เสียงที่สาบสูญ
เสียงพัดลมเก่า ๆ กระทบใบเหล็กอย่างแผ่วเบาดังแทรกในความเงียบของห้องนั่งเล่น หอพักสายลม — อาคารสีเทาคล้ำริมซอยเปลี่ยวที่แม้แต่แท็กซี่ยังไม่อยากเข้ามาส่ง.
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เป้ยืนนิ่ง จ้องมองประตูห้อง 304 ที่ยังไม่ได้ไขกุญแจ กล่องกระดาษในมือเขาสั่นนิดหน่อย “แน่ใจนะ มันปลอดภัย?”
ป่านหัวเราะเบา ๆ “ก็แค่หอพักเก่า ใครจะไปกลัวอะไรขนาดนั้น”
อั้มเดินนำหน้าด้วยท่าทีไม่สนใจ “ราคามันถูกดี จะกลัวทำไม ห้องแอร์ด้วย”
เจ มือถือกล้องวิดีโอ เดินตามหลัง น้ำเสียงไม่แน่ใจ “แต่เมื่อกี้เราเดินผ่านห้องล็อกสองห้อง ไม่มีชื่อคนอยู่เลยนะ”
ฝนหญิงร่างเล็กที่สุดของกลุ่มขยับเข้ามาใกล้เพื่อน “เพราะเขาไม่ให้คนอยู่ชั้นนี้ หรือเพราะอะไร?” เธอเหลียวมองทางเดินที่ทอดยาวไปสุดมุมตึก เงาสีดำทอดตัวอยู่ไกล ๆ ราวกับมีใครยืนดูอยู่ก่อนแล้ว
เป้กลืนน้ำลาย “จะทำโปรเจกต์จบก็ต้องกลั้นใจอยู่สักเทอมแหละ”
ทั้งห้าคนแบกของเข้าห้อง ห้อง 304 มีผนังซีด ชุดเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ๆ และหน้าต่างที่มองออกไปเห็นแต่ตึกแถวร้าง พวกเขาเริ่มจัดข้าวของ เสียงหัวเราะประสานกับเสียงของสิ่งของที่ถูกตั้งลงกับพื้นไม้เก่า
คืนนั้น แสงไฟในห้องแลดูสว่างจนเกินจริง ฝนพูดขึ้น “พรุ่งนี้เราแบ่งหน้าที่กันเนอะ ใครทำโมเดล ใครหาข้อมูล”
อั้มหัวเราะ “ใครซื้อกับข้าวด้วย จ่ายเองนะเว้ย”
เจถ่ายคลิปเล่น “คืนนี้ขอสำรวจหอนิดนึง เอาไปตัดต่อฮา ๆ”
แต่เมื่อไฟถูกปิดลง ความเงียบก็กลับมาเยือน เสียงลมหวิวลอดประตู เสียงกุกกักเบา ๆ จากเพดาน แล้วก็…เสียงบางอย่างที่เหมือนคนร้องไห้…แผ่ว ๆ จากห้องว่างข้าง ๆ
เป้ลืมตาขึ้นบนเตียง “ทุกคน ได้ยินไหม?”
ไม่มีใครตอบทันที ฝนขยับตัว “เสียงใครวะ…” เธอพยายามทำเสียงให้เบาที่สุด
ป่านหันไปมองกำแพง “อาจเป็นข้างห้อง?”
อั้มหัวเราะกลบเกลื่อน “เลิกคิดมากน่า พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
เจยกกล้องขึ้นถ่ายวิดีโอไปที่ผนังติดกับห้องข้าง ๆ “ไม่มีชื่อคนอยู่เลย ห้อง 305 อะ”
แต่เสียงนั้นยังคงแทรกผ่านความเงียบในความมืด — เสียงสะอื้นที่ไม่มีใครกล้ายืนยันว่ามาจากไหน
รุ่งเช้า เป้ตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก ในห้องครัวมีแสงแดดอ่อนลอดผ่านม่าน เขาเห็นฝนนั่งเงียบ ๆ อยู่กับแก้วกาแฟ “นอนไม่หลับเหรอ?”
ฝนเงยหน้าสบตา “เมื่อคืน…เสียงนั้น มันอยู่ใกล้มาก”
ป่านเดินเข้ามา “ฉันก็ฝันแปลก ๆ แต่ไม่รู้ว่าฝันอะไร” เธอขยี้ตาเหมือนจะกลบความรู้สึกไม่ดี
อั้มกำลังจัดโต๊ะทำงาน “งั้นคืนนี้เราลองออกไปดูข้างนอกห้องกันไหม”
เจเดินถือกล้องเข้ามา “ดีดิ ถ่ายคลิปไว้ด้วย” เขาหัวเราะแต่แววตายังขุ่นมัวด้วยความสงสัย
ทั้งวันพวกเขาใช้เวลาปั้นโมเดล ทำงานกลุ่ม พยายามไม่พูดถึงเสียงประหลาด แต่ในใจแต่ละคนยังขุ่นมัว
กลางดึกอีกคืน เสียงร้องไห้กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันยาวนานขึ้นและชัดเจนขึ้น ฝนลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ประตูห้อง 305 พร้อมเจที่ถือกล้อง พวกเขาสองคนมองหน้ากัน
“แน่ใจนะ?” เจกระซิบเบา ๆ
ฝนพยักหน้า พวกเขาหยิบกุญแจสำรองที่ป่านบอกว่าเคยเจอในลิ้นชัก เดินออกจากห้อง 304 ไปยังห้องข้าง ๆ ในความมืดเย็นเฉียบ
เสียงนั้นเงียบลงทันทีที่พวกเขายืนหน้าประตู 305
ฝนเอื้อมมือไปจับลูกบิด มือเย็นเฉียบ เจกลั้นหายใจ กดถ่ายวิดีโอไว้ เสียงในกล้องกลับไม่มีอะไรผิดปกติ
ประตูห้อง 305 ล็อกแน่น พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ทางปลายทางเดิน — หรือเป็นเสียงลม?
รุ่งเช้า ป่านนั่งอ่านโพสต์ในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย มีคนพูดถึงหอพักสายลมว่า “อย่าอยู่เกินสามคืน”
เป้ถามเสียงแผ่ว “ทำไมถึงห้าม?”
ป่านถอนหายใจ “เขาบอกว่าถ้าอยู่เกิน…จะเริ่มได้ยินเสียงที่ไม่มีอยู่จริง”
เจขมวดคิ้ว “แล้วถ้าเสียงนั้นมีจริงล่ะ?”
อั้มส่ายหน้า “เลิกคิดมากน่า พวกนี้ชอบแกล้งกัน” แต่สายตาเขากลับมองประตู 305 เหมือนไม่ไว้ใจ
คืนนั้นกลุ่มเพื่อนตั้งวงคุยที่โต๊ะกลางห้อง นั่งล้อมวงกันเหมือนไม่อยากแยกตัวไปไหน
ฝนกระซิบ “ฉันรู้สึก…เหมือนมีคนเฝ้ามองตลอดเวลา”
เป้พยักหน้า “เมื่อคืนฉันเห็นเงาคนตรงหน้าต่างห้อง 305”
เสียงเงียบลงชั่วครู่ ทุกคนต่างหลบสายตากันเอง
เจกระซิบ “เราจะลองเข้าไปในห้องนั้นคืนนี้”
อั้มถอนหายใจ “ก็ได้ ถ้านอนไม่หลับกันนัก”
ขณะตกดึก พวกเขารวมตัวกันหน้า 305 ป่านถือไฟฉาย ฝนจับกุญแจ เจถือกล้อง เป้ยืนเกร็ง ๆ อั้มกอดอกมองอย่างไม่ไว้ใจ
ฝนไขกุญแจ ประตูเปิดออกช้า ๆ ข้างในมืดสนิท มีกลิ่นอับราวกับไม่ได้เปิดมานาน
พวกเขาส่องไฟไปรอบ ๆ ห้อง — ไม่มีอะไรผิดปกตินอกจากผนังซีด ๆ และเตียงเก่า ๆ แต่ตรงหน้าต่างมีรอยมือฝุ่นจาง ๆ รูปร่างเหมือนคนพยายามขีดเขียนอะไรบางอย่าง
เจเข้าไปถ่ายใกล้ ๆ รอยมือ “เหมือนเขียนคำว่า ‘ช่วย…’ แล้วต่อไม่จบ”
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังจากทางเดินนอกห้อง ทุกคนหันขวับไปที่ประตู
อั้มเดินออกไปดู “ไม่มีใคร” เขาพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน
ป่านก้มดูพื้นห้องใต้เตียง พบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งสีเหลืองกรอบ “มีอะไรอยู่ใต้เตียง”
เป้หยิบขึ้นมา — เป็นโน้ตสั้น ๆ เขียนด้วยลายมือสั่น “ขอโทษ…กลับมาไม่ได้…เสียงนั้น…ไม่ใช่ของเรา”
ทุกคนเงียบงัน
ฝนพูดเสียงสั่น “ฉันว่าเราไม่ควรอยู่ที่นี่”
อั้มพยายามรั้งไว้ “พรุ่งนี้สอบโปรเจกต์แล้ว อดทนอีกนิด”
กลางดึก เสียงร้องไห้กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เสียงเหมือนดังอยู่ในห้องเดียวกับพวกเขาเอง ทุกคนตื่นขึ้นพร้อมกัน ฝนร้องไห้ ป่านกอดตัวเองแน่น เจกล้องสั่น เป้และอั้มมองหน้ากันด้วยความกลัวสุดขีด
ป่านกระซิบ “มันพูดว่า ‘กลับมา…’”
เจอึ้ง “ใครจะกลับมา?”
ฝนกลัวจนพูดไม่ออก
รุ่งเช้า ห้อง 305 ถูกล็อกอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว กุญแจหายไป ทุกคนเริ่มระแวงกันเอง อั้มกล่าวโทษเป้ว่าเป็นคนเอากุญแจไป เป้ปฏิเสธเสียงลั่น เจพยายามไกล่เกลี่ยแต่ก็เริ่มไม่แน่ใจในตัวเพื่อน ๆ
ฝนเดินออกไปหน้าหอพัก เจตามไป เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ญาติคนหนึ่งที่เคยอยู่ละแวกนี้ “ป้า…เมื่อก่อนนี้มีคนตายในหอพักนี้ไหม?”
เสียงปลายสายลังเล “หอพักสายลม…เมื่อก่อนมีเด็กหายไปคนนึง จำได้ลาง ๆ เหมือนกัน…”
เจได้ยิน แววตาเปลี่ยนไป เขารีบกลับไปที่ห้อง เล่าให้เพื่อนฟัง
ป่านถาม “แล้วเด็กคนนั้น…กลับมาไหม?”
ฝนส่ายหน้า “ป้าบอกว่าไม่เจอศพ”
เป้หรี่ตา “แล้วเสียงเมื่อคืน…ถ้าเป็นเด็กคนนั้นล่ะ?”
อั้มเริ่มหงุดหงิด “เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้ไหม จะบ้ากันหมดแล้ว!”
คืนนั้นความเงียบแน่นขนัดจนเหมือนอากาศหายใจไม่ออก ทุกคนแยกกันนอน ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงลมผ่านหน้าต่างและเสียงฝีเท้าในความมืดที่ไม่มีใครกล้ายืนยันว่ามีจริง
กลางดึก ฝนเดินไปที่ห้องน้ำในสภาพเหมือนฝัน เธอเห็นเงาเด็กผู้หญิงวิ่งผ่านหน้าห้อง 305 ไปที่ปลายทางเดิน เงานั้นหยุดหันมามอง ฝนเห็นเพียงใบหน้าขาวซีดและดวงตากลมโตว่างเปล่า
ฝนผงะ ถอยหลังสองก้าว เงานั้นหายไป
รุ่งเช้า ฝนเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง ทุกคนต่างหวาดระแวงกันเอง อั้มเสียงแข็ง “ถ้าเธอสร้างเรื่องหลอกเรา จะไม่ให้อภัยเลย!”
เป้ถอนหายใจ “ฝนไม่เคยโกหก”
ป่านอยู่ข้างฝน “ฉันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่นี่”
เจนิ่งไปนานก่อนจะพูด “เมื่อคืนฉันฝันเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ร้องขอให้ช่วย…แต่ฉันกลับเดินหนี”
ทุกคนเงียบ
เป้ตัดสินใจ “คืนนี้เราต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ค่ำคืนมาถึง พวกเขากระจุกตัวในห้อง เจตั้งกล้องหันไปที่ประตู 305 ทุกคนรอฟังเสียงผิดปกติ
เที่ยงคืน…เสียงร้องไห้ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันปะปนกับเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ และเสียงกระซิบบางอย่างที่จับใจความไม่ได้
ป่านกระซิบ “มันพูดว่า ‘คืนความจริงให้ฉัน’”
อั้มหน้าซีด “เราทำอะไรผิด?”
เจพูดเสียงเบา “หรือมันต้องการให้เราสารภาพ?”
เป้ขบคิด “สารภาพอะไร…”
ฝนหลับตาแน่น “ฉันไม่อยากฟังอีกแล้ว…”
ทันใดนั้นเสียงดังโครมใหญ่ เหมือนบางสิ่งตกลงบนพื้น ทุกคนแตกตื่น ต่างคนต่างวิ่งออกจากห้องไปทางบันได
แต่เมื่อทุกคนพ้นออกจากห้อง 304 กลับพบว่าห้อง 305 เปิดประตูแง้มออก ราวกับเชื้อเชิญให้เข้าไปข้างใน
เจเดินนำเข้าไปก่อน กล้องในมือสั่นเทา ทุกคนตามเข้ามาทีละคน ภายในห้องมีเพียงแสงไฟอ่อนจาง รอยมือบนผนังเพิ่มขึ้น และเสียงร้องไห้ที่ดังกว่าเดิม
เป้มองไปที่พื้น เห็นรอยเลือดจาง ๆ เป็นเส้นลากไปจนถึงปลายเตียง (แต่ไม่มีร่าง ไม่มีศพ)
ป่านพูดเสียงสั่น “ที่นี่…มีใครซ่อนอยู่หรือเปล่า?”
อั้มส่องไฟฉายไปใต้เตียง พบกล่องไม้เก่า ๆ ใบหนึ่ง เขาลังเลแต่เป้ผลักเขาเบา ๆ “เปิดดูเถอะ”
อั้มมือสั่น เปิดฝากล่องออก ข้างในมีเศษผมเด็กหญิง ผ้าเช็ดหน้าสีจาง และจดหมายลายมือหวัด
ฝนอ่านข้อความนั้น “ขอโทษที่ปล่อยให้หนูอยู่คนเดียว หนูหนีไปได้แล้วใช่ไหม หนูได้ยินเสียงเราร้องไห้ไหม”
เจพูดเสียงแผ่ว “จดหมายนี่…เขียนถึงตัวเขาเอง หรือถึงใคร?”
ขณะพวกเขากำลังสับสน ประตูห้อง 305 ปิดดังปัง ทุกคนสะดุ้ง เงาของเด็กผู้หญิงค่อย ๆ ปรากฏบนผนัง
เสียงนั้นไม่ใช่แค่เสียงร้องไห้อีกต่อไป แต่เป็นเสียงซ้ำ ๆ ว่า “ช่วยด้วย…ช่วยด้วย…ช่วยด้วย…”
อั้มตะโกน “พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย!”
ป่านส่ายหน้า “แต่เราก็ไม่ได้ช่วย…”
ทันใดนั้นในหัวของทุกคนเหมือนภาพในอดีตแล่นวาบ — กลุ่มเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในหอพัก แม่บ้านตะโกนด่าว่าไม่มีใครช่วยเธอ เธอเคยถูกเพื่อนขังไว้ในห้องนี้เพื่อแกล้ง แต่ไม่มีใครกล้าช่วย ไม่มีใครยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดตัวเอง
ฝนร้องไห้ “ทำไม…เราถึงนึกออกตอนนี้…”
เสียงร้องไห้ดังขึ้นจนทนไม่ไหว ทุกคนวิ่งกรูกันออกจากห้อง 305 ประตูปิดเองอย่างแรงข้างหลัง
ข้างนอกห้อง เจหยุดหายใจหอบ “เรา…เราเคยอยู่ที่นี่มาก่อน?”
เป้ตัวสั่น “ทำไมฉันจำไม่ได้…”
ป่านหน้าซีด “เหมือนเรา…เคยเห็นเด็กคนนั้นมาก่อน…”
ฝนทรุดตัวลงร้องไห้ “ฉัน…ฉันรู้สึกผิดมาก…”
อั้มพูดเสียงแผ่ว “ความทรงจำ…มันถูกซ่อนไว้…”
เสียงร้องไห้เงียบหายไป ทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่าในโถงทางเดิน
รุ่งสาง ทุกคนเก็บของเงียบ ๆ เตรียมออกจากหอพักสายลม ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ในใจแต่ละคนมีบางอย่างเปลี่ยนไป บางอย่างที่ไม่มีวันลบเลือน
ขณะเดินลงบันได เจเหลือบมองขึ้นไปที่ชั้นสามอีกครั้ง เห็นหน้าต่างห้อง 305 แง้มออก เงาเด็กผู้หญิงยืนอยู่ข้างใน มองลงมา
เสียงแผ่วเบาดังขึ้นในใจทุกคน “ขอบคุณ…ที่ไม่ลืมเสียงฉัน…”
วันต่อมา หอพักสายลมกลับเข้าสู่ความเงียบสงัด — ไม่มีใครรู้ว่าห้าคนนั้นได้พบกับอะไรในคืนนั้น ไม่มีใครพูดถึงเสียงที่สาบสูญอีกต่อไป
แต่บางครั้ง…เมื่อมีคนใหม่ย้ายเข้ามา ยังมีเสียงร้องไห้แผ่วเบา…ดังลอดผ่านห้องว่างที่ไม่มีใครอยู่