ภาพสะท้อนบนผืนน้ำแข็ง
เสียงรองเท้าบู๊ตกระทบกับหิมะสีเทา ภณเดินลากกระเป๋าเป้ใบใหญ่ข้ามสะพานไม้ที่เริ่มแตกร้าวถึงสถานีประจำหมู่บ้านหิมะ ควันหายใจลอยออกจากปากเมื่อเขามองขึ้นไปยังโรงเรียนเก่าแก่สี่ชั้น ตั้งตระหง่านตัดกับทิวสนขาว เขาไม่ได้พูดอะไร แค่หยุดมองภาพสะท้อนบนผืนน้ำแข็งเล็กๆ ริมถนน ริมฝีปากเม้มแน่น กลิ่นอายสิ้นหวังและความไกลห่างห่มคลุมร่างเด็กหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาในเมืองนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงหัวเราะเจือบาดแผลลอยมากับลมหนาวกลุ่มเพื่อนๆ โต๊ะเดียวกันในห้องเรียน พูดกันถึงเทศกาลหิมะในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ภณวางกระเป๋าเงียบ มองมือของตัวเองที่เปรอะดิน เขาพยายามจะปั้นหน้าให้ปกติเมื่อ ‘เนส’ เพื่อนร่วมชั้นที่ดูเด่นแต่อึดอัด เดินมาถามชื่อและยิ้มบางๆ
“นายชื่ออะไรนะ? ภณใช่ไหม?”
“อืม…” เด็กหนุ่มตอบเสียงเบา
“อยู่คนเดียวมาตลอดเลยเหรอ?”
ไม่ทันที่ภณจะตอบ ‘อร’ สาวสั้นผมดำ ตาคม เสียงขุ่นแทรกมา
“ถ้าอยากนั่งตรงนี้ ต้องหัดพูดมากกว่านี้นะ” เธอแสยะพร้อมสายตามองดูถูก ภณเงียบ ก้มหน้า เขาสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังที่อรมีต่อตัวเขาโดยไร้เหตุผล
ช่วงบ่ายในโรงอาหาร อรนั่งทานข้าวเฉยๆ พอเผลอเธอก็เหล่มองไปที่ภณที่นั่งอยู่คนเดียว ไกลออกไป เนสยกมือให้ภณพร้อมขยิบตา ทุกคนต่างล่องลอยอยู่ในโลกของตัวเอง ไม่มีใครเอาจริงเอาจังกับมิตรภาพมากนัก
บนถนนหิมะเย็นยะเยือก ภณเดินกลับบ้านเช่าเล็กๆ ที่แม่เช่ารายเดือน แม่ของเขายังกำลังค้นหางาน หญิงวัยกลางคนแต่งตัวหลวมเดินวนในห้อง เอาแต่คิดแบบแผนภาษาต่างถิ่น “ลูกโอเคไหม?”
“ก็แค่ง่วงครับ” ภณปั้นยิ้มจางๆ
ภาพรถแห่ไม้สนประดับไฟผ่านกลางเมือง บ้านเรือนทุกหลังแขวนโคมเทศกาล ชาวบ้านออกมาตกแต่งลานน้ำแข็ง เตรียมงานใหญ่ เด็กๆ กำลังซ้อมเต้น ระหว่างที่ข่าวเกี่ยวกับเด็กชาย ‘ต้น’ หายตัวไปในคืนก่อน วันเดียวกับที่ภณเพิ่งย้ายมา กลายเป็นเสียงซุบซิบเงียบๆ ทั่วเมือง
ห้องอาบน้ำในโรงเรียน อรยืนมองเงาสะท้อนในกระจกอย่างไม่ชอบใจ “เธอจะไม่ช่วยอะไรใครทั้งนั้นเหรอ?” เพื่อนถาม
“ฉันมีเรื่องของตัวเองที่ต้องห่วง” เธอสวน กลั้นน้ำตาอย่างฝืนใจ
ค่ำวันเทศกาลท่ามกลางหิมะหนานุ่มเสียงประทัดดังก้องกลางลานน้ำแข็ง ทุกคนออกมาต้อนรับฤดูหนาว ยกเว้นภณที่เลือกนั่งนิ่งเดี่ยวบนชิงช้าไม้ริมสระน้ำแข็ง สายตาเหม่อมองสระสะท้อนไฟหลากสี
“บ้านนายอยู่แถวนี้เหรอ?” เสียงของเนสดังขึ้นเบาๆ
“ก็…แม่เพิ่งพามา”
“เค้าเล่าว่าเมื่อคืนวันย้ายมามีเด็กคนนึงหายตัว ตำรวจก็ยังหาไม่เจอ”
“…นายเชื่อเรื่องพวกเนี้ยเหรอ?” ภณย้อนแบบเสียงเบา
ที่ซอกกำแพงหิมะ อรหอบกล่องกระดาษเทียนไข สีหน้าติดกังวล เธอเดินเฉียดภณเหมือนบังเอิญ ก่อนจะหยุด “นายรู้ใช่ไหม เรื่องเด็กหาย”
“คนที่ชื่อ ‘ต้น’” ภณพูด ไม่สบตา
อรเงียบไปเหมือนต้องการจะพูดอะไรแต่กัดปากไว้ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกลิ่นเทียนไขในอากาศเย็นจัด
เสียงออดโรงเรียนวันรุ่งขึ้นต่างผอมแห้งและเหนื่อยล้ากว่าทุกครั้ง ผอ. ประกาศข่าวคดีต่อหน้าเด็กนักเรียน แต่ไม่มีใครสนใจจริงจัง มีแค่สายตาลอบคุย ลอบมองอย่างเงียบงัน
“ใครเห็นต้นคืนนั้นบ้าง?” ผอ.ถาม ทุกคนหลบสายตา ภณพบว่าอรนั่งกำมือแน่น ใต้โต๊ะมือสั่นเทา แต่ไม่เอ่ยอะไร กลับเมินหน้าหนี
พักเที่ยง อรเดินลากสเก็ตคู่เก่าไปริมสระน้ำแข็ง เธอสวมรองเท้าอย่างรีบร้อน ขณะภณยืนจ้องดูอยู่ไกลๆ อรพยายามฝึกท่าปั่นสเก็ตคนเดียวพลางมองซ้ายขวาเหมือนไม่อยากให้ใครเห็น
“เธอฝึกทำไมคนเดียว?”
“ถ้าฉันบอกว่าแค่หนีคนอื่นล่ะ?” เธอเหลือบตามอง ก้มต่ำ
“เราไม่ได้มีเพื่อนหรอก” ภณพูดเบา อรถอนใจ
ค่ำที่บ้าน ภณกับแม่กินซุปเงียบๆ แม่มองเขา “อย่าคิดมากนะลูก คนที่หาย…เขาต้องปลอดภัย”
“ทุกคนที่นี่…เหมือนเดินข้ามเงาตัวเองตลอด” ภณพูดก่อนจะเบือนหน้าลง
กลางคืนอรแอบเล็ดกลับบ้านช้า ดัดแปลงสเก็ตคู่เก่า ใบหน้ามีรอยสะเก็ดน้ำตา เธอย่องเข้าไปในห้องนอน ผ่านห้องรับแขกที่พ่อเธอนั่งหลับคาทีวี เธอนั่งซบตักแม่ซึ่งหลับตาอยู่ ฟังเพลงเก่าจากวิทยุสั่นเครือ
เสียงลือเรื่องต้นหายไปเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แม้ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงตรงๆ เด็กบางคนเริ่มคุยกันแพร่งพรายในห้องสมุด ภณกับอรถูกประกบคุยขณะยืนอ่านโปสเตอร์เก่าในมุมเงียบ
“พวกนายเก็บอะไรไว้กันแน่?” เด็กชายชื่อบีบีถาม
“นายก็มีความลับเหมือนกันใช่ไหม?” ภณย้อน บีบีเงียบไปทันที ไม่มีใครยอมเอ่ยเรื่องของตัวเอง
ขณะที่อรกับภณเริ่มพูดคุยมากขึ้น อรถูกภณล่อให้เปิดใจ “คืนนั้นเธออยู่ตรงไหน?”
“นายนี่อยากรู้ไปหมด” อรฉุนเฉียว
“เพราะฉัน…ไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของความเงียบอีกต่อไป”
ในคืนนั้น สองคนเดินสำรวจลานน้ำแข็งหลังงานเลิก ขณะไฟประดับเริ่มถูกดับลง อรนำทางอย่างลังเล
“นายกลัวมั้ย?”
“ฉันกลัวทุกคืน…กลัวเหมือนนาย” อรถอนใจ ความเงียบปกคลุมพวกเขา ก่อนอรขอให้ภณช่วยหาอะไรบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ใต้เก้าอี้ชมวิว
เขาก้มลงมอง เห็นผ้าพันคอสีน้ำเงินขาดวิ่นปนกับคราบเลือดจางๆ
“นั่นของต้น” อรเสียงสั่น
“แล้วเธอซ่อนทำไม?”
หยาดน้ำตาของอรไหลออกมา เธอพูดเสียงเบา “ต้น…วันนั้นทะเลาะกับฉันแรงมาก ต้นหนีไป แล้ว…ฉันกลัวจะถูกโทษ”
ภณลังเล กุมมืออรไว้ “ถ้าเราไม่พูด…จะไม่มีใครรู้ความจริงเลย”
เสียงสั่นเครือของอรตอบกลับ “แต่ฉันกลัว…กลัวจะเสียเพื่อน กลัวทุกอย่างที่เปลี่ยนไป”
ภณจับมืออรแน่นขึ้น “งั้นเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ วันนี้ดีมั้ย?”
อรมองเขานิ่ง ก่อนจะพยักหน้าในความมืด
ช่วงค้นหาต้นในวันถัดมา ภณกับอรรวมกลุ่มเด็กหลายคนช่วยกัน เห็นได้ชัดว่าแต่ละคนต่างมีปมและความกลัวของตัวเอง ภณเริ่มดึง ‘บีบี’ และเนสให้กล้าพูดมากขึ้น
“แต่ถ้าความจริงมันแย่ล่ะ?” บีบีพูดเบาๆ
“งั้นก็ให้มันแย่ต่อหน้ามากกว่าเงียบจนเราผิดเอง” อรตอบนิ่งๆ
ระหว่างค้นหาผ่านสระน้ำแข็ง ภณพลั้งปากพูดถึงวันที่เขาที่เคยเสียพ่อเพราะอุบัติเหตุทางน้ำแข็ง เขาแอบโทษตัวเอง แม่ของเขาที่ขับรถวันนั้น พอได้ฟังเพื่อนๆ เงียบกันไป เหลือแต่เสียงลมหนาวกัดผิว
วันนั้นเองพวกเขาพบถุงมือเด็กของต้นตกค้างอยู่ใต้ม้านั่งข้างลาน อรทรุดลงร้องไห้โทษตัวเอง ภณยืนพิงต้นสน ขบกรามแน่น แววตาหนักอึ้ง เขาค่อยๆ ยืนเคียงข้างอรให้เธอลุกขึ้นอีกรอบ
ข่าวลือกระพือแรงขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการสอบถามเด็กในโรงเรียน ผอ.ขอให้ทุกคนมารวมตัวในห้องประชุม เสียงขู่ เสียงล้อ และความหวาดกลัวตึงเครียดปะทุในชั้นเรียน
“เพราะความลับเล็กน้อยของเราทำให้เพื่อนหายงั้นเหรอ?” เด็กหญิงผู้หนึ่งถามเบาทางหลังห้อง
เสียงอรขัด “ไม่ มันคือความเงียบ…การไม่พูดคือการทำร้ายเหมือนกันแหละ”
กลางคืนที่เงียบงันก่อนวันประกาศผลการค้นหา ภณนั่งคนเดียวริมสระน้ำแข็ง เขาหยิบสมุดที่เคยเขียนบันทึกไว้ “ฉันก็กลัวจะไม่มีเพื่อนเหมือนต้น” เขาพึมพำกับเงาสะท้อนในน้ำแข็ง
ในห้องเรียนเช้าอรนั่งข้างภณเป็นครั้งแรก เธอเงียบ ไม่พูดอะไร สายตาสอดคล้องจนภณสังเกตลังเลจะเอ่ย
“เมื่อคืนฉันฝันถึงต้น…ฉันคิดถึงเขา”
ภณแค่ส่งยิ้มจางๆ บีบมือเธอใต้โต๊ะ ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย เสียงลมพัดกรูกับหน้าต่างแก้ว
ชั่วบ่ายหนาวจัด เมื่อข่าวว่าพบตัวต้นแล้ว—ในป่าไม่ไกลจากลานหิมะ ต้นสลบไม่ได้สติแต่ยังมีชีวิต เสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะ โล่งใจและน้ำตาผสมผสานในลานโรงเรียนที่เด็กๆ ทุกคนรวมตัวกัน อรโผกอดภณแน่นแบบไม่ทันตั้งตัว น้ำตาซึมแก้มทั้งสองข้าง
ค่ำคืนนั้น แม่ของภณอุ่นข้าวต้มให้ลูกชาย เธอวางมือบนหัวภณ “แม่ขอโทษที่เคยกลัวเกินไป”
ภณส่ายหน้า “ผมก็กลัวเหมือนแม่…แต่ผมเริ่มหาทางพูดกับมันแล้ว”
บนลานน้ำแข็งสุดท้าย อร ถือผ้าพันคอของต้นเดินจูงภณ สองคนหัวเราะเบาๆ ในความขมขื่น อรไม่ได้พยายามหลบสายตาคนอื่นอีกต่อไป
“นายจะกลับกรุงเทพไหม?”
“ถ้ามีคนเหมือนเธอ…ฉันก็คงอยู่ต่อ” ภณหัวเราะแบบแผ่วเบา
แสงเย็นยามค่ำของฤดูใบไม้ผลิสาดผ่านน้ำแข็งกำลังละลาย เด็กกลุ่มหนึ่งโยนก้อนหิมะเล่นเสียงสนุกสนาน อรกับภณนั่งดูภาพสะท้อนในผืนน้ำแข็งริมสระ สัมผัสถึงเพื่อนแท้ในความเจ็บปวด—และการเติบโตที่เกิดขึ้นทีละก้าว