทบไม่ออกเป็นคำ น้ำตาคลอเบ้า ไหลอุ่นออกมาบนแก้มเย็นเฉียบ
ยูระวางมือบนไหล่ ปล่อยให้ความเงียบแทรกกลางความหนาว
“นายกลัวใช่ไหม”
อาชิพยักหน้า “ฉันกลัวทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น กลัวไม่มีใครเชื่อ กลัวทุกคนจะเกลียดและทอดทิ้ง”
ยูระนิ่งงัน “ฉันก็กลัวเหมือนกัน แต่อย่างน้อยนายก็ยอมรับ กล้าที่จะบอกความจริง”
เสียงกริ่งโรงเรียนกระพือฝันร้ายให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อตำรวจเริ่มค้นหาหลักฐานในสนาม ทุกคนต้องถูกสอบสวนอีกครั้ง สีหน้าของคุณครูและเพื่อนนักเรียนตึงเครียดถึงขีดสุด
มินะเริ่มซักไซ้ยูระว่ารู้เห็นอะไรมากกว่าที่พูดหรือเปล่า ทั้งสองเถียงกันเสียงเบา อาชิหลบไปยืนมุมห้อง ตามองออกไปนอกหน้าต่างที่หิมะยังโปรยไม่หยุด
จู่ ๆ ยูระก็โพล่งขึ้นต่อหน้าครูใหญ่ “ผมคิดว่าอาชิควรได้พูดความจริง”
สายตาทุกคู่หันมาที่เขา ความเงียบน่ากลัวปกคลุมห้องเรียน อาชิสั่นเทา มือกำชายเสื้อแน่น ใจหนึ่งอยากสารภาพ แต่อีกใจก็ยังกลัวผลลัพธ์
คุณครูใหญ่มองเขาด้วยสายตาเห็นใจ “ถ้ามีอะไรก็พูดได้ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม”
อาชิกลืนน้ำลาย ท้ายที่สุดเขาก็ยอมเล่าออกมาด้วยเสียงสั่น ใบหน้าซีดเผือด ทุกคำสารภาพถูกกลืนไปกับเสียงลมหิมะด้านนอก
“ผมไม่ได้ตั้งใจ…” เขากะพริบตาถี่ น้ำตาไหลเป็นสาย ยูระลุกเดินเข้ามายืนข้างๆ
ครูใหญ่ถอนหายใจ “ขอบใจที่กล้าเปิดใจ ถึงมันจะยากแค่ไหน”
เสียงตำรวจวิทยุขอรถพยาบาลเพราะพบตัวคันนะกำลังหมดสติอยู่ข้างรั้วหลังสนาม ทุกคนพุ่งออกไปดูด้วยความตกใจ อาชิและยูระมองหน้ากันนิ่ง ๆ
คันนะรอดชีวิตแต่ต้องพักฟื้น เพราะความหนาวและศีรษะกระแทกอย่างแรง อาชิไปเยี่ยมเธอในโรงพยาบาล หย่อนจดหมายขอโทษไว้ที่ข้างเตียง เธอเพียงหลับนิ่ง ใต้แสงไฟสีขาวซีด
เมื่อกลับมาโรงเรียน อาชิถูกมองด้วยสายตาต่างกัน บางคนซุบซิบ บางคนเดินหลบ แต่ยูระยังคงนั่งข้าง ๆ ไม่ไปไหน
“อย่างน้อยนายก็ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง” ยูระตบบ่าเบา ๆ
มินะแค่มองเฉย ๆ ไม่พูดจา แต่แววตาไม่ดุดันเหมือนเดิม
สุดท้ายหลังโรงเรียน เลิกเรียนวันสุดท้ายก่อนวันปีใหม่ อาชิเหยียบหิมะเหน็บหนาว เดินกลับบ้านอย่างช้า ๆ ท้องฟ้าเหนือเมืองหิมะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจาง ที่ปลายฟุตบาท มีเด็กหญิงถือโคมไฟอยู่ หล่อนยิ้มให้เขาโดยไม่พูดอะไร สะท้อนแสงไฟส้มอบอุ่นเหนือโลกที่หนาวเหน็บ
อาชิหยุดเท้า สูดลมหายใจเข้าลึก เงยหน้ามองแสงไฟ จุดดวงดาวเดียวกลางเมืองที่เงียบเงา วันหนึ่งเขาอาจจะกล้าหันหลังกลับมาเผชิญกับเงาของตัวเองอย่างแท้จริง