ภารกิจแห่งรัก
แสงแดดส่องสว่างไปทั่วห้องเรียน ม.5/2 ขณะที่ตัวละครหลัก นารี นักเรียนสาวอายุสิบห้าปีกำลังนั่งวาดภาพในทันทีที่ครูสอนศิลป์เข้าสอน เธอมีความฝันอยากเป็นจิตรกรชื่อดัง แต่การที่ต้องอยู่ภายใต้ความกดดันจากครอบครัวที่ต้องการให้เธอสอบเข้าแพทย์นั้น ทำให้เธอเริ่มรู้สึกกดดัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงระฆังดังขึ้น ปลุกให้เธอต้องวางพู่กันอย่างรวดเร็ว นารีมองไปมองเห็น เจท หนุ่มหล่อที่เป็นทั้งนักกีฬายอดเยี่ยมและนักเรียนที่นำหน้าคะแนน ทุกคนในโรงเรียนล้วนชื่นชมเขา นารีรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางเข้าถึงเขาได้เพราะความเปลือกนอก
วันหนึ่ง ขณะที่เดินกลับบ้านพร้อมเพื่อน ๆ นารีเห็นป้ายประกวดศิลปะจากโรงเรียน เธอรู้สึกถูกกระตุ้นให้ลองส่งผลงานของตัวเอง แต่ความกังวลในใจกลับลอยเข้ามา จนทำให้เธอกลับบ้านในอารมณ์ที่ไม่สดใสนัก
นิยายดราม่าเริ่มขึ้นเมื่อเธอพบกับอาแทน ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาเป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียง และเมื่อได้เห็นผลงานของนารี เขาจึงสนับสนุนให้เธอแสดงออกอย่างเต็มที่
“ทำไมไม่ลองส่งภาพนี้ไปประกวด? มันสวยมาก” อาแทนพูดขณะเบียดเสียดยิ้ม
นารีขมวดคิ้ว ทำรายงานให้เขาเห็น “แต่พ่อแม่ฉันไม่เห็นด้วย…”
ไม่เพียงแค่นี้ ศึกแห่งความรักก็เกิดขึ้นเมื่อเจทเข้ามาให้ความสนใจ โดยบังเอิญไปเห็นผลงานของนารีที่โชว์ในที่ ๆ หนึ่ง และเริ่มพูดคุยกับเธอ เขามีความปรารถนาที่จะรู้จักเธอมากขึ้น
“เธอวาดสวยมาก มาจริงจังในงานศิลป์นี่น่า” เจทพูดเสียงนุ่มนวล ขณะที่มองตาเธอ
นารีรู้สึกกดดันในความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่เธอก็ไม่สามารถละทิ้งความฝันได้ เธอจึงตัดสินใจที่จะส่งภาพประกวด แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ เริ่มทวีความสัมพันธ์และกดดันให้เธอต้องเลือก
มีปัญหาครอบครัวซ่อนอยู่ลึก ๆ ที่ทำให้เขียนภาพความรักของนารีซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อเธอค้นพบความลับของแม่ที่เคยถูกซ่อนไว้ว่า แม่เคยเป็นนักวาดที่มีชื่อเสียงและต้องยอมแพ้เพราะเลือกทางเดินชีวิตอื่น
“ฉันไม่อยากให้เธอเจอเหมือนที่ฉันเจอ…” แม่ปรารภเมื่อเธอพบความจริงออกมาทางปาก
ความกดดันทั้งจากความรักและครอบครัวทำให้นารีต้องพบกับจุดเปลี่ยนในชีวิต เมื่อถึงวันประกวด เธอได้เห็นมีเพื่อน ๆ มากมายที่มาร่วมส่งผลงาน และสุดท้ายก็ขึ้นไปแสดงผลงานของตัวเอง
เสียงชื่นชมดังอยู่รอบข้าง แต่ใจของนารีกลับสั่น เพราะเจทก็อยู่ในงานนี้ ด้วยความรู้สึกที่พัวพันนั้นทำให้เธอไม่อาจตั้งใจที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดได้
เมื่อถึงเวลาประกาศผล ทุกคนต่างกลับมาสนใจ แล้วคำประกาศก็พลิกผันเมื่อเธอได้รับรางวัลชนะเลิศ ทุกคนปรบมือให้ แต่ความรู้สึกของเธอเบาลง
“แล้วรักของเราล่ะ?” เจทกล่าวหลังจากงานจบ
นารีไม่สามารถตอบได้ รู้สึกเหมือนกับการเดินอยู่บนเส้นด้าย ทำให้ความสัมพันธ์นั้นมีความร้าวฉานและซับซ้อนอยู่ตลอดเวลา
ในความเห็นของเจท ความรักของพวกเขาเป็นทั้งแรงบันดาลใจและคำถามที่ไม่มีคำตอบ ในขณะที่นารีเมื่อจบสิ้นวิกฤติต้องมีการตัดสินใจระหว่างความรักและความฝัน
เมื่อเวลาผ่านผ่านไป ความรักเริ่มจืดจาง แต่การพบกันและการสื่อถึงกันในโลกแบบใหม่ทำให้ทั้งสองคนเล่าเรียนความรักอย่างมีคุณค่าท่ามกลางบรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยตัวเลือกที่ไม่จำกัด
สุดท้าย นารีได้เรียนรู้ว่า การเป็นตัวของตัวเองสำคัญกว่าความสำเร็จทางสังคม เธอค้นพบตัวเองในภาพวาดที่มีชีวิตชีวานั้น และความรักในครอบครัวได้กลับมาชัดเจนมากยิ่งขึ้นในตอนท้าย
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบอยู่ที่ใจเรา” นารีพูดกับตัวเองเมื่อมองไปที่ภาพวาดตัวเองที่กำลังเติบโต
ภาพกราฟฟิติพิเศษที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของจิตใจของเธอ นารีเรียนรู้ว่าความรักและความเชื่อมั่นในตัวเองคือสิ่งสำคัญ
ในที่สุด ทุกคนต่างยิ้มแย้มให้กับอนาคตที่สดใส แม้จะวุ่นวายแต่ก็ทำให้พวกเขาเติบโตในทางที่ดี