เงาสะท้อนในหอพักอรุณ
เสียงฝีเท้ารีบร้อนดังอยู่ที่หน้าหอพักอรุณ ประตูเหล็กสีครีมเปิดให้หญิงสาวคนหนึ่งวัยสิบเก้าปีผ่านเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนจาง ไอรีนลากกระเป๋าล้อเก่าเข้ามาเงียบ ๆ เงามืดจากโคมไฟริมถนนทอดทับครึ่งใบหน้า เธอเหลียวกลับมองถนนว่างเปล่าก่อนเดินเข้าไปในโถงหอพักที่คละเคลียดอกเข็ม ดิน กลิ่นฝุ่น และเสียงนกร้องประหลาดที่ยังคงดังไกลในเวลาเช้ามืดของวันแรกที่เมืองใหม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พี่แอดมินหอ—หญิงคล้ำผมสั้นวัยสามสิบ—เดินออกมาต้อนรับ พลางจดรายละเอียดการเข้าพักลงสมุดปกสีน้ำตาล รอยยิ้มดูแห้งแล้งแต่เสียงพูดนิ่งหนักแน่น “ชื่อ ไอรีนใช่มั้ย ห้อง 405 นะ กุญแจนี่ รับเองได้เลย”
ไอรีนพยักหน้า ยิ้มหนัก ๆ กลบความกลัวในใจ “ขอบคุณค่ะ” เธอรับกุญแจ ทำท่าจะเอ่ยอะไรอีกแต่ก็กลืนคำนั้นไป แววตาของพี่แอดมินหอเหมือนมองทะลุเข้ามาเห็นรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ที่พยายามซ่อน เธอเดินลับขึ้นบันไดพร้อมกระเป๋า รอยขูดเงาหอพักชั้นสี่ปริบ ๆ ทอดตัวจนถึงประตูห้อง 405 ที่มุมสุดทางเดิน
เงาไฟในโถงอ่อนลงเมื่อไอรีนไขกุญแจเข้า ห้องเล็ก ๆ ภายในมืดสนิท นอกจากเตียงสองหลังและโต๊ะไม้สีน้ำตาล ไม่มีของส่วนตัวอะไรทั้งนั้น เว้นรอยบุบที่บานกระจกตู้เสื้อผ้า เพื่อนร่วมห้องยังไม่กลับมา ไอรีนกดโทรศัพท์ นิ่งจ้องหน้าจอเบา ๆ ไม่กี่วินาที ก่อนถอนใจ จัดของวางบนเตียง เสียงประตูห้องแตกขึ้น
หญิงสาวผมยาวกรอมไหล่ รูปร่างสูงโปร่ง—พลอย—เดินเข้ามา เธอหยุดยิ้มแปลก ๆ ให้ไอรีน “เพิ่งเข้าเหรอ ฉันชื่อพลอย อยู่ชั้นนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง แล้ว” พลอยพิงประตู ชำเลืองของในกล่องกระเป๋า “เราแชร์ตู้เย็นได้ปะ ชอบกินมาม่าเหมือนกันใช่มั้ย”
ไอรีนยิ้มอ่อน คำพูดพลอยเหมือนเข้าหาแต่ดูมีระยะ “แชร์ได้ค่ะ” พลอยวางถุงของกินไว้บนตู้ แล้วนั่งลงบนเตียงฝั่งขวา เธอจ้องมองกระจกบานใหญ่บนผนังอีกฝั่ง ราวกับมองลึกไปไกลกว่าภาพสะท้อนของตัวเอง
เงียบอยู่อีกนิด ไอรีนเหลือบมองมือของเธอที่ตั้งใจซ่อนรอยแผลเป็นเล็ก ๆ พลอยพูดเสียงเบา “ถ้าเงียบไปก็ขอโทษนะ ช่วงนี้เพิ่งมีเรื่องที่—อืม จำเป็นต้องเงียบ ๆ บ้าง” ไอรีนพยายามยิ้ม “เราก็เหมือนกันค่ะ” ต่างคนต่างมองกระจกเงา สีหน้าไม่แน่ใจว่าคนในเงานั้นคือใครกันแน่
อาทิตย์ยามสายขับไล่เงาในห้องชั่วครู่ ไอรีนเริ่มจัดของ พลอยโทรศัพท์เสียงเครียดด้านหนึ่งของห้อง ประโยคขาดหาย “แม่ บอกหนูแล้วไง…หนูไม่ได้ขโมย…” ไอรีนหลบสายตา แต่เปิดเพลงเบา ๆ กลบความอึดอัด เพลงเสียงจางจนแทบกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจ
ช่วงค่ำวันเดียวกัน หอพักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นอาหารจากห้องอื่น ไอรีนเดินลงไปซื้อน้ำ พลอยนั่งเคาะโต๊ะไม้ ไม่สบตาใคร ในโถงกลางมีนิสิตกลุ่มหนึ่ง—หนึ่งในนั้นคือฟ้าใส เพื่อนของพลอย—เดินเข้ามาทิ้งตัวลงข้าง ๆ “เออ พลอย อยู่ห้องกับน้องใหม่ยังไง” ฟ้าใสแซว พลอยยิ้มแห้ง “เงียบดี ไม่วุ่นวาย”
ไอรีนสังเกต พลอยเหมือนจะห่างเหินกับกลุ่มนี้เล็กน้อย แต่ยังรับมุกสนุก ทว่าในแววตามีเงารำไรบางอย่างฟ้อง ราวกับในกลุ่มนี้มีความลับฝังไว้ ฟ้าใสหันมาคุยกับไอรีน “ไอรีน เรียนคณะไหนอะ” ไอรีนอึกอัก “มนุษย์ศาสตร์ค่ะ” ฟ้าใสยิ้มหวาน แต่พลอยกลับเบนหน้าหนี
คืนวันนั้น ขณะที่ไอรีนกำลังจะนอน—เสียงกระจกห้องแตกร้าวเบา ๆ ดังขึ้น เธอมองไปที่กระจกบานนั้น ภายในเงาสะท้อน เห็นเงาสลัว ๆ เหมือนใครอีกคนยืนข้างหลัง ทั้งที่พลอยไปห้องน้ำ โลหะซี้ดฝืดประหลาดทำให้ไอรีนลุกขึ้นเดินไปดู กระจกกลับมีเพียงภาพของเธอยืนเหงาในความมืด
รุ่งเช้า พลอยดูเหมือนไม่ได้นอน เธอเอ่ยถามเสียงต่ำ “เมื่อคืนได้ยินเสียงแปลก ๆ มั้ย” ไอรีนลังเล “เหมือนมีอะไรในกระจก…แต่คิดว่าเราคงคิดมากเอง” พลอยพยักหน้า “ห้องนี้มันมีเรื่องเล่ามานานแล้วนะ เขาว่ากระจกนี่…