รักในเสียงดนตรี
เสียงดนตรีดังก้องไปทั่วเมือง ขณะที่นางเอกสาวอังคณา นักดนตรีอิสระ โดดเด่นด้วยเสียงร้องที่เย้ายวนใจ แต่ชีวิตเธอกลับสวนทาง ชีวิตประจำวันน่าเบื่อและการลองประสบการณ์ใหม่ๆ ทำให้เธอพบกับความรักในเสียงเพลงและความจริงใจของคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะรัก..
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในกลางตลาดนัดริมคลอง แสงแดดสาดส่องทำให้สีสันของแผงขายของและบรรยากาศคึกคัก นักดนตรีหลากหลายแนวต่างส่งเสียงดนตรีระหว่าางเสียงพูดคุยของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เสียงกีตาร์ของเด็กหนุ่มชื่อ “ท็อป” เด่นชัดออกมาผสมผสานกับเสียงฟองน้ำของร้านขายขนมหวาน เป็นผลให้ไม่มีใครสามารถผ่านไปได้โดยไม่หยุดฟัง.
อังคณา สวมเสื้อยืดสีขาว ขาสั้นและรองเท้าแตะ สลับกับกระเป๋าใบใหญ่ซึ่งมีเครื่องดนตรีที่เธอรัก เธอหยุดฟังอย่างตั้งใจ เผลออมยิ้มเมื่อเสียงดนตรีไหลไปตามกระแสลม ช่วงเวลานั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยน เมื่อเธอได้เห็นท็อปยิ้มให้กับผู้คนรอบข้าง แววตาของเขาเปล่งประกายแบบที่เศร้าผ่านไปได้ไม่มีใครรู้.
“ดูนั่นสิ ว่าเขาเล่นกันสนุกแค่ไหน” อังคณาพูดกับเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สีหน้าเธอเต็มไปด้วยความหลงใหลและอิจฉา “เผื่อว่าฉันจะได้เล่นอะไรแบบนั้นบ้าง”
หลายวันผ่านไป ท็อปกลับมาเล่นอีกครั้ง อังคณาตัดสินใจจะเข้าหาเขา เธอปรับชุดของตัวเองเพื่อให้ดูดีขึ้น จนกระทั่งวันที่เขาเห็นเธอเดินออกไปจากกลุ่มเพื่อนของเธอ สีหน้าเขาแสดงความสนใจที่ไม่ปิดบัง “เข้ามาฟังเล่นนะ” เขายิ้มด้วยท่าทีเป็นมิตร
“คุณเล่นได้สวยจริงๆ” เธอชมเชย เมื่อได้ยินเสียงเขาพูดในแนวที่เบาและนุ่มนวล “เคยคิดจะทำเพลงร่วมกันไหม” คำถามนั้นลอยขึ้นในอากาศ เสมือนตราตรึงใจทั้งคู่ในเวลาทันที.
ท็อปยิ้ม “ทำไมไม่ลองเล่นเพลงของคุณสิ เราสามารถรวมกันสไตล์ได้” นั่นคือช่วงเวลาที่ทั้งสองทำเพลงแรกด้วยกัน ทีละโน้ต ทีละคำ ด้วยอารมณ์แห่งความรักและการสร้างสรรค์ที่ก่อตัวในหัวใจ อย่างไรก็ตาม การเดินทางในการคบหาดูใจของทั้งคู่กลับท้าทายเต็มไปด้วยเสียงดนตรีที่สับสนและความรู้สึกที่ซับซ้อน.C
เมื่อสองคนต้องเรียนรู้การทำงานเป็นทีม อุปสรรคเริ่มเข้ามาทดลองความรักและความไว้วางใจ พื้นฐานจึงเห็นความต่างในการเข้าหากัน อังคณาเป็นคนที่ทะเยอทะยาน ต้องการความชัดเจน ขณะที่ท็อปกลับเป็นคนร่าเริงและใจเย็น ทำให้ต้องแย่งเวลากันของอาทิตย์หาผลประโยชน์ในความรักและการสร้างสรรค์.
ความกดดันจากการแสดงที่พวกเขาต้องทำ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเทศกาลดนตรีประจำปี มันทำให้ความสัมพันธ์ของเขาสั่นคลอน การทะเลาะกันเริ่มบ่อยครั้งเมื่อทั้งสองไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างที่ควร องค์ประกอบด้านนอกที่เข้ามากดดันสร้างความคลุมเครือให้กับการใช้ชีวิตร่วมกัน.
ท้ายที่สุดแล้ว อังคณาเกิดความลังเล เมื่อเธอพบว่าท็อปจะมีคอนเสิร์ตที่เมืองอื่น เธอเริ่มหนักใจ ว่าเขาอาจจะไม่กลับมาคบกับเธออีก “ฉันจะทำให้เธอภูมิใจ” ท็อปตอบหนักแน่น ขณะเตรียมต้นเสียงของเพลงที่ทั้งสองด้วยกันสร้างขึ้น พวกเขาออกไปตระเวนหาสถานที่ใหม่ในการเล่นเพลง แต่ยังต้องรักษาความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้สำเร็จเช่นกัน.
เมื่อทุกอย่างเหมือนจะคลี่คลาย กลับกลายเป็นต้องทำใจให้เข้มแข็งยอมรับความเป็นจริง ความรู้สึกบีบคั้นในหัวใจ ทำให้ทั้งสองแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละหรือการพัฒนาก็ยังไปไม่ถึง จุดสูงสุดกำลังจะเป็นเวทีในคอนเสิร์ตที่มีเพียงหนึ่งวันข้างหน้าจนจบเพลงที่ยิ่งใหญ่ในเวลานั้น ผู้กองใจคลั่งทำให้การเล่นในวันนั้นจบลงออกมาได้อย่างสวยงาม
สุดท้ายเรื่องของการยอมรับรักของแต่ละคนมาถึงน้ำตาเมื่อทั้งคู่กลับมาที่กลางตลาดอีกครั้ง เสียงเพลงและการแสดงออกที่บรรยายถึงเส้นทางของเวลา จากนั้นเสียงดนตรีดังดังก้อง และท็อปได้ขออังคณาเป็นที่รัก ด้วยความรักที่เหลืออยู่ในใจที่พวกเขาได้สร้างขึ้นตลอดการเดินทาง.”