แผนซ่อมหอ…ป่วนชีวิตเพื่อน
เสียงปัง! จากหน้าต่างที่โดนลมแรงพัดกระแทกขวางห้อง ปลุกเมฆตื่นขึ้นกลางดึก เขาค่อมตัวอยู่บนฟูกขาดๆ พลางหรี่ตาไปทางเปลวไฟสลัวจากเตาสนามที่มีข้าวต้มกระป๋องแหลกกระจาย วินาทีเดียวกันนั้น ต้น เพื่อนร่วมหอ เบิกตาโพลง โผล่หัวออกมาจากกองผ้าเช็ดตัวทันที
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ข้าวต้มพังซะแล้ว! เฮ้ย! หน้าต่างหลุด!” ต้นตะโกนเสียงสั่น
เมฆลูบหัวตัวเองที่ยังง่วง ๆ “ใจเย็นน่า แค่หน้าต่างร่วง มีค้อนก็ซ่อมได้ ปัญหาเล็ก ๆ แบบนี้ ไม่ถึงกับบ้านระเบิด”
“บ้านเราเคยเกือบไหม้มาแล้ว” อิฐ เสริมด้วยเสียงนิ่งแต่แฝงแววห่วง
ไอซ์ซึ่งถูกปลุกตื่นมาโดยเสียงเถียงกัน หาวปากกว้างแล้วพูดเสียงเบา แต่ฟังดูจริงจังสุดขีด “เมื่อคืนฉันฝันว่าแม่บ้านจะมาเช็กห้อง…เดี๋ยวนะ! วันนี้เช้าตรู่แม่บ้านนัดตรวจรอยรั่วนี่!”
สี่คนปะทะกันด้วยสายตา เหมือนลางร้ายเริ่มมาเยือน “แค่ซ่อมหน้าต่างให้ได้ก่อนเช้า ใช่ไหม?” เมฆสรุปพลางยืดอก
ต้นสอดมือควานหาเทป, ไขควง กับตะปูซึ่งร่วงอยู่ใต้เตียง, “มีแต่ตะปูงอๆ นายจะยึดยังไงฟะ?”
ไอซ์กำลังระแวงสุดขีด “เอางี้! เราต้องวางแผนจัดการแค่ทีละอย่าง ใครซ่อมหน้าต่าง ใครเช็ดผนัง ใครเก็บขยะ?”
อิฐเย็นชา, ยกมือชี้ตัวเองแบบเหนื่อยๆ “ฉันถนัดเฝ้ามองพวกนายซ่อม”
เมฆดิบดี “ฉันเป็นหัวหน้าโปรเจกต์ วันนี้ฉันจะกำกับ!”
“นำทีมซ่อมห้อง ยังกับนายเป็นหัวหน้าหมวด!” ไอซ์แซว
ต้นทำหน้าจ๋อย “ขอแค่ไม่ให้เจ๊น้ำเห็นเศษข้าวต้มบนพื้นนะ ฉันขี้เกียจฟังบ่นเป็นชั่วโมง”
เมฆปัดมือ “เชื่อมือฉัน! สองชั่วโมงนี่ เสร็จแน่!” ทุกคนก้มหน้าท้อแท้พร้อมกัน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น, ข้อความจากกลุ่มไลน์หอบอกว่า “แม่บ้านจะมาตรวจเร็วเป็นพิเศษ เพราะเมื่อคืนเกิดข่าวคนห้องข้างทิ้งกระถางดอกไม้ลงข้างล่าง”
ต้นมองไปที่กระถางดินเผาแตกตรงมุมห้อง “แป่ว…”
ไอซ์เริ่มลุย “มานี่ ช่วยกันเก็บเศษกระถางก่อน!”
ขณะที่ต้นกับไอซ์รวบเศษกระถางอยู่ เสียงแมวร้องดังขึ้นใต้เตียง “แอ๊ววววว!”
“เราเลี้ยงแมวตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ?” อิฐถามพลางถือเทปกาว
เมฆพึมพำ “เอ่อ…ผมคิดว่าของห้องข้าง ๆ มั้ง?”
เสียงกระดิ่งหน้าห้องดัง ทุกคนหยุดเงียบเหมือนโลกหยุดหมุน
ต้นกระซิบว่า “นั่นเสียงล็อกประตูอัตโนมัติรึเปล่า”
ไอซ์มองซ้ายขวา หน้าตาเหมือนจะร้องไห้ “ยังไม่ได้เช็ดรอยเท้าที่เดินในครัวเลย!”
เมฆเอาค้อนเคาะหน้าต่างกลับเข้าที่ พยายามทำท่าเหมือนมือโปร จับตะปูงอ “ขอแรงอิฐดันหน้าต่างให้หน่อย!”
“กดแรงเกินเดี๋ยวกระจกแตก” อิฐพูดช้าๆ เหมือนไม่รีบ
สุดท้ายแผงหน้าต่างก็ทรุดฮวบลงทุกคนผงะ เมฆปล่อยค้อนกระเด็นไปโดนจานข้าวต้มบนโต๊ะแตกเป็นเสียงดัง
“นายไม่ไล่แมวออกไปก่อนล่ะ!” ไอซ์หงุดหงิด
เมฆ “มันดูน่าสงสารนี่นา แถมใคร ๆ ก็พูดว่าแมวเป็นศิริมงคล”
ต้น “แมวในห้องนี่ ศิริมงคลจะหนีไปหมดแล้ว…”
ยิ่งวุ่นวาย เท่าไหร่เสียงหัวเราะแทรกขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนลืมความเครียดชั่วขณะ และเริ่มช่วยกันอย่างมึน ๆ
ไอซ์ลื่นไปชนปี๊บ เกิดเสียงดังข้ามตึก พักหนึ่งคนทั้งหอยืนนิ่ง…
“ผมว่า นี่ยังไม่ถึงจุดต่ำสุดนะ” เมฆพูดยิ้มๆ ทั้งที่ห้องเละเทะ
ต้นเม้มปาก “ถ้าเราเอากระถางดินเผาไปแอบในตู้เสื้อผ้า เจ๊น้ำจะไม่รู้หรอก—”
ไอซ์เบรก “ความคิดนายคือเอาซากไปซ่อนแทนซ่อมหรือ?”
อิฐหาว เหมือนไม่รู้สึกอะไร “เดี๋ยวแมวออกมากินตะปู ศิริมงคลไปแน่…”
ต้นรีบจับแมวที่คลานจะออกนอกห้อง “เดี๋ยว! ห้ามนายกินอะไรทั้งนั้น!”
เมฆตบหลังไอซ์ “นายลองเอาเทปพันตะปูแทนดิ!”
ไอซ์ทำตามแบบไม่เต็มใจ ผลคือตะปูสีเงินๆ ติดอยู่บนกาวใหญ่เทอะทะ เมฆจะตอกหน้าต่างก็พังไปอีกรอบ คราวนี้เสียงดังมากกว่าปกติ
เสียงเคาะประตูอึกทึก ทุกคนชะงัก ใจเต้นรัว
“ฉันว่าต้องมีใครมาที่ไม่ใช่แม่บ้านแน่ ๆ…” ต้นพึมพำ
ประตูเปิดออก เจ๊น้ำตัวจริงโผล่หัวมาก่อน “นี่พวกเธอป่วนอะไรแต่เช้าหรือจะโดนหักคะแนน?”
ทั้งสี่คนโค้งหัวขอโทษ ต่างคนต่างยิ้มแห้ง ๆ เจ๊น้ำจ้องแมวสลับกับกองข้าวต้มบนพื้น
“แมวใคร? ถ้าของห้องนี้ จะโดนปรับสามร้อย!”
เมฆผลักต้นออกหน้า “ของห้องข้าง ๆ ครับ มันหลงมาเอง”
เจ๊น้ำไม่ว่าอะไร แต่เดินตรวจห้องหัวจรดเท้า “ก็ยังพอดูได้ แต่หน้าต่างนั่นแหละ พังหนักเลยนะ!”
อิฐยักไหล่ “เรากำลังแก้ไข แต่อาจใช้เวลานานหน่อยครับ…”
จู่ ๆ แมวก็วิ่งไปข่วนขาเจ๊น้ำดัง ปึก! ทำให้เจ๊น้ำสะดุ้งหันขวับ
ทุกคนเงียบสนิทก่อนต้นจะพูดแก้ต่างเสียงเบาว่า “มันเป็นแมวยูนิคอร์นครับ…นำโชค…”
เจ๊น้ำมองแบบหัวจะปวด “โชคดี เอาแมวไปคืนห้องข้าง ๆ… ถ้าไม่เสร็จขอให้ทุกคนไปสมัครงานซ่อมห้องแทน”
เสียงบ่นของเจ๊น้ำค่อย ๆ เลือนหายขณะออกจากห้อง ทุกคนระบายลมหายใจยาวรอด
“เอาน่า อย่างน้อยเรายังไม่ถูกไล่ออก…” เมฆพูดคลายเครียด
ไอซ์เดินไปหยิบแมวส่งให้ต้น “คราวหน้าถ้าเห็นแมวแถวนี้ไม่ต้องใจดีมากก็ได้”
ต้นกอดแมว “นายแน่ใจนะว่าคนห้องข้าง ๆ ยินดีรับแมวคืน?”
“ไม่รู้ แต่ต้องลองก่อน” เมฆเริ่มเดินนำหน้า
อิฐเก็บลูกตะปูที่เหลือเงียบ ๆ “ถ้าวันหนึ่งนายเป็นแมว…นายจะอยากกลับห้องมั้ย?”
ทั้งกลุ่มเงียบแล้วหัวเราะพรืดพร้อมกัน ก่อนจะช่วยกันยกหน้าต่างไปวางหลังตู้ แบบไม่กล้าซ่อมต่ออย่างสิ้นหวัง แต่ก็อมยิ้มกับความซวยและวุ่นวายที่ผ่านไปด้วยกัน
ขณะนั้นแมวหลงเดินกลับมานั่งบนกองฟูกหน้าห้อง พร้อมเสียงไอซ์ “มันกลับมาอีกแล้ว…”
“ผูกพันแล้วล่ะมั้ง” ต้นพูดแบบภูมิใจ
เมฆหัวเราะ “อย่างน้อยคืนนี้เรามีแมวเป็นเพื่อนห้อง ซ่อมหอก็ชมรมแมวไปละกัน!”
ทุกคนยิ้ม มีความสุข เศษซากกระถางแตกและหน้าต่างยังไม่ได้ซ่อม แต่ในใจอบอุ่นกว่าทุกคืน
เสียงหัวเราะ สลับกับเสียงแมว เอ๊ง…เอ๊ง… ทิ้งท้ายค่ำคืนแห่งความวุ่นวายแต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ