สาวน้อยเจ้าปัญหากับภารกิจติวรุ่นน้องที่เกือบจะดี (เกือบทั้งทีก็วุ่นปนซวย!)
เสียงลือเสียงเล่าอ้างในกลุ่มไลน์เริ่มต้นวันใหม่ของชมรมจิตอาสามหาวิทยาลัย “ติวเตอร์รุ่นพี่ – สานฝันรุ่นน้อง” ดังขึ้นฉับพลันเช้าวันหนึ่ง โฟกัส กำลังจัดชีทกับไฮไลต์แบบเนี๊ยบสุดขีด เธอหยุดดูชื่อรุ่นน้องที่จะต้องติววันนี้ เธอคีย์เสียงในหัวด้วยสำเนียงดีเจ ประกาศ “วันนี้ต้องเป๊ะ แฟ้มนี้คือโอกาสตำนาน!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เฟิร์ส เพื่อนสนิทสุดขี้ระแวง ส่องมือถือแล้วเม้มปาก “ฟก มึงว่าติวครั้งนี้เชื่อถือได้ป่ะวะ ใคร ๆ ก็บอกว่างี้วุ่นทุกปี กูฝันว่ามีใครเอาคนลึกลับมายัดกล่อง…”
โฟกัสกลอกตา “นั่นความฝันแกไงเฟิร์ส นี่ชีวิตจริง ชั้นจะสอนพื้นฐานสถิติยังไงให้โลกจดจำ สุดท้ายเกรดพุ่งปรี๊ด ไม่มีใครแย่งซีนได้!”
วิน ตัวจริงของความงงประจำปีนี้ เดินจ้ำมาห้องติว หอบโน้ตบุ๊กมาพร้อมกองดินสอสามสิบแท่ง จังหวะที่แกะซองชีทอย่างงุ่มง่าม กับหน้าตาจริงจังสุดขีดเพราะคิดว่าวันนี้คือ “สอบสัมภาษณ์งานครูสอนโยคะ” จากความเข้าใจผิดเรื่องหัวข้อประชาสัมพันธ์
โฟกัสเปิดฉากทักทายทันที “วิน เห็นไหมคะ วันนี้เราเน้นชิล ๆ ติดอาวุธสมองแบบมีศิลปะนะคะ”
วินลังเล “พี่จะให้ผมยืนขาเดียวบนโต๊ะ หรือให้นั่งสมาธิก่อนครับ?”
เฟิร์สสบตาโฟกัส น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง “กูว่ามีอะไรแปลก ๆ ตั้งแต่ต้น แกดูโน้ตวินดิ ดินสอนั่นคือรหัสลับ…ใช่ปะวะ?”
โฟกัสหยุดกึก “เฟิร์ส โฟกัส! น้องเค้าแค่เตรียมตัวเวอร์ไปเอง แกช่วยหยุดคิด conspiracy แปปนะ เดี๋ยวชั้นลุยเอง”
ติวเตอร์สาวเริ่มลงมือ “วินคะ สถิติคือการเล่าเรื่องผ่านตัวเลข วันนี้เรา จะ…” เธอหยิบชีทขึ้นแต่กลับหยิบกล่องขนมแทน ด่านแรกก็ขำกลิ้งไปหนึ่งรอบ เสียงขนมร่วงกราว วินเงียบไปสามวินาที “สถิติแบบกรุบกรอบเหรอครับ”
เฟิร์สจับจ้อง “น้องหมุนดินสอขวา… นั่นรหัส SOS หรือเปล่าวะ?”
วินยกมืออย่างสุภาพ “ถ้าพี่ให้ผมแปลร่างเป็นบทละคร ผมก็พยายามได้นะครับ”
โฟกัสยิ้มแห้ง “โอเค! วันนี้ไม่ต้องแสดงใครเป็นใคร แค่ตั้งใจจดก็พอ!” โฟกัสหักชีทผิดแผ่นอีก “เอ้า…นี่เอกสารวาระประชุมห้องสโมสร ขอโทษนะ!” เธอหน้าเหวอ วินกับเฟิร์สมองกันอย่างมีเลศนัย
วินถาม “พี่รู้ไหม ประโยคแรกในชีทพี่ นัดจัดซื้อโอเลี้ยงใช้สูตร ANOVA ก็ได้ด้วยเหรอครับ?”
โฟกัสหน้าตึง “นั่นเอกสารผิด…แต่ชั้นก็คิดว่าน่าสนใจนะเรื่องโอเลี้ยงกับสถิติ…”
เฟิร์สเลียริมฝีปาก “เจอสัญญาณคนน่าสงสัยแล้ว…โอเลี้ยงคือลับสมอง?”
วิน กับเฟิร์ส จมอยู่กับการตีความผิด ๆ ตลอดเวลา ในขณะที่โฟกัสพยายามลากสติกลับมาเดินหน้าติว
แฟ้มชีทถูกจับวางมั่วสลับไปมา บางทีเปลี่ยนจากโจทย์เลขเป็นสมุดกินเที่ยวที่โฟกัสเขียนไว้ วินที่คิดว่ามันคือ “โจทย์จิตวิทยา” ตั้งใจอ่านจนหัวแตก
เฟิร์สหยิบกล้องมือถือแอบถ่ายภาพ “เผื่อมีใครวางแผนป่วน แกไม่ดูข่าวปีที่แล้วเหรอ ยกห้องติวลุกเป็นไฟ!”
ขณะที่โฟกัสเปิดหัวข้อ “การคำนวณค่าเฉลี่ย” วินเข้าใจว่านี่คือ “การคิดเฉลี่ยจำนวนคนที่ชอบลาบเหนือในจังหวัดตาก” เลยเสนอให้เอาเรื่องส้มตำมารวมในการบ้านด้วย
วินเสนองานบ้านไปซับซ้อนจนผู้สอนเริ่มตามไม่ทัน เฟิร์สคิดว่านี่เป็นการเบี่ยงเบนเพื่อแอบสื่อสารกับสายลับโจร
“เฟิร์ส พอแล้ว! เรากำลังติวนะ ไม่ได้เล่นเกมสายลับ!” โฟกัสลุกขึ้นอย่างหัวเสีย แต่กลายเป็นว่าเหยียบชีทผิดแผ่น ชีทปลิวว่อน วินพยายามช่วยเก็บแต่พลาดหยิบชีทวีรกรรมวัยเด็กของโฟกัสมาอ่าน นึกว่าเป็นตัวอย่างสถิติ
วินอ่านดัง ๆ “ด.ญ.โฟกัสเคยแอบกินข้าวต้มมัดยามบ่าย…”
โฟกัสรีบแย่งชีทกลับอย่างเขิน ๆ ว่า “นั่นไม่ใช่…โอ๊ยพอ!” เฟิร์สหัวเราะแต่ก็ยังไม่วางสายตาจากวิน
เบรกพักกินขนม ทั้งสามคุยน้อยลง เงียบเป็นพิเศษ วินเอ่ยเสียงเบา “งั้น…ถ้าการติววันนี้คือการทดสอบบุคลิกผมล่ะครับ ผมทำคะแนนดีไหม” สายตาจริงจัง โฟกัสอ้ำอึ้ง “เอ่อ…วิน เรา…คือจริง ๆ…”
เฟิร์สรีบสวน “คะแนนพิเศษปะเนี่ย หรือเอาไว้แลกกับโอเลี้ยง?”
สถานการณ์ยิ่งสับสน โฟกัสลุยต่อ แต่อารมณ์เปลี่ยนไป เธอหยิบชีทใหม่ “ชั้นแค่หวังดีจริง ๆ วิน แค่อยากให้รุ่นน้องเก่งขึ้น ไม่ต้องติวแบบเล่นเกมจารชนหรอกนะ!”
วินคิดหนัก “แต่วันนี้ผมว่าเราได้ฝึกตีความ สติสตางค์ กับบุคลิกมากกว่าสถิติ ตกลงทุกคนโอเคกับผมไหมครับ?”
โฟกัสหน้าเจื่อน แต่ค่อยโล่งใจ “โอเค…ชั้นก็โอเค”
เฟิร์สนั่งนิ่ง สุดท้ายก็เลิกระแวง “เออ ก็โอเค แต่ปีหน้าจะขอมากล่องชีทเองละนะ”
แชทไลน์กลุ่มเด้งขึ้น โฟกัสเปิดดูและหน้าเหวอ “ประกาศ…รุ่นน้องแคนเซิลติววันนี้เพราะท้องเสีย… อ้าว…”
ทั้งหมดเงียบ 3 วินาที เฟิร์สสวน “แล้วที่เราลำบากกันมานี่…คือมายากลอะไร?”
วินจ้องค้างนึกได้ “แปลว่าผมเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น… วันนี้ไม่ได้ติวกับครูโยคะจริง ๆ ใช่ไหมครับ?”
โฟกัสหัวเราะจนหอบ “ไม่มีโยคะ ไม่มีสายลับ ไม่มีโอเลี้ยง มีแต่เราสามคน กับสถิติ…ที่ไม่มีใครติว!”
ทุกคนหัวเราะในความซวยและวุ่นวายของตัวเอง โฟกัสสรุปเบา ๆ “อย่างน้อยเราก็ได้ฝึกเข้าใจคนละกันเนอะ ผลสอบเป็นไงไม่รู้ แต่ขำวันนี้ไปได้ถึงปีหน้า”
วินยิ้ม “ถ้างานนี้ได้คะแนนจริง ผมให้เต็มร้อยเลยครับ”
เฟิร์สมองเพื่อนทั้งสอง พลางยิ้มมุมปาก “ปีหน้าขอเปลี่ยนชื่อโปรเจ็คเป็น–ติวเตอร์ลึกลับพิชิตใจ…แต่ไม่พิชิตหลักสูตร”
ทั้งหมดเดินออกจากห้อง พลางแวะโบกมือทักทายเพื่อน ๆ ที่เข้ามาสับสนรอบใหม่ ความวุ่นวายกับเสียงหัวเราะยังตามมาถึงประตูหน้า—พร้อมรอยยิ้ม ที่ไม่มีใครอธิบายถูกว่าเรียนรู้เรื่องอะไร แต่ทุกคนได้อะไรบางอย่างกลับบ้าน