ลมหายใจในมิติที่หายไป
เสียงระเบิดดังลั่นในห้องทดลองทันทีที่ปิติเปิดเครื่องทดลอง เริ่มต้นการเดินทางที่ไม่อาจย้อนกลับ ความตื่นเต้นผสมกับความหวาดกลัวแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ เขาหายใจลึก พยายามทำให้ความคิดซับซ้อนชัดเจนขึ้น ความฝันที่เขามีเกี่ยวกับการเดินทางข้ามมิติไม่หนีไปไหนเลย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ ปิติได้พบกับนาตยาเพื่อนนักวิจัยที่อยู่ในโครงการเดียวกัน เธอเปิดใจว่าเธอเคยเห็นภาพในมิติเสมือนจริง เมื่อลองสอบถามเข้าไปลึกๆ เขาก็พบว่ามันไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็นความทรงจำจากชีวิตอื่นของคนที่เคยมีอยู่จริง
ในคืนหนึ่ง สายลมเย็นๆพัดผ่านเทศกาลแสงแดดของเมืองหลวงที่เปล่งประกายด้วยสีสันราวกับภาพวาดที่มีชีวิต ทั้งคู่ยืนอยู่ที่ริมทะเล สายตาที่จับจ้องไปยังดวงดาวที่เลือนลาง พวกเขาพูดคุยกันถึงความเป็นไปได้ ว่าหากมีทางเดินไปสู่ความจริงที่กว้างใหญ่จะเป็นอย่างไร
“ถ้าเราไม่กล้าทดลอง เราจะไม่มีวันรู้ว่ามิติที่เราสามารถเข้าถึงมันมีอะไรรอเราอยู่” นาตยาหันมามองปิติด้วยแววตาแจ่มใส
ปิติยิ้มตอบ ในความคิดของเขา ความรักที่เขามีต่อนาตยาทำให้เขามีแรงขับเคลื่อนที่จะทำตามฝัน แม้ว่ามันจะเสี่ยงพิสูจน์ในความเป็นจริง
วันนี้คือตัวตนที่สำคัญของเขา เขาทยอยกดปุ่มควบคุม อุปกรณ์ทดลองส่งแรงดันออกมาในห้องที่สั่นสะเทือน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบเรียบ จนกระทั่ง…
เสียงเกรอะกรอบเกิดขึ้น ก่อนที่เครื่องจะปล่อยพลังงานกระจัดกระจายออกมา ขอบเขตของการทดลองเพิ่งเริ่มต้น และแล้วเขาก็เกือบถูกรบกวนด้วยแสงอันแปลกประหลาด
ซึ่งทำให้ตัวเขาต้องสะดุดและถูกดูดเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง สถานที่นั้นเต็มไปด้วยสีสันและรูปทรงแปลกตา แสงสีเดินไปตามท้องฟ้า เขาก้าวออกไปด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างหวาดกลัวและตื่นเต้น
ในมิติที่เขาอยู่เขาเจอเมืองที่แตกต่างออกไป ผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าที่จัดเต็ม สีสดใส และพูดคุยกันอย่างมีความสุข แต่ความจริงอันชวนสยองเผยออกมาทันทีเมื่อเขาได้พบกับสาวน้อยคนหนึ่งที่อ้างว่าเธอคือแฟนเก่าของเขาในมิติเดียวกัน
“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?” เสียงของเธอสั่นเครือ เขาอมยิ้มแต่หัวใจจมดิ่งลง มันคือความทรงจำที่เขาไม่เคยเลือนราง
“เราต้องเปลี่ยนอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก” เสียงของปิติหนักแน่น แต่ภายในใจเขาเต็มไปด้วยความลังเล การเผชิญหน้ากับความจริงในมิติเสียสละทำให้เขาต้องทำการเลือกที่เหมือนกระโดดเข้าสู่ความมืด
การลุ้นระทึกเกิดขึ้นตอนที่เขาต้องเตรียมเพื่อนำความทรงจำที่มีค่าไปให้คนที่อยู่ในมิติของเขา และต้องสู้กับสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ในวิญญาณของเขาสำหรับความรักที่เขาเสียไป
เวลาผ่านไปและทุกสิ่งกำลังส่งเสียงร้องให้เขารู้ว่า เขาต้องการกลับไปปกป้องนาตยาเพื่อนรัก ที่เผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่แปลกประหลาดเช่นกัน
เมื่อนาฬิกาหยุดหมุน ทุกอย่างรอบตัวเริ่มขยับ นักวิจัยหนุ่มตัดสินใจแล้ว เขาไม่สามารถเพิกเฉยถึงการเสี่ยงเพื่อสร้างหนทางในดินแดนที่ไม่เคยมีใครเดินทางมาได้ แต่ความทรงจำจะช่วยนำทางเขาอย่างไรเมื่อเขาต้องกลับไปยังมิติที่แตกต่างกันที่มีความรักในนั้น
นาทีที่ปิติเริ่มต่อสู้เพื่อความจริง เสียงกรีดร้องและเสียงปกป้องเกิดขึ้นบนศูนย์วิจัยที่เขาเคยอยู่ ลำแสงทะลักออกจากเครื่องทดลองในบ้านของเขาอย่างรุนแรง
เสียงที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นเกิดขึ้นเมื่อปิติพบว่าตนสามารถแสดงความรักที่เต็มเปี่ยมสำหรับคนในอดีตได้ การเลือกจะเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ไม่เพียงแต่มีต่อเขา แต่เวลาทั่วไปด้วย
ในที่สุด การแพ้หรือชนะไม่ได้อยู่ที่พลังแต่ขึ้นอยู่กับศรัทธาที่เขามีต่อมิติและคนรอบข้าง หนทางแห่งความรอดอาจทำให้เขาได้อยู่เคียงข้างผู้ที่เขารักและกลับมายังคงหายใจในมิติที่หายไป