ความรักในโลกอนาคต
แสงไฟนีออนสว่างไสวในเมืองใต้ดินซึ่งเต็มไปด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยและกลิ่นของโลหะปรอท มานะ หนุ่มสาววัย 21 ปีนั่งอยู่ที่โต๊ะในร้านอาหารเล็ก ๆ ที่มีเมนูอาหารที่ถูกสั่งผ่านแอปพลิเคชัน แค่มองลงไปที่จานอาหารที่มีลักษณะเหมือนจานใสสะอาด สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่มีการควบคุม ทุกวันเขาต้องใช้ชีวิตตามโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นโดยระบบของเมือง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะที่เขาช้อนอาหารเข้าปาก เสียงจากนักพูดในระบบการซอฟต์แวร์ทำให้เขารู้สึกถึงความเบื่อหน่าย “เวลาที่หมดไปกับการตั้งคำถามกับระบบไม่มีความหมาย” มานะถอนหายใจแต่แล้วก็ต้องหันไปสนใจเสียงเพรียกที่ดังขึ้นกลับมาจากอีกมุมหนึ่งของร้าน
แขก หญิงสาวผู้มีผมยาวสลวยในเสื้อผ้าที่ดูเก๋สวยใจกลางการยืนชูมือขาวบริสุทธิ์ของเธอให้หนึ่งในพนักงานเสิร์ฟ ร้านเปลี่ยนบรรยากาศไปเป็นข่าวใหม่ และไม่มีใครพอที่จะมองเห็นเธอ
“แค่กดสั่งก็ตัดสินใจแทนเราเหรอ?” มานะเปล่งเสียงขึ้นมาดัง ๆ ก่อนที่แขกจะนั่งลงในโต๊ะข้างเคียง
“อ้าว คุณ…” แขกหันไปมอง มันดูมีโอกาสพิเศษ มานะรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น “ใช่ค่ะ นี่คือชีวิตเราตอนนี้ ความคิดของเรากลายเป็นแค่เส้นสายไฟ”
แขกพูดอย่างนุ่มนวลราวกับเธอเป็นบุคคลแรกที่พูดถึงความรู้สึกที่เขารู้สึกอยู่ในใจ
ตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกัน พวกเขาใช้เวลาหลายคืนในการสนทนาเกี่ยวกับชีวิตและการปฏิวัติโดยเทคโนโลยีกับมนุษย์ โดยพวกเขาตั้งเป้าหมายที่จะสำรวจเมืองนี้ด้วยกัน
สองสัปดาห์ผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มเข้มข้นขึ้นและมีการขยายขอบเขตแห่งความรู้สึก แขกเริ่มพาเขาไปสู่ที่ที่ไม่เคยมีใครไป พบกับบันทึกและขอให้เขาเป็นที่ปรึกษาในฐานะที่เขามีทักษะการคิดที่ไม่เหมือนใคร
“ชีวิตเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่เขียนขึ้นใหม่ทุกวัน” แขกพูดขณะยิ้ม“ลองดูสิ มีอะไรที่พร้อมจะไปสำรวจ!” ในขณะที่พวกเขาเดินไปตามเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
วันหนึ่ง มานะได้รู้ว่าแขกมีแผนการลับกับกลุ่มเคลื่อนไหวที่ต้องการส่งเสริมการใช้ความจริงแทนการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้ชีวิตประชาชนในเมืองเก่ากลับบ้านเกิดในโลกที่ได้รับการหยุดชั่วคราวไปแล้ว
“เหตุการณ์นี้จะทำให้ระบบพัง! แล้วคุณจะทำอย่างไร?” มานะมองเธออย่างไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
“ฉันไม่รู้เหมือนกัน…แต่เห็นเลยว่าชีวิตนี้เราลงทุนในขณะโปรแกรมได้หมดจด” แขกกล่าวเสียงเครียด
ความรักที่พวกเขามีเริ่มถูกกดดันภายใต้ความกลัวและสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งด้านการเคลื่อนไหว ในเดือนหน้ามานะต้องเลือกว่าจะร่วมเดินไปร่วมความเสี่ยงเหล่านี้ หรือจะอยู่ในระบบที่เขาคุ้นเคย
“เพียงแค่คุณตั้งใจทำในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นความจริง คุณเองอาจเปิดการเข้าถึงให้คนอื่นได้……” แขกพูด่าน่อย ๆ
เมื่อถึงวันหยุดที่มีการประท้วง มานะยืนอยู่ที่นั่นท่ามกลางแสงไฟนีออนที่จุดประกายให้กับฝูงชน มานะหันไปมองแขกที่ยืนประจันหน้าอยู่กับเพื่อนร่วมงานของเขาที่ออกมากระทำแผนการลับของพวกเขา
เสียงดังจากการเรียกร้องเพิ่มขึ้นเรื่อยในความรู้สึกเต็มที่ ความรักของมานะ ทำให้เขามองไปในอนาคตที่กว้างขึ้น ไม่ว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เขาได้ตัดสินใจเรียกร้องความหมายชีวิตที่เขาเลือกเองกับความรักที่แท้จริง
ในขณะที่การกระทำภายนอกกลายเป็นข่าวริษยา มานะรู้ว่าเขากำลังอยู่ในจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เลือกที่จะไม่กลัวและจะยืนหยัดกับการเป็นจริงที่เขาเชื่อ
"ไม่มีใครสามารถย้อนคืนประวัติศาสตร์ได้ แต่สามารถเริ่มสร้างเรื่องราวใหม่ได้" แขกกล่าว
เมืองที่เต็มไปด้วยความจริงในที่สุดได้เปิดกว้างขึ้นพวกเขาโลดแล่นอยู่ในอนาคตที่ชื่อว่าความรักอย่างแท้จริง