ใต้แสงจันทร์สีเทา
ลินดาโผเข้าไปหลบลมทะเลยามค่ำบนท่าเรือเก่า ไฟฉายคาดหัวส่องไปบนเรือเล็กที่ถูกลมโยกเหมือนจะหลุดโซ่ เสียงเครื่องยนต์กระเส่าของเรือรับจ้างคนสุดท้ายค่อย ๆ ห่างไปจนเหลือเพียงเสียงคลื่นกระทบไม้เก่า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อีกนานไหม พี่จะมา” เจ, ช่างเทคนิคหนุ่มที่กุมกุญแจห้องแล็บ พูดขึ้นขณะยืนเคาะเท้าอยู่บนพื้นไม้เปียกๆ เสียงลมหอบหนึ่งกลืนประโยคของเขาไว้บางส่วน เจยืนกอดอก หรี่ตาไปยังเงาไฟในระยะไกล “ไม่รู้ว่าคืนนี้เขาจะกลับมาไหมนะ”
ลินดาหยิบแฟ้มเอกสารในมือแน่น เธอฝึกงานกับกรมพิสูจน์หลักฐาน มีหน้าที่ทำรายงานการพบโครงกระดูกโบราณบนเกาะแห่งนี้ แต่คืนนี้ เพื่อนร่วมงานของเธอชื่อมาริสาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ไซเรนของตำรวจท้องถิ่นกรีดเสียงมาถึงหน้าท่าเรือ นายพลตำรวจ นุ การาสูง มือข้างหนึ่งกำแฟ้มอีกแฟ้มเอาไว้ อีกข้างกดมือถือแนบหู “คืนนี้ลมแรง ไม่มีใครลงจากฝั่งได้หรอก…แต่คนหายจากเกาะมันประหลาด พวกคุณฝึกงานกันระวังตัว อย่าเดินลำพัง”
ลินดายืนตัวแข็ง มองหน้าเพื่อนร่วมงานอีกสามคน ใจหนึ่งอยากโทรหาครอบครัวที่กรุงเทพฯ แต่อีกใจก็ติดค้างคำพูดของมาริษาเมื่อคืน—เสียงกระซิบที่ว่าบนเกาะนี้มี “ของบางอย่าง” ตกค้างจากอดีต
คืนแรกของการค้นหาเริ่มขึ้น พวกเขาจุดไฟฉายเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ริมทะเลลึก เสียงร้องของนกแปลกแซมมากับสายลม พอถึงบริเวณถ้ำเก่า เจกระซิบรัว ๆ ว่า “ทำไมต้องเริ่มที่นี่ทุกครั้ง”
“เพราะเมื่อคืนก่อนพวกเธอเห็นมาริสาแถวนี้” ลินดาท้วง พยายามเก็บเสียงสั่นในลำคอ “หรือกลัว จะเข้าไปไหม”
ในถ้ำเย็นชื้นนั้น แสงไฟแคบ ๆ ฉาบโปสเตอร์โบราณที่ขาดรุ่งริ่ง ลินดาสูดลมหายใจเข้าแล้วค่อย ๆ เดินนำเข้าไป เพียงไม่กี่ก้าว เงาดำในโพรงถ้ำเคลื่อนไหวรวดเร็ว เจสะดุ้งโหยง รีบคว้าแขนเธอแน่น
เสียงฝีเท้า แปลกๆ! ทุกคนหยุดนิ่ง หนึ่งในเพื่อนร่วมงานกระซิบ
“…เสียงอะไรกัน”
ความเงียบประหลาดโอบล้อมทุกคน ลินดาหมุนตัวช้า ๆ มองเห็นภาพเงาเลือน ๆ ที่ปลายถ้ำ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้…
เงาจางดุจหมอกขึ้นรูปร่างคล้ายคน มันคล้ายครางเบา ๆ ด้วยเสียงแผ่วเบา ปรากฏเป็นใบหน้าหญิงสาวเปื้อนน้ำตา ลินดาชะงัก เจเข้าไปดึงเธอออกมา
“ออกไปก่อน! มันไม่ควรอยู่ตรงนี้”
ทุกคนถอยกรูออกมา ลมหายใจร้อน ๆ ออกมาปะทะหน้าหนาว ๆ ลินดานั่งลงบนโขดหิน พยายามซ่อนมือที่สั่น กลิ่นคาวเลือดบางอย่างลอยมาแตะแผ่ว
“เราเจอซากอะไรไหม” ตำรวจถามเสียงเข้ม เจตอบแผ่ว ๆ “ไม่…แต่ผมเห็นเป็นเงาอะไรบางอย่าง…”
นุยื่นซองบุหรี่ให้ลินดา หญิงสาวส่ายหน้าอย่างแรง กลั้นน้ำตา “ถ้าเราไม่ช่วยมาริสาตอนนี้ แล้วจะรอดไหมคะ”
กลางดึกหลังกลับถึงบ้านพัก ลินดาฝันเห็นหญิงร่างเลือนในถ้ำร้องไห้ เสียงเรียกชื่อเธอสะท้อนในหัว แต่ทันทีที่ลืมตาตื่น เสียงลมหายใจหอบของเจดังขึ้นข้างห้อง
“ฝันร้าย?” เจพูดแผ่ว ๆ ในน้ำเสียงมีบางอย่างซ่อนเร้น ลินดาเลือกนั่งลงข้างเขา หัวใจอึกอักระหว่างหวาดกลัวกับความใกล้ชิดที่ไม่ควรเกิดขึ้น เจหัวเราะแห้ง “ฉันกลัวนะกล้าแต่อย่าโง่สิ ครั้งนี้เราต้องหาความจริง”
เช้าวันต่อมา เมฆคลุมสีฟ้าอ่อน ลินดาค้นกระเป๋าของมาริสาที่ห้องแลบพบจดหมายเก่า ๆ ถูกขยำในกระเป๋า จ่าหน้าถึงหญิงชราแห่งกระท่อมปลายเกาะ เธอก้มตัวแนบซองกระเป๋าในอกตื่นกับลางร้าย
เจนั่งตรงโต๊ะกลาง มองจดหมายพลางกระซิบ
“แกไม่เชื่อเรื่องคำสาปจริง ๆ เหรอลินดา”
ลินดาหายใจเฮือก กำแฟ้มกระดาษด้วยมือลั่น ๆ “วิทยาศาสตร์แก แกควรเชื่อการทดสอบ ไม่ใช่ผีสาง” เธอเบือนหน้าหนี แต่สายตาไหววูบอยากเชื่อบ้าง
“แต่บางครั้ง…ของบางอย่างมันไม่เข้าทดสอบหรอก” เจยิ้มเศร้า บิดปากจนเสียงหัวเราะแสบหูทั้งห้อง
เสียงก๊อกประตูดังขึ้นกลางวันวันถัดมา หญิงชราร่างผอมผิวไหม้แดดเปิดประตูรอ พวกเขาถือแฟ้ม ถือลมหายใจเดินมารวมกันใต้เงาไม้ลั่นทม
“ฉันก็เห็นหญิงสาวคนนั้นเมื่อคืน” หญิงชราปริปาก ออกเสียงกรีดราวขู่วิญญาณ “เธอเสื้อขาดเศษสายรัดแขนติดค้าง ฉันจำได้”
เจลังเล มองลินดาแวบหนึ่ง หลบตาเร็วในความกังวล “หรือว่า…เราเห็นวิญญาณจริง ๆ”
หญิงชราก้าวช้า ๆ ไปยังหิ้งของเก่า หยิบตุ๊กตาขี้เถ้าสีซีดมาส่งให้ลินดา “ของพวกนี้…ถ้าเธอไม่เข้าใจอย่าได้ยุ่งกับมัน มันเป็นคำสาปของเกาะ”
ลินดาขนลุกวูบแต่ยังพยายามควบคุมสีหน้าตัวเอง ขณะเดียวกันในสายตาเจมีแต่ความหวาดหวั่นปะปนสงสัย
กลางคืนวันถัดมา ลินดานั่งหน้ากระจกเงา รูปหญิงสาวในเงาสะท้อนดูคล้ายมาริษา ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเย็นยะเยือก ซากเลือดเก่าที่เช็ดไม่หมดบนขอบเสื้อใหม่บาดใจเธอช้า ๆ
ขณะนั้นเจเคาะประตู ลังเลก่อนพูด “เธอคิดถึงใครอยู่”
ลินดาเงียบไปนาน แล้วตอบเสียงเบา “ฉันกลัว…ว่าเราจะเจออะไรที่เลวร้ายมากกว่าแค่ศพ”
เจถอนหายใจ “ฉันก็กลัวเหมือนกัน แต่ถ้าแกหนี ฉันก็หนีด้วยไม่ได้”
คืนถัดมา พวกเขากลับไปที่ถ้ำ เจนำทางด้วยมือที่สั่นเครือ เจอเศษผมติดอยู่กับหินเปียก พร้อมซองจดหมายที่ฉีกขาดครึ่งหนึ่ง ข้างในคือแผ่นกระดาษเปื้อนเลือด มีรูปหญิงสาวสลักอยู่ ราวกับใครบางคนอยากฝากข้อความสุดท้ายไว้
“มันต้องเกี่ยวกับตำนานบนเกาะ” ลินดาสะกดน้ำตา “เธอจะเชื่อหรือไม่ก็ต้องไปต่อแล้วละ”
กลางดึกในแลบ โทรศัพท์ลินดาดังขึ้นเสียงแปลก สายว่างสนิท เธอตัดสายแล้วเผยมือเปียกเหงื่อ “เจ…ถ้ามาริสาจะยังรอด เราต้องเร็วขึ้น”
ขณะที่เธอพูด เสียงผิดปกติในเครื่องวิทยุชัดขึ้นเป็นเสียงร้องไห้ในห้องเย็น เจใจเสียมองเธอด้วยแววตากระวนกระวาย “มันโทรมาได้ยังไง ในเมื่อทุกอย่างบนเกาะนี้ปิดตาย”
เช้าวันรุ่งขึ้น นักศึกษาเพื่อนร่วมฝึกงานอีกสองคนเดินหนีจากกลุ่มด้วยความกลัว เสียงบ่นแผ่วเบา “ของแบบนี้ ออกไปจากเกาะไม่ได้” ท้ายคำพูดคือแววสิ้นหวัง
ลินดาร้องเรียกแต่ไร้เสียงตอบ เดินเคว้งข้างคลื่นกับเจ เจแกล้งหยอก “เราทำดีที่สุดแล้วใช่ไหม จุดจบอยู่ในถ้ำหรือใจเราเองกันแน่”
“บางที…ฉันก็ไม่แน่ใจ” ลินดาสะอื้น “บางอย่างในอดีต ทำให้เราต้องติดอยู่ที่นี่” เธอลังเลจะพูดต่อถึงเรื่องพ่อที่เคยหายไปจากเกาะเดียวกัน
กลุ่มนักศึกษาตัดสินใจไปที่กระท่อมหญิงชราอีกครั้ง หญิงชราตอบโต้เสียงดุ “ถ้าอยากรู้คำตอบ ต้องเผชิญหน้ากับความกลัว นั่นคือราคาของความจริง”
ลินดาจับข้อมือเจแน่น ความหวาดระคนหวังในดวงตา “ถ้าสุดท้ายเราต้องทิ้งใครสักคนไว้ที่นี่…ฉันจะกลับไปพร้อมเธอหรือเปล่า”
เจถอนหายใจ ลังเลเนิ่นนาน แล้วพูดช้า ๆ “ฉันกลัวแทนเธอด้วยซ้ำ…แต่จะไม่ทิ้งเธอไว้คนเดียว” เขาปล่อยมือลินดาแล้วโอบไหล่เบา ๆ
ถึงเวลาคืนสุดท้าย พวกเขาเดินเข้าสู่ถ้ำพร้อมกัน คำสาปแห่งเกาะเริ่มปลุกกระแสลมแรง เม็ดทรายปลิวว่อนตามเสียงร้องต้องสาป เสียงหญิงชราเคลืองลอยผ่านปล่องถ้ำ “ความลับของผู้สูญหาย จะเปิดเผยในคืนเดือนดับเท่านั้น”
เงาร่างมาริสาปรากฏตรงหน้า ลินดาตัวแข็ง เสียงหัวใจเต้นรวน เจกระซิบข้างหู “อย่าเพิ่งเดินไป อยู่นี่กับฉันก่อน”
หญิงสาวในเงาจ้องกลับ มือเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน เธอกระซิบช้า ๆ ออกมา “ช่วยฉัน…ช่วยบอกความจริงด้วย”
เสียงสะอื้น ผสมสายลม ฝุ่นทราย เธอเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตเมื่อสามสิบปีก่อนมีหญิงสาวถูกกล่าวหาเป็นแม่มดแล้วถูกฆ่าถ่วงทะเล “เธอคือยายของฉัน” เสียงมาริสาสะท้อนก้อง “ฉันรู้มากเกินไป…จึงต้องสังเวยด้วย”
หญิงชราปรากฏในเงามืดอีกฟากถ้ำ กระซิบคำขอโทษกับหญิงสาวในเงา ก่อนวิญญาณทั้งหมดจะสลายไปในเสียงลมเบา ๆ
เมื่อเงาสุดท้ายจางหาย มาริสา—แม้ร่างไร้ลมหายใจ—กลับปรากฏบนพื้นดิน เจับมือเธอไว้ ลินดามีเสียงร้องไห้ลอดลำคอ “เราทำได้แค่นี้”
วันต่อมาเมื่อฟ้าสางใหม่ ลินดายืนริมทะเล ลมเย็นซัดหน้า น้ำตาค่อย ๆ กรอกตาลง เธอหยิบตุ๊กตาดินเผาของหญิงแก่โยนลงสู่เกลียวคลื่น คำสาปสิ้นสุดที่นี่ แต่บาดแผลในใจยังคง
เจเข้ามาโอบเธออย่างเงียบ ๆ “เราต้องใช้ชีวิตต่อ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
ลินดายิ้มบาง ๆ ฝืนใจ “บางที…ความลับไม่ได้หายไปไหน มันแค่คลายกำลังลง” เธอเหนื่อยแต่ไม่หนีอีกแล้ว
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลงมาเหนือสายหมอกเกาะ หินเก่า เงาอดีตถูกปลดปล่อย เหลือเพียงความเงียบสงบ อวสานใต้แสงจันทร์สีเทา