รอยแผลดอกเหมย
เสียงลมหวนราวสัตว์ร้ายกรรโชกผ่านหน้าต่างรถบัสเก่า นภา หญิงสาววัยยี่สิบแปดปี ผมยาวประบ่า ดวงตาเหนื่อยล้า นั่งซบตากับกระเป๋าเดินทาง เข็มขัดขาด เสื้อตัวย้วย เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะสีขาวเกาะหนาแน่น ปิดบังทุกอย่างไว้จนดูเหมือนโลกนี้มีเพียงสีขาวกับเสียงลมหายใจแผ่วในอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูรถบัสง้าง เสียงฟังคล้ายประตูโรงศพ นภาถอนหายใจ หยิบจดหมายปริศนาที่ส่งมาถึงเธอ “รับสมัครผู้ดูแลกลางฤดูหนาว ณ โรงแรมน้ำแข็งเหมยอิน” ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีรายละเอียดอื่น ไม่มีอนาคตให้เลือก เธอก้าวลงเหยียบผืนหิมะ คำรามในใจเจือความหวังไร้ที่พึ่ง
บนท่าเรือไม้เก่าเสียงจิ้งหรีดหายไปหมด เงาตะคุ่มของเรือเล็กแล่นเข้ามาใกล้ มีชายชราคนเฝ้าท่า สวมเสื้อคลุมขาด ๆ คอยต้อนนภาขึ้นเรือ “ร้องไห้หรือเปล่าหนู?” เขาถามเหมือนไม่เห็นหน้า นภาสะอึก มองหน้าเขาแต่ไม่ตอบ
ท้องทะเลหนาวเย็นในยามราตรี ชายชราพายเรือผ่านม่านหมอก จนไฟจากโรงแรมน้ำแข็งโผล่เหนือเกาะเล็ก ๆ ท่ามกลางกองหิมะ โรงแรมเรืองแสงราวปราสาทแก้ว มีดอกเหมยสีชมพูแต้มทุกขอบหน้าต่าง นภาเงยหน้าชั่วครู่ เสี้ยวหนึ่งหัวใจเธอก็สั่น
ประตูกระจกโรงแรมเปิดออก เสียงรองเท้าส้นแหลมกระทบพื้น เรณู ผู้จัดการสาวอายุกลางสามสิบ รูปร่างสง่า ตาสีเทาราวน้ำแข็ง แสยะยิ้มน้อย ๆ “ยินดีต้อนรับ คนใหม่ของเรา”
นภาพยายามบังคับตัวเองให้ชิน แต่แค่ยืนก็แทบไม่ไหวเรณูพาเดินผ่านโถงใหญ่ ที่ประดับหินน้ำแข็งและกำแพงแกะสลักรูปดอกเหมย ภายในดูเย็นเยียบจับใจแต่ก็มีความงามที่เจ็บปวดบางอย่าง
โต๊ะเช็คอินมีกาน้ำชาร้อนวางอยู่ มีหญิงสาวอีกคนกำลังนั่งรินชา เธอชื่อควีน อายุยี่สิบหกปี ผมสั้นทำสีฟ้า แต่งกายแฟชั่นจ๋า ท่าทางร่าเริงแต่ดวงตายังฟ้องว่ามีบางสิ่งซ่อนอยู่ “สวัสดี เธอมาทำงานแทนเวรดึกใช่มั้ย?” ควีนกระพริบตาขณะพูด
เช้าวันต่อมา นภาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกประหลาด ทุกคนในโรงแรมเหมือนไม่ไว้ใจกัน ห้องครัวมีชายหนุ่มรูปร่างสูงชะลูดชื่อ โอม วัยสามสิบสอง เขาทำอาหารแต่ไม่กินเอง ใบหน้ามีรอยแผลเป็นยาวตั้งแต่คางจรดขมับ โอมเสิร์ฟข้าวต้มให้ทุกคนพลางเอ่ยขรึม ๆ “ที่นี่ ห้ามพูดถึงอดีต”
นภาไม่ทันเข้าใจแต่ก็พยักหน้า พอได้เจอแขกคนแรกของวัน หญิงสูงวัยชาวญี่ปุ่นชื่อยาซึโกะ ที่มาตามหาลูกชายที่หายตัวไป “คืนนี้ช่วยฟังเสียงในห้องฉันหน่อยได้ไหม?” เธอพูดเสียงแผ่ว
พอตกกลางคืน นภาขึ้นไปชั้นสามถือไฟฉาย มือสั่น หัวใจเต้นรัว เงาคนผ่านหน้ากระจก เธอหันขวับกลับไปแต่ไร้สิ่งใด นภาหายใจถี่ ใจหนึ่งอยากหนีกลับแต่อีกใจอยากพิสูจน์ความจริง เธอแนบหูกับประตู ได้ยินเสียงเหมือนเด็กร้องไห้แว่วมาจากข้างใน
รุ่งเช้า เธอเล่าให้ควีนฟังอีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ “ที่นี่ ปกติเรื่องแปลกเกิดทุกคืน อยู่ไปเดี๋ยวก็ชิน”
วันเวลาผ่านไป นภาเริ่มพบว่าธรรมชาติรอบโรงแรมผิดปกติ ไม่มีรอยเท้าอะไรหลงเหลือบนหิมะนอกจากรอยเท้าพวกเขาเอง และทุกคืนจะมีเสียงแว่วจากป่า
วันหนึ่ง โอมพบหน้าต่างห้องพักด้านเหนือถูกเปิดทิ้งไว้ทั้งที่ล็อก ปลายเท้าเลือดจาง ๆ ลากเป็นทางออกไปทางป่า “ใครแอบออกไป?” โอมถามสายตาเย็นชา
เรณูหรี่ตามองนภา “ตั้งแต่นภามา ฉันฝันร้ายทุกคืน” เงียบชั่วครู่ “ถ้าเห็นอะไร…อย่าเล่าให้แขกฟัง”
ความหวาดระแวงเริ่มกัดกินทุกคน คืนต่อมา มีเสียงเหล็กขูดหน้าต่างดังลั่น ทุกคนในห้องอาหารเงียบสนิท ยาซึโกะพูดเสียงเบา “มีใครอยู่ข้างนอก” โอมเดินไปหยิบมีด จากนั้นไฟก็ดับลงทั้งตึก
นภารีบคว้ากระเป๋าไฟฉาย ควีนจับมือเธอไว้อยู่ “อย่าออกไปข้างนอกนะ!” แววตาควีนสั่นเทา นภาชักมือกลับ หัวใจแทบจะหลุดออกจากอก
ภายนอกโรงแรม เสียงหิมะถูกเหยียบดังกรอบแกรบ มีเงาขาวสูงโผล่ขึ้นระหว่างต้นเหมย นภาตัดสินใจวิ่งสวนออกไปทั้งที่ตัวสั่น ใจหนึ่งกลัว แต่อีกใจกระซิบว่า ถ้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร เธอจะไม่มีวันหลุดพ้นจากอดีต
ในป่า เธอเห็นเด็กชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้ใต้ต้นเหมย นภาย่อตัวลง “หนูหลงทางเหรอ?” เด็กไม่พูด แต่เพียงสบตาเธอก็รู้สึกราวถูกย้อนเวลากลับไปเป็นเด็ก สัมผัสได้ถึงความเหงาของตัวเองในอดีต
หิมะถล่มใส่หลังนภา เธอล้มลง เห็นเงาคนโอบเด็กหายตัวไปในความมืด
เช้ามาเรณูตำหนินภา “เธอเกือบทำให้แขกตายเพราะไฟดับทั้งตึก” โอมมองหน้านภาแล้วพูดอย่างเย็นชา “ถ้าเธอยังอยากมีที่อยู่ จงอย่าทำเรื่องแบบนี้อีก” ควีนหลบตา เดินเข้าไปกอดนภาแผ่วเบา
ความกลัวและความหวาดระแวงปกคลุมทุกมุมของโรงแรมน้ำแข็ง เหตุการณ์ประหลาดเริ่มบังเกิดถี่ขึ้นแต่ละคืน แขกบางคนเริ่มมีอาการประสาทหวาดผวา บางคนเห็นภาพหลอน
คืนหนึ่ง นภาตื่นขึ้นมาพบว่าที่ปลายเตียงของเธอมีกล่องขนาดเล็กสีแดงวางไว้ ข้างในมีกระดาษข้อความสั้น ๆ “เธอทำได้” นภามองไปรอบห้องเงียบ ๆ พยายามหาใครแอบอยู่แต่ไม่พบใคร
คืนถัดมาเสียงร้องไห้ในห้องยาซึโกะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังจนแขกฝั่งตรงข้ามต่างร้องขอให้ผู้จัดการแก้ไข เรณูกับโอมพานภาขึ้นไป ตรวจตราทุกห้องจนมาหยุดที่ประตูห้องพักริมสุด โอมเคาะ “เปิดประตู!”
แต่เรณูบอกเบา ๆ “ห้ามเปิด ถ้าไม่จำเป็น” นภากลืนน้ำลาย ความกลัวเริ่มครอบงำเธอ ซากไม้ข้างประตูหลุดร่วงลงมาเอง เผยให้เห็นรอยขีดรูปดอกเหมยกับข้อความญี่ปุ่นว่า “คืนที่หายไป”
คืนวันนั้นพายุหิมะแรงขึ้นจนไฟฟ้าทั้งเกาะดับ แขกทุกคนถูกนำมารวมตัวในห้องโถงกลาง เรณูตั้งกฎงดออกจากตัวอาคาร ทุกคนกอดผ้าห่มหนาวสั่น เสียงไม้ถูกขูดดังลั่น คืนนี้ไม่มีใครหลับได้
ตอนรุ่งสาง ยาซึโกะขอให้นภาพาเธอลงใต้ดินของโรงแรม เธอบอกว่าได้ยินเสียงลูกชายเรียกหา ยามลงบันไดหิน เสียงนั้นก็ยิ่งดังขึ้น แต่เมื่อเปิดประตูห้องใต้ดิน กลับไม่มีสิ่งใด มีเพียงกลิ่นเก่าของไฟไหม้และภาพวาดเด็กเต็มผนัง นภาจับมือยาซึโกะแน่น “บางที…เรายังไม่ได้ขอโทษเขาหรือเปล่า?”
ยาซึโกะเงยหน้ามองภาพวาด “ฉันไม่เคยปกป้องเขาไว้ได้เลย” หยาดน้ำตาของคุณยายหยดบนพื้นแข็ง กระซิบ “ขอโทษนะ…”
คืนนั้น จู่ ๆ ประตูโรงแรมถูกทุบด้วยแรงประหลาด แขกหลายคนกรีดร้อง บางคนหายตัวไปต่อหน้าต่อตา ทุกคนวิ่งหนีอย่างโกลาหล โอมพยายามปกป้องทุกคนแต่ถูกกระชากหายไปกับพายุขาว
นภาฉุดมือควีนและยาซึโกะไปซ่อนในคลังข้าว เรณูวิ่งตามเข้ามา เหงื่อไหลเต็มใบหน้า เธอทุบกำแพงร้อง “ใครกันแน่ที่นำสิ่งนี้มาที่นี่…ใคร?”
นภานิ่งไป สายตาจับจ้องที่แผลเป็นบนแขนเรณู “คุณ…กลัวอดีตใช่ไหม?” เรณูนิ่ง ก้มหน้า เสียงพูดเบา “ฉันกลัวความผิดพลาด” นภาพยักหน้าช้า ๆ “ฉันก็เหมือนกัน” ควีนจับมือนภาแน่นขึ้น
เมื่อถึงจุดวิกฤต พายุขาวค่อย ๆ ลดทอน แรงสั่นของตึกเหมือนจะพังทลาย ทุกคนที่เหลือรวมตัวออกมาเดินตามเสียงรองเท้าแตะ ๆ ไปยังห้องโถงใหญ่ ดอกเหมยซึ่งเคยติดหน้าต่างกลับหลุดเป็นกลีบ ๆ เกลื่อนบนพื้น
เสียงกระซิบแว่วจากทั่วทุกมุมราวกับผ่านมาอีกยุคหนึ่ง “ทุกคนมีอดีต แต่มันไม่ใช่โซ่ตรวน” นภาเข้าใจขึ้นมาชั่วขณะ เธอจับมือเรณู ยาซึโกะและควีน เขียนข้อความเล็ก ๆ แล้วแขวนมันบนกิ่งเหมย
ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่สีขาวเคลื่อนไปทางประตูแล้วหายไปกับหิมะ พายุสงบ โรงแรมเหมยอินกลับคืนสู่ความเงียบสงบ
ทุกคนออกมายืนท่ามกลางดอกเหมยที่โปรยลงบนหิมะ กอดกันแน่น น้ำตาไหลแต่ใบหน้ามีรอยยิ้ม พวกเขาตระหนักว่าทุกคนล้วนมีรอยแผลของตัวเอง และการให้อภัยตัวเองคือการปลดปล่อยที่แท้จริง
นภาเลือกอยู่ที่นี่ต่อไปเพื่อสร้างชีวิตใหม่ เรณูเริ่มยิ้มอย่างแท้จริง ควีนเปลี่ยนสไตล์เป็นเสื้ออบอุ่นสีอ่อนและยิ้มมากขึ้น ส่วนยาซึโกะขอบคุณทุกคนแล้วออกเดินทางกลับญี่ปุ่นพร้อมเบาใจ ทุกคนเติบโต พร้อมบาดแผลที่กลับกลายเป็นความงามแปลกประหลาด ในโรงแรมน้ำแข็งดอกเหมยท่ามกลางหิมะนิรันดร์