รักในเส้นขนาน
คืนหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่แสงไฟนีออนกระทบหน้าผากของผู้คนที่เดินผ่านไปมา เสียงดนตรีสดจากร้านเล็กๆ คู่บนถนนข้างทาง ทำให้เวทีเล็กที่มีนักร้องสาวนั่งอยู่กับกีตาร์กลายเป็นจุดดึงดูด แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านท้องฟ้าให้บรรยากาศโรแมนติกมากขึ้น เมื่อพอล วิศวกรหนุ่มที่อุทิศชีวิตให้กับโครงการก่อสร้างข้ามคืน อยู่ในช่วงหมกมุ่นกับงาน ปิดการสนทนาในสมองไว้ – จนเมื่อเสียงโน้ตที่ไพเราะของน้องเมย์ นักร้องหน้าตาน่ารักและเต็มไปด้วยอารมณ์ เสียงร้องของเธอกระตุ้นให้เขาตั้งใจฟังมากขึ้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!น้องเมย์มองหาคนที่ฟังอยู่ตรงหน้า สายตาเขาเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่มีความใฝ่ฝันอยู่ลึก ๆ เธอรู้ว่าชีวิตของพวกเขาแตกต่างกันในเส้นทางของอาชีพ – เขาคือวิศวกร สุดท้ายเธอกับเขาจะมีอนาคตร่วมกันหรือไม่
เมื่อจบการแสดง พอลที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน แต่กลับรู้สึกมีแรงดึงดูดเข้าไปพูดคุยกับน้องเมย์ “คุณร้องเพลงได้ไพเราะมาก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่มาดเท่แต่เธอกลับเห็นความไม่มั่นใจในดวงตา พร้อมกับเสียงหัวเราะประปรายที่ดังก้องในร้าน
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาเริ่มพูดคุยกันในร้านกาแฟใกล้ ๆ ความคิดที่แตกต่างเริ่มเปิดเผย น้องเมย์เล่าว่าเธอเคยเสียน้ำตากับปัญหาครอบครัวที่จับเธอเข้ามาในโลกของเสียงเพลง พอลกับบ้านที่คอยกดดันเรื่องการเลือกงานในสายวิศวกรรม และทั้งคู่ต่างยืนอยู่บนขอบเหวระหว่างความฝันกับหน้าที่
ความรักเริ่มผลิบานอย่างเชื่องช้าในคืนที่มีพายุผ่านไป พวกเขาใช้เวลาพูดคุยกัน ซุ้มต้นไม้ที่อยู่ริมคลองหลายครั้ง น้องเมย์มักจะมองขึ้นไปที่ดวงดาว “ทำไมเราไม่สามารถเลียนแบบชีวิตในเพลงได้เลย” เธอถามพลางยิ้ม
แต่นั่นคือคำถามที่คำตอบไม่เกิดขึ้น ทั้งคู่เผชิญหน้ากับมืดมิดที่รออยู่ข้างหน้า คำสาปในครอบครัวของพอลที่ยังคงมีอยู่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าความรักที่แท้จริงสร้างแรงบันดาลใจให้กันและกันได้ขนาดไหน
เมื่อความรู้สึกและฝันเริ่มเชื่อมโยง พวกเขาต้องเจอกับอุปสรรค พอลได้รับงานต่างจังหวัดทำให้ต้องเลือกหน้าที่ อยู่ห่างจากน้องเมย์ ขณะที่เธอก็ต้องต่อสู้กับการทำเพลงในสถานที่ที่ไม่เคยมีใครให้โอกาส การแสดงในองค์กรกำลังจำกัดอาชีพของนักร้องที่เธอเป็น
กลางดึกของคืนหนึ่ง เมย์พยายามโทรหาพอล แต่อีกฝ่ายไม่สามารถรับสาย เพราะเขามีการประชุมสำคัญอยู่ ท่ามกลางการสร้างเสร็จของอาคาร และทุกอย่างกลับมาจบที่ปัญบัมนครอบครัวที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ช่วงเหตุการณ์ขัดแย้งก็เริ่มขึ้น เมื่อพอลได้ข่าวเรื่องน้องเมย์จากกลุ่มเพื่อนว่าเธอได้เข้าร่วมการประกวดร้องเพลงที่มีชื่อเสียง หลังจากที่ตั้งใจลาออกจากงาน ฉัตรา นักธุรกิจสาวโฉดที่ถูกพอลเผชิญหน้าเพื่อรักษาผลประโยชน์ดันบอกว่าการไปประกวดแบบนั้นทำให้เขาเสียคะแนนเสียง
กรอบใจของเขาเริ่มแตกสลาย ระหว่างที่เดินอยู่ในมื้อสังสรรค์ที่จัดโดยบริษัท เพราะพอลรู้ดีว่าสักวัน เขาต้องเลือกว่าจะอยู่เคียงข้างใคร แต่จะเป็นใครกัน{/p>
และยิ่งแย่กว่า คือเมื่อวันแข่งขันมาถึงเรียกว่าชีวิตเต็มไปด้วยเลือดลม ด้วยแรงจูงใจทั้งสองฝ่าย อาจมีคนทำผิดโปรแกรมระหว่างเดินทางนำไปสู่อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดซึ่งส่งผลกระทบให้พวกเขาต้องตระหนักถึงความรักในแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
เมื่อวงการเริ่มหายไปชั่วขณะ พอลและน้องเมย์จึงได้พูดคุยกันในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีเพียงความรู้สึกสำนักคนที่รู้สึกหนัก พอทั้งคู่เริ่มเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น ครอบครัวที่เคยให้การสนับสนุนได้สร้างขวัญกำลังใจ แต่การช่วยเหลือก็อาจมีราคาที่สูงไม่ใช่แค่เงิน ถึงเวลาที่แยกกันออกไปแน่นอน
หลังก่อนที่จะเชื่อมต่อกันได้ พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงความเสี่ยงและความเหนื่อยร้อนที่เคยมีในอดีต พอลได้เตือนไปครั้งสุดท้าย “ครั้งต่อไปจะต้องเลือกให้ดีกว่า”
และเมื่อต้องกลับมาสู่เส้นทางที่มืดมนอีกครั้ง ตอนสุดท้ายที่การแสดงผลจะค่อยเปลี่ยนเป็นเชิงบวก ด้วยเพลงที่มีความหมายเมื่อพวกเขายืนอยู่ข้างเวทีในคืนที่ดูท่าทางที่มืดมิด พร้อมตาเต็มไปด้วยน้ำตารอรับการเริ่มต้นใหม่
น้องเมย์ลากเสียงเพลงร้องทิ้งให้ตับท้าทาย โดยแพ้ให้พอลร้องตามไปด้วย น้ำเสียงของทั้งสองคนประสานอยู่ในลมเย็นยามค่ำคืน ความรักที่พวกเขาแสวงหาในความไร้เดียงสา มันไม่สามารถถูกกำหนดได้จากเส้นทางเท่านั้น – ทว่าคือตัวพวกเขาเองที่ต้องเลือกสร้างความรักในแง่มุมของจิตใจ
บทบาทในการที่ต้องค้นหาตนเองไปกับความรัก ขอให้เสียงดนตรีได้บรรเลง ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อให้ได้ร่วมกันออกมาเส้นทางที่สดใสกว่าที่เคยเป็นได้