ฤดูฝนของเรา…ที่ไม่มีใครรู้
เสียงฝนพรำลงมาหนักในเช้าวันเปิดเทอมใหม่ของปีสอง ชมพูเดินลุยน้ำตากฝนกางร่มสีชมพูจางที่ดูไม่ค่อยทนทานกับลมแรง ร่มเก่าๆโยกคลอนไปมา กลิ่นอากาศชื้นๆผสมกลิ่นดินโชยผ่านใจเธอรู้สึกวังเวงจนเผลอชะลอเท้า เธอหยุดอยู่ใต้ต้นก้ามปูริมคลองเล็กๆ ใกล้คณะวิทยาศาสตร์ มือเล็กๆจิกปลายร่มแน่นเพราะขี้เกียจเปียกทั้งตัว เสียงฝีเท้าผ่านเข้ามาใกล้ เธอเงยมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดนักศึกษาหยิบหมวกแก๊ปบังฝนไว้หลวมๆบนหัว ตาเขาดูเหนื่อยคล้ายคนนอนไม่พอ
“เอ่อ…ร่มพังก็ยังจะใช้?” เสียงนทีไม่ดังมากแต่ฟังชัด เขามองเธอเหมือนจะเอ็นดูแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม
ชมพูหลบตา “มันกันได้มากกว่าที่คิดนะ นายไม่มีร่มเหรอ”
เขาส่ายหน้า หยุดคิด เขยิบเข้ามาใต้ต้นก้ามปูด้วยกัน เงียบอยู่อึดใจใหญ่ก่อนเอ่ยขึ้น “เออ…เราชื่อ นที”
“ชมพู…” สะกดอาการประหม่าไม่ทัน ตั้งแต่เข้าเรียนก็ยังไม่เคยมีเพื่อนผู้ชายเริ่มบทสนทนาแปลกๆแบบนี้กับเธอเลย
“น้ำจะท่วมทางเดินมั้ยวะ” นทีบ่นกับตัวเอง ไม่ได้ถามใครแต่ชมพูเผลอยิ้มกับท่าทางเซ็งๆนั้น
เสียงลำโพงจากตึกคณะดังขึ้น ชมพูแยกกับนทีโดยไม่ได้เอ่ยลา เดินไปเหมือนมีเรื่องบางอย่างค้างคาใจ
ช่วงบ่ายคาบว่าง ฝนยังคงตกพรำๆที่ม้านั่งหน้าตึก เธอเห็นนทีนั่งคนเดียวเหมือนเคย คางเกยกับแขนยาวบนโต๊ะ มองฝนตกข้างนอกอย่างไร้จุดหมาย ชมพูลังเลจะเข้าไปหรือไม่ ในที่สุดก็เลือกเดินเข้าไปใกล้ ยกหนังสือเรียนในมือขึ้นทาบแก้มทำทีว่าไม่ได้ตั้งใจ
“นายเรียนปีเดียวกับเราใช่มั้ย” เธอเริ่มบทสนทนาเองบ้าง
“อือ…แต่ลงวิชาน้อย วันๆก็ว่างแบบนี้แหละ” นทีตอบเสียงเรียบ
“ว่างแล้ว…เหงามั้ย” เธอถามเบาๆไม่มองหน้าเขา
นทีหัวเราะเบา นิ่งไป “ไม่รู้สิ…มันว่างเปล่าเฉยๆ”
คืนนั้นในห้องพัก ชมพูหยิบมือถือกดเข้ากลุ่มไลน์คณะ แอบไปดูโปรไฟล์ของนที เจอแต่รูปวิวหม่นๆกับคำคมแปลกๆ อ่านแล้วเหมือนหวาดระแวงอะไรบางอย่าง เธอกดไลค์รูปหนึ่งแต่ไม่กล้าแชทส่วนตัว นอนไม่หลับเพราะคิดวนไปมา
หลายสัปดาห์ผ่านไป ฤดูฝนก็ยังคงดำเนิน เธอเจอนทีเกือบทุกวันที่ใต้ต้นก้ามปู ไม่ได้ตั้งใจรอแต่เหมือนต่างคนต่างคุ้นเคย เขามักเงียบ เธอมักพูดมากกว่า บางทีก็ไม่มีอะไรก็แค่นั่งฟังฝนกันสองคน
“ถ้าวันหนึ่งฝนหยุดตก…นายจะยังกลับมายืนตรงนี้มั้ย” ชมพูถามเสียงเบา
นทีหลบสายตาเดินวนรอบๆรองเท้า “ไม่รู้…อาจจะไม่ก็ได้”
“เรา…ชอบฤดูฝนแบบนี้ รู้สึกเหมือนได้ซ่อนอะไรไว้”
นทีนิ่งไป หยิบเปลือกเมล็ดก้ามปูที่ตกพื้นขึ้นมาหักเล่น “อยากซ่อนอะไรเหรอ”
ชมพูยิ้ม แต่ไม่ตอบ
กลางเทอม ฝนซา ความร้อนเข้ามาแทน เธอกับนทีไม่ค่อยเจอกันอีกต่างคนต่างยุ่ง นทีก็ไม่เคยมาทักไลน์ ชมพูรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปแต่ไม่กล้ายอมรับกับตัวเอง
ค่ำหนึ่งที่ห้องสมุด เธอบังเอิญเจอนทีหลับฟุบกับโต๊ะมีชีทเรียนกองสูงข้างๆ แว่นตาถูกวางไว้บนหนังสือ ชมพูนิ่งมองเขาพักใหญ่ก่อนกล้าติดกระดาษโน้ตเล็กๆไว้ที่ข้างหนังสือ เขียนแค่ว่า “สู้ๆกับชีทนะ” ไม่กล้าลงชื่อ
สอบปลายภาคใกล้เข้ามา ทุกคนดูเครียด ชมพูตัดสินใจทักแชทไปหานทีด้วยไอดีจริง เขาตอบกลับแค่สั้นๆ ดูเหมือนตัดขาด เธอเจอเขาที่คณะอีกครั้งในวันฝนพรำ นทียืนกางร่มเดี่ยวหน้าอาคาร ดูเหมือนเศร้าหนักกว่าทุกครั้ง
“นายโอเคไหม” เธอถามพยายามกล้ายืนใกล้กว่าเดิม
“ไม่รู้เหมือนกัน…บางทีก็อยากหายไป”
ชมพูอึ้ง ไม่ได้พูดอะไรต่อ รู้สึกถึงอะไรบางอย่างในเสียงนที
ช่วงท้ายฝนปีนั้น ชมพูเห็นนทีปรึกษาอาจารย์เรื่องดร็อปวิชา เธอตกใจ หลายวันไม่เจอเขาเลย ในกลุ่มไลน์เริ่มพูดถึงเขาว่าอาจจะลาออก นทีหายไปจนเธอเริ่มรู้สึกโหวงเพราะไม่ได้บอกลา เธอกล้าแอบไปนั่งม้านั่งก้ามปูแทน เวลาฝนตกกวาดสายตาหาร่มที่ไม่มีเจ้าของอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
กลายเป็นว่าทุกเช้าชมพูมารอ เธอเอาหนังสือมานั่งทบทวนและแอบหวังว่านทีจะกลับมา แม้แสงแดดจะเข้าแทนที่ฝน หัวใจเธอก็ยังจมอยู่ตรงจุดเดิม
วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังจะลุกเดินกลับ นทีก็เดินมาแบบไม่ได้ตั้งใจ เจอกันโดยบังเอิญจริงๆ
“นาย…กลับมาแล้วเหรอ” เธอถามพลางรีบปาดผมที่เปียก
นทีหลบสายตา ดูเหมือนไม่รู้จะทักยังไง “กลับมาเก็บของ…เดี๋ยวจะไปอยู่กับแม่ต่างจังหวัด”
ความเงียบระหว่างสองคนอึดอัดเกือบสิบวินาที ชมพูเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่เสียงเธอกลืนหาย
“ขอโทษนะ…ที่วันนั้นพูดแปลกๆ” นทีทำลายความเงียบ
“ไม่ใช่ความผิดใครหรอก ถ้างั้น…โชคดีนะ” เธอพูดเสียงแผ่ว
“โชคดีเหมือนกัน” นทีตอบริมฝีปากกระตุกน้อยๆเหมือนไม่รู้จะยิ้มไหม
หลังจากนั้นชมพูใช้เวลาหลายอาทิตย์กว่าจะแค่ยอมรับว่านทีอาจไม่กลับมา เธอใช้ชีวิตแบบเดิม เพียงแค่เวลาฝนตกหัวใจเธอเหมือนกลายเป็นโพรงเปล่าๆ
ปลายฤดูฝนต่อมา เธอเจอข้อความในกล่องข้อความไลน์จากบัญชีเก่าของนที “ยังนั่งฟังเสียงฝนอยู่มั้ย”
ชมพูนิ่งอยู่หน้าจออยู่นาน ใจกระตุกวูบ กลับไปตอบ “ยัง…แต่ปีนี้ฝนหายากกว่าเดิม”
สองเดือนต่อมาวันเปิดเรียนปีถัดไป ฝนตกหนักแต่ไม่มีคนรอใต้ก้ามปูเหมือนเมื่อก่อน จู่ๆนทีก็โผล่มาในคณะท่าทีเคอะเขิน เชิญกลุ่มเพื่อนมาถามหาชมพูตรงๆทุกคนแปลกใจ
นาทีเดินมาหาเธอ ฝ่าฝนที่ตกหนัก ใจสั่นจนเห็นได้อกชัด
“จะไปนั่งฟังเสียงฝนด้วยกันมั้ย…เราแค่…คิดถึงตรงนั้น คิดถึงเธอด้วย”
น้ำเสียงเขาสั่นงัน ชมพูยิ้มกับความกล้าของเขาที่เปลี่ยนไป
“งั้นอย่าหายไปอีกนะ…เราทำใจรอฝนตกอย่างเดียวไม่ไหวแล้ว”
ทั้งสองเดินไปที่ม้านั่งก้ามปู ฝนนั่นตกลงมาอีกครั้ง คนหนึ่งยื่นร่มอีกคนรับไว้โดยไม่ต้องพูดอะไรมากนัก ขณะนั่งฟังเสียงฝน หัวใจทั้งสองเติบโตขึ้นพร้อมๆกับฤดูใหม่ที่เริ่มต้น