รักในรอยฝน
ในเมืองเล็กที่ตั้งอยู่ริมทะเล ทำให้บรรยากาศมักเต็มไปด้วยความชื้นและเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง เมืองนี้มีชื่อว่า ‘น้ำฟ้า’ อากาศที่นี่มักจะมีฝนตกสลับกับแสงแดดที่แปรปรวน ฉันชื่อว่านาวิน เป็นเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาแต่กำเนิด ทุกวันจะมีเสียงทักทายของผู้คนที่เดินผ่านไปมาและกลิ่นหอมของฝนที่ตกลงมาบนพื้นดิน เป็นบรรยากาศที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นในใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วันหนึ่ง ขณะที่ฉันนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เปิดหน้าต่างให้ลมพัดเข้ามาได้อย่างสบาย ๆ มีเสียงของฝนตกกระทบกับหลังคาอย่างเป็นจังหวะ จู่ ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ด้วยเสื้อกันฝนสีแดงที่ดูโดดเด่นและสวมหมวกปีกกว้างเพื่อกันฝน เธอมีท่าทางร่าเริงและเสียงหัวเราะที่ทำให้ทุกคนรู้สึกมีความสุข
“ขอโทษนะคะ ถ้าไม่รบกวน คุณพอจะมีที่นั่งว่างไหม” เสียงของเธอดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส
“มีสิครับ นั่งตรงนี้เลย” ฉันตอบ พร้อมกับชี้ไปที่โต๊ะมุมหนึ่งที่มีมุมมองสวย ๆ อาจจะมีแสงที่ส่องเข้ามาได้บ้างจากหน้าต่าง
เธอนั่งลงและสั่งกาแฟร้อน ๆ ก่อนจะหันมาคุยกับฉัน “นี่ฝนตกบ่อยมากที่นี่ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ เราเรียกมันว่า ‘น้ำฟ้า’ เพราะมันดูสวยงาม แต่จริง ๆ มันก็ทำให้ชีวิตเราแปลกไปแค่ไหนเหมือนกัน” ฉันตอบอย่างไม่คิดมาก
“แปลกในทางดีหรือเปล่าคะ?” เธอถามด้วยความสนใจ
“ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนครับ บางคนอาจจะเห็นว่ามันน่าเบื่อ แต่สำหรับผม มันทำให้ผมมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น” ฉันยิ้ม
“บางทีการอยู่กับตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดีนะ” เธอบอก ก่อนที่ฝนจะตกหนักขึ้นอีกครั้ง
จากวันนั้น ความสัมพันธ์ของเราสองคนเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เราพบกันบ่อยขึ้นในร้านกาแฟนี้ และเริ่มพูดคุยกันเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต ตั้งแต่ความฝัน การทำงาน ไปจนถึงความรัก
“นาวิน คุณเคยมีความรักไหม?” เธอถามในคืนที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก
“เคยครับ แต่ไม่เคยยืนยาว มันเหมือนกับฝนที่ตกแล้วหายไป” ฉันตอบ
“แต่คุณก็มีความหวังอยู่ใช่ไหม?” เธอถามต่อด้วยความสนใจ
“แน่นอนครับ ทุกครั้งที่ฝนตก ผมจะคิดว่ามันเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่”
เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันตกหลุมรักเธอ ความรักที่เกิดขึ้นในเมืองที่มีฝนตกอยู่เสมอนี้มีทั้งความหวานและความขื่นขม เราเดินไปตามถนนที่ชุ่มน้ำ และเธอชอบที่จะหยุดถ่ายรูปใต้ร่ม โดยมีฉันอยู่ข้าง ๆ เป็นแบบอย่างของความรักที่เรียบง่ายแต่มีค่า
วันหนึ่งขณะที่เราถ่ายรูปกันอยู่ที่ริมทะเล น้ำทะเลก็ซัดเข้ามาอย่างแรง ทำให้เราต้องวิ่งหลบไปที่อาคารเก่าแห่งหนึ่ง
“ดูสิ นาวิน! ที่นี่เหมือนในหนังเลยนะ” เธอพูดด้วยความตื่นเต้น
“ใช่ครับ มันสวยมาก” ฉันตอบ และในขณะที่เราเผลอไป เราก็ได้จูบกันอย่างไม่มีการเตรียมตัว
ความรู้สึกในตอนนั้นเต็มไปด้วยความสดชื่นและความรู้สึกใหม่ แต่ก็เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมาเมื่อเธอหายไปจากชีวิตฉันในฤดูหนาวปีถัดมา
“นาวิน ฉันต้องกลับไปแล้ว” เธอบอกด้วยน้ำเสียงเศร้า
“ทำไมล่ะ? เราเพิ่งเริ่มต้นกันไม่ใช่หรือ?”
“ครอบครัวของฉันต้องการให้ฉันกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ฉันไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว”
หัวใจของฉันเหมือนแตกสลาย แต่ฉันรู้ว่าฉันไม่สามารถห้ามเธอได้
“ไม่ว่าเธอจะไปไหน ฉันจะรอเธอนะ” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นใจ
วันสุดท้ายที่เธออยู่ที่นี่ ฝนตกหนักเหมือนกับหัวใจของฉันที่กำลังแตกสลาย เราเดินไปที่ทะเล และหลับตาฟังเสียงคลื่นพร้อมกัน
“ไม่รู้ว่าฝนจะตกแบบนี้อีกนานแค่ไหน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนถึงความเศร้า
“แต่ถ้ามันตก ฉันจะคิดถึงเธอเสมอ” ฉันตอบ
หลังจากที่เธอกลับไป ฉันใช้ชีวิตไปวัน ๆ ในเมืองที่มีฝนตกอยู่ตลอดเวลา แต่ในใจของฉันกลับเต็มไปด้วยความหวังว่า วันหนึ่งเธอจะกลับมาอีกครั้ง
ปีต่อมา ในวันที่ฝนตกหนักเหมือนเช่นเคย ฉันนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟพร้อมกับความคิดถึงเธอ จู่ ๆ ประตูร้านก็เปิดออก และนางฟ้าสวมเสื้อกันฝนสีแดงเดินเข้ามาอีกครั้ง
“นาวิน!” เธอเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
“คุณกลับมาแล้ว!” ฉันตะโกนออกไปด้วยความดีใจ
“ใช่ ฉันกลับมา เพื่อเริ่มต้นใหม่” เธอยิ้ม
ในขณะที่ฝนตกหนัก ความรักของเราก็กลับมาสดใสอีกครั้ง เหมือนกับฝนที่ตกลงมาเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตเราอีกครั้ง