ดวงดาวที่สูญหาย
กลิ่นของโจ๊กหมูที่ทำในครัวยังอยู่ในอากาศขณะที่ริวนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องเล็ก ๆ ของเขา เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกับเสียงสั่นของจอภาพที่คลุมเครือ ริวเงยหน้าขึ้นพบกับชื่อของแม่บนหน้าจอ เขากดรับ สภาพอากาศนอกหน้าต่างขมุกขมัวจนเขาแทบไม่อยากมอง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ริว แม่มีเรื่องบอก…” เสียงแม่สั่นคลอน เขารู้ว่ามันคือเรื่องที่เขากลัวที่สุดที่มาในขณะนี้ เมื่อน้ำเสียงของแม่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์
“แม่เป็นอะไรไปครับ?” ริวถามด้วยเสียงเบาหวิว เช่นเดียวกับหัวใจที่เต้นแรงในอก เขานั่งพิงกลับไปที่เก้าอี้ เสียงลมกรรโชกนอกหน้าต่างบดบังทุกอย่าง
“หมอบอกว่า… แม่ป่วย และมีเวลาไม่นาน เราต้องหาทางรักษา” ความเงียบเข้าครอบงำ เมื่อเขาได้ยินคำว่าศาสตร์มืดที่ชัดเจนในเสียงของแม่
“แม่…” ริวพูดไม่ออก เขาหรือแม่จะเผชิญกับความจริงนี้ได้อย่างไร เขาต้องทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น แต่เขากลับกลับลังเล ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
หลังเสร็จจากการพูดคุย ริวออกจากบ้านอย่างไร้จุดหมาย สายฝนที่เริ่มลงเม็ดน้อย ๆ ทำให้เขารู้สึกเย็นเจี๊ยบ สายตาเขามองออกไปยังร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่อยู่มุมถนน
เมื่อเขาเข้าไป เขาได้ยินเสียงเพลงเบา ๆ ที่เล่นจากมุมห้อง เหมือนมีรังสรรค์ในเทพนิยาย แต่เขาเลือกที่นั่งแยกตัวออกมา ปล่อยให้กำลังใจของตนมันโล่งด้วยความกดดัน
ในขณะที่เขานั่งจิบกาแฟ ทุกอย่างดูหลุดหายไป จนเมื่อเสียงเพลงเข้ามาวาดเริ่ม ให้เสียงมหัศจรรย์ของเอมิลี่ ที่นั่งเล่นกีต้าร์ข้างๆ
ริวมองเธอด้วยความสนใจ ร่างเล็ก ๆ ของเธอเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงของเธอดึงดูดเขา จนแทบลืมความเศร้าที่อยู่ในใจ แต่โฉมนั้นเขากลับมองว่ามันเป็นสิ่งต้องห้าม
“เธอนี่เป็นใคร?” ริวเอ่ยเสียงเสียงต่ำๆ เมื่อจบเพลง
“เอมิลี่ เป็นนักดนตรี อาจจะเรียกว่าเพื่อนได้ไหม?” เธอหัวเราะ พร้อมกับยิ้มให้เขา ความอบอุ่นในตัวเธอทำให้ริวรู้สึกครื้นเครง
“เห็นเธอเล่นแล้วอยากทำเพลงของตัวเองบ้าง” ริวตอบกลับ รู้สึกอยากให้ความรู้สึกของการต้องเผชิญโลกใหม่เต็มไปด้วยความหวัง
ไม่รู้ทำไม เขาเริ่มเห็นชีวิตหลาย ๆ อย่างสวยงามขึ้น เมื่อเอมิลี่ยิ้มให้ ทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงกัน
การพัฒนาความรู้สึกระหว่างเขาและเอมิลี่เริ่มต้นอย่างช้า ๆ เธอดึงเขาออกจากห้วงคิดเหล่านั้น ทุก ๆ การพูดคุยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความหวัง
หนึ่งคืนเมื่อพวกเขานั่งอยู่ใต้แสงดาว ริวได้ยินเสียงเอมิลี่พูดออกมาในความปลอดภัย
“เราต้องใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ หลายครั้งที่เรานึกถึงโลกในอดีต และมันจะไม่มีวันกลับมา”
ในคืนที่สวยงามนั้น ริวรู้สึกว่าขณะเขาอาจจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความรักที่เขาขาดไปเสมอ
แต่เบื้องหลังยังมีความจริงที่เศร้าอยู่ เมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลอีกครั้ง
เขาไม่มีทางเลือก ต้องกลับมาที่บ้าน ต้องเตรียมรับมือกับโลกที่แตกต่าง และความยังไม่เต็มที่กับเอมิลี่
เมื่อพวกเขามีการพูดคุยถึงความรู้สึก ริวเริ่มรู้สึกผิดต่อทั้งสองฝ่าย
“แม่บอกว่าฉันควรจะไปหาความรักที่จริงใจ เพราะเมื่อมีคนรักจริงซึ่งมันจะเกิดขึ้น” เขากล่าวเสียงสั่น
“แล้วถ้า… หากฉันไม่ได้รักเธอ?” เอมิลี่ถามเสียงเบา
“ฉันรักแต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง” เขาลงไปบนพื้นหญ้า ก้มหน้าวิกฤต
เวลากำลังหมดลง สำหรับทุกคน
ต่อมา อัดอั้น และต้องหาเส้นทางที่ถูกต้อง ในบ้านที่เป็นพิษจากน้ำตาของแม่
“ริวลูก แม่ยืนยันจะไม่ให้ลูกเดินตามทางของแม่” แม่พูดอย่างเด็ดขาด
เมื่อริวเห็นนั่น เขารู้ว่าเขาต้องดีขึ้นเพื่อตนเอง และอีกหมดเท่าที่มี เอมิลี่กลายเป็นดวงดาว เป็นแสงเตือนใจให้กับเขา
การแสดงของแม่ผ่านมากประสบการณ์ทำให้ริวเริ่มตระหนักถึงชีวิตที่ไม่เหมือนกัน
เป็นเสียงเพลงในหัวใจเขา เสียงที่กระซิบเตือนของเอมิลี่
กลางคืนหนึ่งความชัดเจนเข้ามา ริวโทรไปหาเอมิลี่ เพื่อส่งข้อความจากใจ
“เธอเป็นดวงดาวที่ฉันตามหา” เขากล่าวเสียงสะอื้น
การตัดสินใจในค่ำคืนแสงดาว ริวเลือกที่จะอยู่ข้างๆ แม่และสร้างโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยชีวิตที่ไม่เคยมีมาก่อน
ปัจจุบันมีความรู้และประสบการณ์จากการเสียน้ำตาเพื่อความจริงใจในโลกที่แสนยาวไกล ริวเลือกออกเดินทางใหม่กับความรักที่ไม่ต้องละทิ้ง
ทำให้เขารู้อดีตคือภาคที่เขาไม่สามารถกู้คืน แต่อนาคตคืออนาคตที่รอคอย
ในวันสุดท้ายที่แม่อยู่ ริวได้แสดงให้เห็นถึงความรักที่เขาจัดเตรียม เปิดโอกาสให้รักและหยุดมองเพื่อสิ่งที่ตนเองรักจริง ๆ
หลายปีผ่านไป ริวและเอมิลี่พบกันอีกครั้ง ท่ามกลางความอบอุ่นของค่ำคืนนี้ เธอเปลี่ยนมาเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง
“ทำไมเธอไม่โทรหาฉัน” ริวถามด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชุ่มชื้น
“ดาวที่สูญหายกลับมาแล้ว” เอมิลี่ดวงตาเป็นประกาย ส่งอารมณ์จริงใจก่อให้เกิดความรักในโลกใหม่
ในที่สุดชีวิตของทั้งคู่เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ด้วยการเปิดประตูสู่อนาคตที่ไม่มีจุดจบ ริวได้ค้นพบความรักในทุก ๆ สิ่ง เขาจึงเลือกที่จะหันกลับมามอง และเดินต่อไปในเส้นทางที่เคยยืนอยู่ แสงดาวทั้งหมดนำทางเขาอย่างอบอุ่น