ซ่อนรักกลางสายฝน
เสียงสายฝนที่ตกกระทบหน้าต่างกระจก ทำให้บทสนทนาในห้องประชุมเล็ก ๆ ของบริษัทดูเงียบเหงา ความระวังตัวและรอยยิ้มบาง ๆ ของพัทธ์ตัดกับแววตาเศร้าของโรส บทเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ไม่กล้าเอื้อมแตะ…
ของขวัญกลางสายฝน
เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องเป็นจังหวะ หญิงสาวนั่งกอดเข่ามองหยดน้ำที่ไหลลงบานหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ใจเธอกำลังว้าวุ่น และอีกฟากของเมือง…
เสียงหัวเราะในฤดูฝน
เสียงฝนโปรยปรายในวันแรกที่สองหัวใจเปิดเผยสิ่งที่กลัวและอะไรที่โหยหา...
เธออยู่ตรงนั้นเสมอ
กลางเสียงฝนโปรยปรายบนตึกสูงกลางคืน ฟ้าใสยืนมองเมืองในความเงียบ ยินเสียงก้าวเท้าของณภัทรข้างหลัง ทั้งสองไม่พูดสักคำ ปล่อยความเงียบอุ่นใจรายล้อมตัวเอง คนหนึ่งกลัวจะเสียอีกคนไป คนหนึ่งกลัวจะไม่กล้าเดินไปข้างหน้า…
จังหวะรัก…ระหว่างโน้ตเพลง
เสียงโน้ตเปียโนดังขึ้นในห้องซ้อม สะท้อนกับเงาเงียบของผู้หญิงที่ไม่เคยเปิดใจให้ใคร ในขณะเดียวกันเด็กหนุ่มผมยาวสายตาขวางก้มหน้ากดคีย์ด้วยอารมณ์ที่ปะทะหัวใจตัวเอง ทั้งคู่ต่างมองกันอย่างระแวดระวัง…
เพราะเธอคือฤดูฝน
ฤดูฝนปีสุดท้ายของชีวิตมหาวิทยาลัย...สิ่งที่มัณฑนาและทีปกรพยายามหลีกเลี่ยงกลับถาโถมเข้ามาให้ต้องเผชิญ เมื่อความฝันและความกลัวตัดกันกลางใจ ทั้งคู่ต้องถามตัวเองว่าพร้อมจะสูญเสียกันไปไหม…
ระยะห่างของใจ
ความรักค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางระยะห่างระหว่างหัวใจและความฝันที่สวนทาง สนิท อาร์ตไดเรคเตอร์จอมดื้อ กับมุก มาร์เก็ตติ้งสาวผู้แบกรับภาระครอบครัว ต้องทำงานร่วมกัน…
ฤดูฝนกลางใจ
เสียงฝนดังอยู่ด้านนอกอาคารกระจกใสขณะที่ลินาและกฤตต่างนั่งอยู่อีกฟากโต๊ะประชุม ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทที่แขวนอยู่บนปลายเส้นด้าย…
แสงอ่านใจในคืนฝนพรำ
“เธอชอบพูดเหมือนตึกมีหัวใจ” ธามพึมพำ นิชาปิดเครื่องอัดเสียงช้า ๆ “แล้วนายชอบวาดเหมือนคนไม่มี” ระหว่างชั้นหนังสือที่มีกลิ่นฝุ่นกับฝนแรกของเทอม ไม่มีใครรู้ว่าประโยคแหลมคมเหล่านั้นจะค่อย ๆ…
ป่วนรักวุ่นวาย…สายฟรีที่มหาลัย
เปิดฉากความวุ่นวายในวันรับน้อง เมื่อโอ๊ต หนุ่มสายฟรีตัวพ่อหวังเข้าชมรมเพื่อกินขนมฟรี ชวนเป้ เพื่อนรักจอมเนี๊ยบ กับครีม น้องสาวสุดเปรี้ยว วางแผนภารกิจ แต่เข้าใจผิดว่าชมรมดนตรีคือศูนย์รวมของฟรีจนความสัมพันธ์กับรุ่นพี่สุดเย็นชาต้องปั่นป่วน…