ลมหายใจที่เหงา
ในเมืองที่หลงลืมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ส้มยืนอยู่ที่หน้าต่างบ้านเก่าของเธอ มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างไร้ชีวิตชีวา อากาศขมุกขมัวและกลิ่นของควันธุรกิจที่ผสมปนเปกันภายในอาคารที่สูงเสียดฟ้า ส้มรู้สึกเหมือนเป็นจุดของทุกตารางในโลกนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในวันจันทร์ตามปกติเมื่อส้มตื่นขึ้นมา แสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องได้จับต้องผิวของเธออย่างอบอุ่น ส้มจึงเปิดโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบข้อความจากรุ่นพี่ชื่อบอส ที่เป็นคนที่เธอชอบ แต่ก็มักจะเงียบไปเสมอ ส้มอ่านข้อความที่พูดถึงการไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในสุดสัปดาห์นี้และรู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกผลักออกจากที่แห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เธอเลือกที่จะไม่ตอบ
เมื่อการเรียนในมหาวิทยาลัยเริ่มเข้าสู่ชั่วโมงเลิกเรียน ส้มตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมแม่ของเธอที่ยังคงอยู่โรงพยาบาลหลังจากการเจ็บป่วยที่ยืดเยื้อ ตอนที่เธอเข้าถึงห้องของแม่ ส้มพบแม่กำลังนั่งอยู่บนเตียงอย่างสงบ มีเพียงการเต้นตุบตามของเครื่องมือที่ติดอยู่กับร่างกว่าเธอ
“แม่…” ส้มเรียกอย่างแผ่วเบา แม่หันมองด้วยความอ่อนล้าแต่เต็มไปด้วยความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ส้มชื่นชมแววตาของแม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความอดทน ส้มรักแม่มาก แต่ความรักนี้ก็มาพร้อมกับความทรงจำที่เจ็บปวด
ก้าวย่างไปสู่การค้นพบความจริง ส้มตัดสินใจที่จะสืบสวนความลับของครอบครัวที่เธอได้ยินมาจากน้ำเสียงแห่งความเศร้าของแม่ ส้มขอให้บิตาเพื่อนสนิทช่วยติดตามเรื่องราว จนกระทั่งพวกเขาได้ข้อมูลที่ไม่คาดคิด เป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อของเธอที่เคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เธอไม่เคยรู้จัก
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์ ข้อมูลใหม่เริ่มทำให้มุมมองของส้มเปลี่ยนแปลง เธอพบว่าพ่อเก่าของเธอถือเป็นนักเรียนดีเด่น แต่กลับพบกับชะตาที่เลวร้ายที่สร้างความบอบช้ำให้กับชีวิตของพ่อ หลังจากที่เขาได้จากไป ส้มรู้สึกว่าเหมือนพ่ออยู่ข้างๆ เสมอ แม้อยู่ในตัวเองที่ไม่เคยเห็นหน้า
ส้มพยายามซึมซับความรู้สึกทั้งหมดและคืนดีกับแม่ด้วยการไปเยี่ยมกันซ้ำๆ ทุกสัปดาห์ ผ่านช่วงเวลาแห่งการดมดอกบัวในชุดฟ้า ส้มมักจะปรับตัวเข้าหาแม่ในทุกวัน และได้เรียนรู้เกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่ด้วยความอบอุ่น
การพบเจอครั้งสุดท้ายในห้องพยาบาล ส้มจับมือแม่และเล่าเรื่องราวที่เธอค้นพบ ส้มรู้สึกถึงอารมณ์ที่ท่วมท้น อดีตและปัจจุบันค่อยๆ เชื่อมโยงกัน แม่ยิ้ม อย่างเงียบในขณะที่น้ำตาหยดลงมาจากแก้มทั้งสองข้าง ส้มได้เห็นความเจ็บปวดที่เคยประสบและร่วมแบ่งปันการรักษาร่วมกัน
จากวันนั้นเป็นต้นมา ส้มรู้ว่าไม่ว่าชีวิตจะยากลำบากแค่ไหน ความรักที่แท้จริงยังคงมีอยู่ในทุกที่ที่เธอไป ยุทธศาสตร์ที่เธอได้ตั้งใจไว้คือการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของทุกคนที่ได้พบเห็น โดยการแบ่งปันความอบอุ่นในทุกๆ วัน ตลอดจนมอบชีวิตที่แท้จริงให้กับทุกคนรอบกาย
เอาไว้แต่ละวันส้มตระหนักว่าเธอเองก็ต้องมีความหวังให้กับชีวิตเมื่อไม่ได้มีแม่อยู่ร้องเพลงในห้องของเธอ
ในที่สุดวันที่ส้มออกจากมหาวิทยาลัยในช่วงฤดูกาลที่เป็นเอกลักษณ์ ส้มถือดอกไม้กลุ่มใหญ่ พร้อมกับยิ้มไปยังทิศทางที่แม่เคยเตรียมไว้ให้เธอ เดินไปหาก้าวที่รายล้อมไว้ด้วยสีสันของความรักและการสนับสนุน
ภาพสุดท้ายคือส้มยืนอยู่ในสวนหลังบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ หลายครั้งที่ใบไม้ร่วงลงมา และทุกครั้งก็เหมือนดั่งการปล่อยวาง ส้มเข้าใจแล้วว่าการใช้ชีวิตคือการร่ำเรียนจากทุกเหตุการณ์ แม้ถ้าไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เต็มไปด้วยความรัก