ผม กับเธอ และสายฝน
ในคืนฝนตกพรำที่กรุงเทพฯ ถนนหนทางเต็มไปด้วยน้ำขัง ส่งผลให้ความวุ่นวายของเมืองใหญ่ดูเหมือนจะช้าลง สี่โมงเย็น รุ่งรัตน์ สาวมัธยมปลายเดินลงจากรถยนต์ที่ขับมาตามถนนเส้นหลัก เจอความเหงาที่มันทั้งจัดจ้านและเปราะบางอยู่ในจิตใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เธอเดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่มุมถนน กลิ่นกาแฟหอมหวานผสมกับเสียงจอแจของลูกค้าภายใน ช่วยบรรเทาความรู้สึกที่แปลกแยกออกไปได้บ้าง รุ่งรัตน์เล็กน้อยเอื้อมมือไปหยิบถ้วยกาแฟ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงดัง “โอ้ย!” เลือด สายฟ้าแห่งความโชคดีแล่นผ่านประตูเข้าไปภายใน
เมื่อหันไปดู เธอเห็นหนุ่มลูกครึ่งคนหนึ่งยืนอยู่ที่มุม ต้องการจะขอโทษ แต่คําอธิบายหายเข้าไปในความตื่นเต้นของการได้พบเขาเป็นครั้งแรก ชื่อของเขาคือ ณัฐ เด็กหนุ่มผู้มีความฝันอยากเป็นนักออกแบบเกม
รุ่งรัตน์ยิ้มให้ ณัฐ ซึ่งทำให้เขารู้สึกเขิน ๆ เขาไม่ค่อยชินกับการมีผู้หญิงสวย ๆ มองเข้ามาแบบนี้ ใจของเขาหวิว ๆ และหล่นตุ๊บลงมาเมื่อเธอพูดว่า “มีแผนไปไหนตอนนี้ อาจจะหาที่หลบฝน?”
ทั้งคู่ตัดสินใจเดินต่อไปในคืนที่ฝนยังคงตกลงมาเป็นระยะ โดยมีเสียงรบกวนจากความคิดของทั้งคู่ ที่ต่างมีความหวังและสองจิตสองใจในความสัมพันธ์นี้ ใกล้จะถึงสี่แยก รุ่งรัตน์เผลอเปรยเรื่องแฟนเก่าของเธอ ในขณะนั้น ณัฐรู้สึกว่าถูกขวางด้วยกำแพงสูงลิ่ว เขาอดวนถึงความเครียดที่ต้องเผชิญในการทำให้ตัวเองเป็นที่น่าจดจำในชีวิตของเธอ
อีกฝ่ายหนึ่ง เริ่มทบทวนความคิดในใจว่าเขาเองก็มีกำแพงทางจิตใจที่อาจไม่สามารถข้ามไปได้ ฟ้ายังคงมืดอยู่แต่ ณัฐพยายามจะขอบคุณตัวเองที่มีโอกาสในการสร้างมิตรภาพนี้ระหว่างกัน เป็นเรื่องยากที่จะข้ามผ่านความเจ็บปวดจากความรักที่ล่มสลาย
ถึงแม้จะไม่มีการพูดอธิบายต่อ แต่ทั้งคู่ก็ตัดสินใจให้กันและกันเข้าใจความรู้สึก ลมหนาวซึ่งพัดมายังทำให้ความรักพวกเขาค่อย ๆ เริ่มซึมซับเข้าสู่ใจ
หลังจากการชวนกันในร้านกาแฟทั้งสองได้พบกันบ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในฐานะเพื่อนหรืออะไรก็ตาม ทุกการพบปลุกปั่นความรู้สึกใหม่ในแต่ละวัน คืนนี้เขาทั้งคู่ตัดสินใจไปที่ร้านไอศกรีมแพง ๆ แห่งหนึ่งในย่านรัชดา ที่ซึ่งมีบรรยากาศสงบและเสียงเพลงเบา ๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศ
รุ่งรัตน์สั่งไอศกรีมรสประจำตัว กำลังทานอยู่เพลิน ๆ ทว่าเมื่อถึงคราวของณัฐเขากลับหยุดคิด เขาเป็นคนที่ไม่รู้จักคำว่า “ชอบ” บ่อยนัก แต่กลับรู้สึกว่าตนเองหลงรัก รักที่เต็มไปด้วยความหว งและเคลิบเคลิ้ม กับรอยยิ้มของอีกฝ่าย สายตาที่มีเสน่ห์ เขาไม่รู้ว่าตนเองจะแสดงออกอย่างไร แต่กลับมีเสียงเรียกจากด้านในว่า ต้องกล้า!
ทั้งคู่พาเปลี่ยนโฟกัสไปที่การสนุกสนานในวินาทีนี้แทน พูดคุยกันเกี่ยวกับใฝ่ฝันและเป้าหมาย แต่เมื่อถึงบ้านแล้วกลับไม่มีใครพูดเรื่องนี้อีก…
รุ่งรัตน์เริ่มลังเล เมื่อได้กลับมาเผชิญกับความเจ็บปวดซ้ำ ๆ จากแฟนเก่าที่กลับมาอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะทำให้เธอเกิดความสับสนและมาคุกคามความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของริ้ง รุ่งรัตน์เริ่มพยายามสื่อสารแล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นแตกต่างและซับซ้อนกว่าที่เธอคิด แล้วจู่ ๆ ณัฐก็เข้าใจความรักว่าจะมีใครหรือไม่กับแฟนเก่าของเธอ นี่คือความท้าทายที่เขาต้องทำลายกำแพงที่มีระหว่างกัน
ณัฐทำให้ตัวเองลอยไปตามกระแสน้ำ ทั้งที่ใจเขาเต็มไปด้วยความหวัง แต่รอเวลาที่จะบอกถึงความรู้สึกด้วยคำพูดของตน สุดท้าย รุ่งรัตน์เริ่มเข้าใจคำสาบรอบตัวว่าเวลาไม่ได้ช่วยสำหรับการเดินต่อไป แต่สามารถช่วยให้เราล่วงไปข้างหน้า ลมยังพัดไปข้างหน้าอยู่ทั้งที่ความรักต้องใช้เวลาไม่ต่างจากการเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง
จนสุดท้ายเมื่อณัฐได้เรียนรู้จากพายุกว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นลองให้โอกาสในความรักและชีวิตดู พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะชัดเจนกับความรู้สึก เมื่อสาวหมวยเจอความแตกต่างที่ซ่อนอยู่จะเล่าให้กันฟัง แม้จะรู้ผลไม่ดีแค่ไหน แต่รุ่งรัตน์รู้สึกรัก ณัฐในตัวของเขาที่เอ้า เอาใจใส่มาอย่างจริงจัง ระหว่างที่เขาคอยยิ้มให้เธอทั้งวัน
ณัฐนั้นไม่ตัดสินในความรักหรือความผิดหวัง เตือนตัวเองว่า “อย่าให้ความกลัวทำให้ประโยชน์ทั้งหมดไป” และแน่นอน วันต่อมาในวันหยุด เขาได้จูงมือรุ่งรัตน์ไปยังทะเล พร้อมกับคำสัญญาที่ไม่มีวันเสื่อมคลายนี้ “จะในวันฝนตกหรือไม่ ฝนจะไม่ทำให้เราหยุดรักกัน” ลมที่ตีงผ่านชายฝั่ง เสียงคลื่นที่กระทบผิวเขา สายของทั้งสองเริ่มยากที่จะกลับกันและกันอีกต่อไป…