ห้วงเวลาที่สูญเสีย
ถึงแม้ไฟฟ้าจะกระพริบอยู่ในบ้านหลังใหญ่ แต่ความมืดที่หลบซ่อนอยู่ในจิตใจของดาวิกากลับเข้มข้นและเป็นสีดำสนิท เธอนั่งอยู่ในเบาะนวมตัวใหญ่ของห้องนั่งเล่น ข้างนอกมีเสียงรถยนต์ดังไปมาบนถนน ตึกสูงโดดเด่นท่ามกลางคืนกรุงเทพมหานคร เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ เผ่นให้เธอกลับมาจากความคิดที่ไม่สิ้นสุดเกี่ยวกับพี่สาวที่เธอเลิกติดต่อไปนานแล้ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมพี่ต้องไป?” เสียงของดาวิกาทับซ้อนกับความคิดที่ลอยอยู่ในหัว หมดหวังที่จะหาคำตอบ ดาวิกาพยายามทำใจให้สงบ เหนื่อยจนแทบจะไร้ความหวังสำหรับการคืนดีระหว่างเธอกับพี่สาวที่เคยรักกัน ทั้งๆ ที่พวกเธอเป็นเสี้ยวชีวิตของกันและกันมาโดยตลอด
ในตอนที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น ความรักและความกระตือรือร้นในการเป็นที่หนึ่งในสายตามาของพ่อและแม่ส่งผลให้พวกเธอเดินทางที่แตกต่างกัน ดาวิกาต้องการให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเธอ รอคอยผลสอบกลางภาคที่น่าผิดหวังจุดเริ่มต้นสู่ความวุ่นวายใจเป็นเวลานานและเมื่อกระแสความกดดันเพิ่มขึ้น พี่สาวของเธอ แพรฝน ก็หายไป
แพรฝนเลือกที่จะเดินทางฝั่งตรงข้าม เลือกที่จะหนีไปที่ซึ่งว่าโลกภายนอกมีสีสันและเสียงดัง แต่ละวันของเธอเป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และแม้จะมีเพื่อนที่สนับสนุน แต่การใช้ชีวิตแบบที่เธอไม่ได้เลือกกลับสร้างแรงกดดันระหว่างพี่น้องที่เคยใกล้ชิดกัน
หลายปีผ่านไป การตัดสินใจของแพรฝนได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของทั้งสองอย่างถาวร ความสัมพันธ์ของพวกเธอเต็มไปด้วยรอยแยก ยิ่งวันเวลาเดินหน้าต่อไป การโทรหากันยังไม่มีเสียงตอบรับจากแพรฝน การเว้นระยะระหว่างสองหัวใจที่เคยผูกพันเริ่มเป็นปมบาดแผลที่ไม่มีใครสามารถเยียวยาได้
วันที่ดาวิกาตัดสินใจที่จะไปหาพี่สาวด้วยตัวเอง เริ่มขึ้นในวันฟ้าแจ่ม เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามาในบ้าน ผู้คนในตลาดข้างถนนต่างสนทนากันอย่างสนุกสนาน แต่ดาวิกากลับรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่ที่ไม่มีใครเข้าใจ เธอเดินทางไปที่คาเฟ่ที่แพรฝนเคยอ้างว่าเป็นที่หลบภัยของเธอ
กลับเป็นว่าที่นั่นกลายเป็นที่แห่งความวุ่นวาย ในแต่ละเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง ความกดดันที่หน่วงเหนี่ยวเหมือนมีใครยกให้ขึ้นก่อนที่เธอจะล้มลง แพรฝนนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน ดูเหมือนจะจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ไม่ได้มองดูทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว
“แพร…ทำไมพี่ถึงมาที่นี่?” สิ่งที่ดาวิกาพูดออกไปนั้นเป็นการถูกเปิดออกจากความเงียบและทำให้แพรฝนชะงัก ชัดเจนว่าพี่สาวไม่แม้แต่จะเพิ่มความสนใจ
“ฉันคิดไม่ออก” แพรฝนพูดเสียงต่ำ แม้จะรู้สึกเจ็บปวด การสารภาพเหล่านั้นกลับไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเธอ
ช่วงเวลาที่พวกเขาใช้ร่วมกันในคาเฟ่ กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นอดีตที่เฝ้ารอทั้งสองอย่างขมขื่น เมื่อลมเย็นๆ พัดมาจากประตูที่เปิดทิ้งไว้ มันดึงความรู้สึกหวงแหนไปจากทั้งสองเมื่อไม่มีการติดต่ออีกแล้ว การตั้งคำถามคืนนั้นยังคงอยู่ในอากาศ แออัด แข็งเกร็งจนไม่กล้าตั้งคำถามต่อ
ดาวิกาตัดสินใจกลับ หมดหวังในความเชื่อใจ แต่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้า ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ ความรักของพี่สาวก็ยิ่งยากที่จะส่งไปให้กัน ดาวิกาจึงตั้งใจที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่แพรฝนได้เลือกและไม่เลือก
จากนั้นดาวิกาจึงกลับมาสู่โรงเรียนอีกครั้ง ใครบางคนจะต้องแบกทั้งความฝันและความผิดหวัง จำเป็นที่เธอจะต้องต่อสู้เพื่อตัวเอง และยอมรับเส้นทางที่คนอื่นเลือกเดินไป และเธอเลือกที่จะกลับมาอยู่ภายในกรอบที่เคยคุ้นตา
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการสนทนาที่รื่นเริง เธอพยายามที่จะรั้งตัวเองให้กลับมายืนอยู่ให้ได้ โดยที่ไร้ซึ่งเงาของพี่สาว ทุกการเลือกที่มีความหมายจะต้องถูกแบ่งออกไป แต่มิตรภาพที่มีค่าเช่นนี้ สามารถสร้างทางเลือกใหม่ได้หรือไม่? ในที่สุดเธอก็ค้นพบว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องยังคงอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในหัวใจ ทั้งคู่ยังมีโอกาสที่จะค้นพบกันอีกครั้งอย่างไม่สิ้นสุด