คืนใต้แสงเหนือ
แสงสีขาวนวลเคลื่อนตัวไปทั่วเนินหิมะที่รายล้อมหมู่บ้านเซียร์ เสียงรองเท้าบูธหนาชนกับพื้นน้ำแข็งดังเป็นจังหวะขณะโอห์มลากเลื่อนที่บรรทุกฟืนพาดไหล่ วันนั้นอากาศหนาวกัดผิวแต่ในหัวของโอห์มยังร้อนรุ่มด้วยความกังวล เขารีบเดินกลับบ้านไม้หลังเล็กที่อยู่ริมหมู่บ้าน หวังให้แม่ได้อุ่นหน้ากองไฟเมื่อหิมะโปรยลงหนักกว่านี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โอห์มวางฟืนพร้อมเสียงถอนหายใจ ก่อนเข้าไปหาแม่ที่นอนอยู่ใต้ผ้านวมขนแกะ แม่ยิ้มจาง ๆ ก่อนกระแอมเบา ๆ “ลูกออกไปเย็น ๆ แบบนี้อีกแล้วหรือน่ะ”
“ไม้จะหมด คงอดจุดไฟกันหนาวกันพอดี” โอห์มหยิบผ้าห่มเพิ่มให้แม่ เขายืนลังเลนิดหนึ่ง พยายามกลบเสียงของความกลัวในใจ
แม่จับมือเขาแน่นพลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่หิมะเริ่มตก “โอห์ม แสงเหนือจะมาเยือนอีกครั้งในคืนนี้ อย่าเดินออกไปคนเดียวในคืนนี้เข้าใจมั้ย”
โอห์มฝืนหัวเราะ แต่ใจกลับสั่นไหวเมื่อได้ยินคำเตือนนั้น ตั้งแต่เด็ก เขาได้ยินเรื่องเล่าถึง ‘คืนแห่งคำสาป’ ทุกครั้งที่แสงเหนือมาเยือน หมู่บ้านนี้ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น…แต่ก็ไม่มีใครพูดต่อว่าคืออะไร
พลบค่ำมาเยือนเร็ว เมฆสีเข้มลอยเคลื่อนเหนือยอดเขา โอห์มออกจากบ้านอีกครั้งโดยไม่บอกแม่ เป้าหมายของเขาคือการล่ากวางเพื่อนำเนื้อและหนังกวางกลับมา เงียบงันจนได้ยินเสียงใจเต้นตัวเอง
ขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปในป่า ทันใดนั้น เสียงกระซิบเบา ๆ ลอยมาตามลม โอห์มหยุดแล้วแอบมองระหว่างต้นสน เขาเห็นร่างหนึ่งสวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้า ก้มตัวอยู่ข้างซากกวางที่เพิ่งเสียชีวิต
“อย่าเข้าใกล้!” โอห์มตะโกน ร่างนั้นชะงัก ก่อนเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นหญิงสาวผมยาวดำขลับตัดกับผิวขาวซีด ดวงตาระยับแปลกประหลาด
“ขอโทษ ฉัน…ฉันหลงทาง” เธอกระซิบเสียงแผ่ว ใบหน้าเต้มไปด้วยความวิตกกังวล “ช่วยฉันทีได้ไหม”
โอห์มลังเล ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ ๆ หญิงสาวยืนตัวแข็ง เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้รินออกมา
“ชื่ออะไร” เขาถาม เธอหลบตา “มายา” เธอตอบเบา ๆ เหมือนคำนี้เจ็บปวดเกินจะกล่าว
เขาพยายามอ่านสายตาเธอ หัวใจเขาเต้นแรงแล้วชั่วครู่หนึ่งก็รู้สึกสงสารเธออย่างบอกไม่ถูก
“หมู่บ้านอยู่ทางนี้ ฉันจะพาไปเอง คืนนี้หิมะกำลังแรงกว่านี้” โอห์มชวน เธอพยักหน้าอย่างลังเลและเดินตามไปในความเงียบ ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอขาวเจือความไม่สบายใจ
ทั้งสองเดินฝ่าสายลมจนกลับถึงชายขอบหมู่บ้าน มายาตื่นเต้นวิตก โอห์มจึงพาเธอไปซ่อนตัวในโกดังเก็บของเก่า
ใต้แสงตะเกียงน้ำมัน มายาเงียบ ลูบผ้าคลุมเบา ๆ ก้มต่ำไม่สบตา โอห์มรู้สึกได้ถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ “มายาหนีอะไรมาเหรอ”
เธอนิ่ง พลางเสไปมองสัญลักษณ์ไม้รูปแปลกตาบนผนัง “สัญลักษณ์นี่… เคยเห็นมาก่อนในฝัน ฉันรู้สึกผูกพันกับที่นี่ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม”
โอห์มขมวดคิ้ว เขาเคยเห็นเครื่องหมายนี้บนป่าเก่าแก่ของหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครกล้าพูดถึง
เวลาเดียวกันนั้นเอง กลุ่มชาวบ้านนำโดยลุงคม ซึ่งหวาดระแวงต่อสิ่งแปลกปลอม เดินตรวจตรารอบหมู่บ้าน เสียงพูดคุยดังลอดเข้ามา “คืนนี้ถ้าใครเจออะไรประหลาดต้องบอกกันก่อน ถึงจะปลอดภัย”
โอห์มสะดุ้งรีบหรี่ตะเกียงลง มายากอดเข่าตัวเอง สายตาเต้นด้วยความกลัวพลางกระซิบเบา ๆ “ถ้าพวกเขาพบ ฉันจะเป็นอันตรายไหม”
“ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครทำอะไรเธอ” โอห์มยืนยัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสัญญาที่เขาก็เริ่มลังเลในใจว่าตัวเองจะรักษามันไว้ได้จริงหรือเปล่า
เสียงชาวบ้านล่วงเลยไป ทั้งสองถอนหายใจเงียบ ๆ โอห์มรู้ตัวว่าทั้งคู่ติดอยู่ในสถานการณ์ที่ใหญ่กว่าตัวเองมากนัก
คืนอันยาวนานเริ่มขึ้น ลมเย็นพัดกลีบหิมะเข้ามาทางพื้นแตก โอห์มแบ่งขนมปังแข็งให้มายา ทั้งคู่รับประทานกันในความเงียบ รอยยิ้มบาง ๆ แลกเปลี่ยนผ่านสายตา แม้ใจยังเต็มไปด้วยคำถาม
เสียงนาฬิกาเรือนโต้งดังขึ้น เงาสีเขียวเบาบางเริ่มแทรกลอยล่องที่ขอบฟ้าทางทิศเหนือ มายาชะงัก มองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าฉายแววกังวลและโหยหาอย่างประหลาด
“นั่นคือ… แสงเหนือ?” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว โอห์มพยักหน้า “ทุกปีมันจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว… ชาวบ้านต่างหวาดกลัวกันทั้งนั้น”
มายาหลับตา สูดลมหายใจลึก “ฉันรู้สึกเหมือนมันเรียกฉันตลอดมา”
โอห์มอดไม่ได้ที่จะคิดว่าหญิงสาวคนนี้ซ่อนความลับอะไรไว้ บรรยากาศหนาวเย็นแทรกซึมระหว่างสองหัวใจ ทั้งที่นั่งใกล้กันแต่กลับรู้สึกห่างไกล
ตกดึก โอห์มฝันถึงเสียงร้องไห้และใบหน้าของมายาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาสะดุ้งตื่นมาพบว่าเธอกำลังนั่งมองเปลวไฟ มือสั่นเล็กน้อย
“โอห์ม… นายเชื่อเรื่องคำสาปมั้ย” มายาถามเสียงเบา
“ฉันไม่รู้ ฉันแค่เห็นว่าทุกปีแสงเหนือต้องแลกมากับบางสิ่ง” โอห์มตอบโดยไม่กล้าสบตา เงียบก่อนไม่ทันไร มายาโพล่งขึ้นลา… “บางทีสิ่งที่หมู่บ้านกลัวอาจจะเป็นแค่ความกลัวที่ซ้อนอยู่ในใจเท่านั้น”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากนอกรั้ว ทั้งสองชะงัก โอห์มเร่งรีบสอดส่องออกไปเห็นลุงคมกับสาวบ้านแฝดเดินตรวจตราใกล้โกดัง
“เธอต้องออกไปจากที่นี่ก่อนที่พวกเขาจะหาเจอ” โอห์มตัดสินใจนำมายาไปซ่อนในป่าสน ขณะเดินฝ่าหิมะ มายาฉุดมือเขาไว้ ใบหน้าหม่นหมอง
“ขอบใจที่เชื่อใจฉัน… แม้ฉันเองก็ยังไม่กล้าเชื่อตัวเองเลย” เธอกระซิบ โอห์มถึงกับเงียบ ไม่รู้จะตอบยังไง ความรู้สึกบางอย่างเติบโตในใจเขาทีละน้อย
กลางป่าใต้แสงเหนือ มายาพลันยืนนิ่ง น้ำตาไหลซึมสีรุ้งสะท้อนแสงฟ้า เธอลูบสัญลักษณ์ไม้เก่าแก่ที่เขาตามหาอยู่ก่อนหน้านี้ นิ้วมือเธอสั่นเทา
“คืนนี้คือคืนสุดท้ายที่ฉันจะอยู่ตรงนี้ได้ ถ้านายอยากรอด…ปล่อยฉันไว้ที่นี่” เสียงเธออ่อนแรงแต่ทรงพลัง โอห์มสั่นไหวในใจ ในที่สุดเขาก็ตะโกนออกไป “บอกความจริงฉัน!”
มายาตัวสั่นเหมือนอดกลั้นมานาน “ฉัน…ฉันไม่ใช่คน ฉันคือวิญญาณของหญิงที่ถูกสังเวยในตำนานเพื่อให้หมู่บ้านปลอดภัยจากความหนาว จากความตาย…และจากความกลัวตนเอง นายคือคนแรกที่เห็นฉันแบบไม่หวาดกลัว”
โอห์มตะลึง ความกลัวและสงสารปะทะกันในใจ “งั้น…ถ้าฉันช่วยเธอ เธอจะเป็นอิสระไหม”
มายามองเขาทั้งน้ำตา “อิสระ แต่หมู่บ้านจะไม่มีภูติเฝ้าข้ามคืนอีก ฉัน…อยากให้พวกเขากล้าเผชิญโลกในแบบของตัวเองเสียที”
โอห์มลังเล สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่คำสาปแต่คือการสูญเสียสิ่งที่คุ้นเคย เขาเองฝันอยากไปเมืองใหญ่แต่ไม่เคยกล้าทิ้งแม่ ไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลย
เสียงน้ำแข็งปริแตกก้องป่า โอห์มมองหน้าเธอ เห็นความหวัง ความเสียใจ และความกล้าในนัยน์ตาเดียวกัน เขายื่นมือไปจับมือมายา รู้ตัวว่าต้องเลือกบางสิ่งในคืนนี้
“ไปเถอะ” มายาผงกศีรษะ น้ำตาร่วงอีกครั้ง “ขอบใจโอห์ม…ที่ไม่ทิ้งฉันไว้ในความหนาว”
แสงเหนือสว่างจ้า กลืนทุกอย่างเป็นสีรุ้ง มายาค่อย ๆ เลือนหายจากมือโอห์ม หิมะร่วงลงจากต้นสนอย่างนุ่มนวล ขณะที่โอห์มยืนอยู่เดียวดาย
รุ่งเช้า โอห์มเดินกลับหมู่บ้าน เงาแสงเหนือยังคงลอยอยู่บนฟ้า แต่ไม่มีใครพูดถึงคำสาปอีกต่อไป เขากล้าบอกลาต่อแม่ บอกว่าอยากลองใช้ชีวิตใหม่ในที่ไกลออกไป แม่เพียงส่งยิ้มให้ “โลกกว้างกว่าภูเขารอบหมู่บ้านนะลูก”
วันสุดท้ายก่อนออกเดินทาง โอห์มนั่งบนยอดเขาสูง สายตาจ้องแสงเหนือที่วิบวับในม่านฟ้าเย็น รู้สึกถึงมือของมายาและความเปลี่ยนแปลงที่เขาได้เลือกด้วยตัวเอง
ฤดูหนาวใหม่มาเยือนอีกครา โอห์มกลายเป็นหนุ่มผู้กล้า ใจแข็งแกร่งขึ้นแม้ยังจดจำรอยยิ้มอบอุ่นของมายา ภายใต้แสงเหนือที่ทอประกายอยู่เหนือหมู่บ้านซึ่งเคยห่อหุ้มคำสาป…แต่เวลานี้มีเพียงความกล้าของหัวใจที่อยากเติบโตเท่านั้น