เทศกาลคำโกหกของพอร์ช
เสียงแตรรถ ประชาสัมพันธ์ และเสียงหัวเราะผสมกันเป็นซิมโฟนีของวันเปิดเทอมที่มหาวิทยาลัยนนทิรัตน์ ศูนย์กิจกรรมหน้าตึก A เสียงผู้ประกาศประกาศให้ทุกคนรวมตัวเพื่อชมการแสดงเปิดงาน แต่ที่กลางสนามกลับมีเหตุการณ์เล็กๆ ที่ทำให้วันนั้นกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครลืมได้ง่ายๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!‘พอร์ช!’
‘อะไรอีกแล้วบูม…’ พอร์ชิตตอบกลับในขณะที่มือซ้ายถือแก้วน้ำมะพร้าว มือขวาพยายามยกเสื้อให้แห้งหลังจากเพิ่งถูกคนแถวนั้นเหยียบให้เปียกเมื่อตะคริวรั่วเกิดขึ้นบนทางเดิน
บูมเพื่อนซี้ของเขาจ้องมองด้วยสายตาที่ผสมระหว่างห่วงใยและความบันเทิง “แกไม่คิดจะใส่รองเท้าคู่ที่พอดีบ้างเหรอ?”
‘ถ้าได้ใส่รองเท้าที่พอดี ฉันคงไม่ต้องเดินแบบคนรีบไล่หนูแล้วล่ะ’ พอร์ชิตกลับมุขด้วยท่าทีนิ่งๆ แต่ในใจสั่นระริก เมื่อสายตาเขาไปเห็นมีนาสวมเสื้อลายสวยยืนอยู่กับกลุ่มนักกิจกรรม
มีนาหันมายิ้ม ‘พอร์ชิต! มานี่เร็วๆ เราต้องใช้คนพยุงป้าย’
พอร์ชิตใจเต้นพลางยิ้มตอบ ‘ฉันมาเลย…’ ก่อนจะเดินไปอย่างรีบร้อน แต่ฝีเท้าที่ไม่ประสานกับพื้นทำให้แก้วน้ำมะพร้าวที่ถือไว้พลิกคว่ำ น้ำกระฉอกตรงไปยังชุดสูทสีเข้มของผู้ชายกลางฝูงชน ผู้ชายคนนั้นคือคณบดีคณะกรรมการกิจกรรมแห่งมหาวิทยาลัย
เวลาหยุดชะงักพอๆ กับเสียงน้ำหยดลงบนพื้น
‘โอ้ ไม่—ขอโทษครับ!’ เสียงของพอร์ชิตฉายออกมาในความเงียบ ก่อนที่ทุกคนจะตะโกนพร้อมกัน
‘เก็บผ้าเช็ด!’
‘นำชุดสำรองมา!’
ความพยายามทั้งหมดดูเหมือนจะทำให้สถานการณ์แย่ลงเพราะผ้าเช็ดเป็นผ้าขนหนูขนาดจิ๋ว และผู้ช่วยคณบดีดันหายไปในเวลาสำหรับปาฏิหาริย์ แต่ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือความวุ่นวาย
‘ชาร์ตโทรศัพท์ขึ้นก่อน ใครมีรูปสวยๆ เก็บไว้ก่อนเลย’
‘ภาพอาจารย์ถูกอุ้ม!’ คนหนึ่งหัวเราะกล้าสุดๆ จนใครบางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อถ่ายรูป
พอร์ชิตคิดว่าเหตุการณ์คงจะจบ แค่โดนดุ แค่ต้องหาชุดผ้าเช็ดให้คณบดี แค่… แต่พอดีช่างภาพของหนังสือพิมพ์ฝึกหัดชื่อ ‘นิสิตนิวส์’ ไม่ได้เห็นเหตุการณ์เช่นคนอื่น เขาเห็นท่าทางของพอร์ชิตที่พยายามพยุงคณบดีจนแทบล้มตัวเอง เป็นภาพสโลโมชั่นที่เล่าเรื่องว่าพอร์ชิตเป็นฮีโร่
ภาพนั้นถูกส่งต่อทันที เร็วเหมือนไฟลามทุ่ง
‘คนนี้ใช่ไหม ผู้ชายที่ช่วยคณบดี?’ บูมกระซิบหลังจากที่เห็นโพสต์
‘เออ…มั้ง’ พอร์ชิตตอบเสียงแหบ ‘ฉันช่วยจริงๆ นะ’
แต่มีนาอุทานด้วยตาเป็นประกาย ‘ว้าว! พอร์ชิต! ฉันอ่านเจอในกลุ่มชมรมว่านายเป็นคนที่นำทีมงานกิจกรรมการกุศลของคณะด้วยเหรอ?’
พอร์ชิตวางขาที่ไม่มั่นคงลงกับพื้น ลมหายใจติดขัด ‘เอ่อ…ไม่หรอก ฉันแค่…’
เสียงเพลงประกาศดังขึ้นปิดจังหวะคำพูดของเขา มีนาหัวเราะเบาๆ ‘โอ้ ไม่เป็นไรหรอก ถ้างั้นนายก็เข้ากลุ่มเราสิจ๊ะ พวกเราจะจัดงานการกุศลสัปดาห์หน้า’
บูมหันมามองหน้าเพื่อนอย่างคาดคั้น ‘แล้วแกไม่บอกความจริงกับมีนาเหรอพอร์ช?’
พอร์ชิตแกล้งยิ้ม ‘บอกแล้วแตกตื่นสิ งานนี้ฉันจะไม่ทำให้มีนาอายหรอก’
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการโกหกเล็กๆ ที่จะบานปลาย
วันรุ่งขึ้น ชื่อพอร์ชิตกลายเป็นหัวข้อในกลุ่มนักกิจกรรม ผู้คนแห่กันมาชวนเขาเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมงาน ทั้งที่เขาไม่ได้สมัครอะไร บางคนขอคำปรึกษาการบริจาค บางคนอยากเห็นแผนงาน
‘นายนี่โชคดีจริง ๆ’ บูมพูดพร้อมกดไลก์โพสต์ของเพื่อน
‘โชคดีหรือว่า… โชคร้าย?’ พอร์ชิตถอนหายใจ ‘ฉันไม่เคยจัดงานใหญ่ขนาดนี้เลยนะบูม’
‘ก็เป็นโอกาสไง ได้อยู่ใกล้มีนา ได้ทำบุญด้วย’ บูมโพล่งอย่างตรงไปตรงมา ‘และยังได้เรียนรู้วิธีหลีกเลี่ยงน้ำมะพร้าวด้วย’
พอร์ชิตหัวเราะบีบคั้น แต่อีกด้านในเขารู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดกำลังจะพัง ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง
‘ทำไมไม่บอกความจริงไปล่ะ?’ มีนาเบือนหน้ามองเขาอย่างจริงใจ ‘ใครบอกนายว่าเราต้องการหัวหน้าที่มีประสบการณ์ล่ะ เราอยากได้คนที่ตั้งใจจริง ใครจะเชื่อว่าการตั้งใจของนายไม่ได้ขึ้นกับประสบการณ์’
คำพูดของมีนาเหมือนน้ำเย็นสาดเข้าใส่พอร์ชิต ทั้งอบอุ่น ทั้งกดดัน
‘ฉันตั้งใจจริง’ พอร์ชิตตอบทันที ก่อนที่จะคิดให้ดีกว่า
จากนั้นเขาจึงยืมคาถาที่บูมนำเสนอ: แกล้งเป็นคนรู้ทุกอย่างจนคนอื่นหันมาช่วย
‘งานนี้เราต้องเริ่มจากการหาสถานที่กับกลยุทธ์การตลาด’ พอร์ชิตประกาศต่อที่ประชุมผู้อาสาสมัครที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เสียงเฮดังเป็นเช็คบิลของความเชื่อใจ
‘นายแน่ใจใช่ไหมว่านายทำได้?’ มีนาเบิกตากว้าง
‘แน่นอน!’ พอร์ชิตตอบอย่างมั่นใจ แต่ใครจะรู้ว่าใครกันแน่ที่กำลังหัวเราะอยู่หลังหน้ากากความมั่นใจนั้น
การเตรียมงานเริ่มขึ้นอย่างหนักหน่วง แต่ความไม่รู้จริงของพอร์ชิตทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดตั้งแต่ต้น เช่นการเลือกศิลปินรับเชิญที่เป็นวงโนเนมที่ไม่สะท้อนเป้าหมายการกุศล หรือการคำนวณงบประมาณที่พลาดจนต้องยืมเงินจากบูมเพื่อซื้อแสงสี แต่ก็มีช็อตฮาเกิดขึ้นเสมอ
‘นี่คือแผนงานที่ฉันวาด’ พอร์ชิตยื่นกระดาษให้กับอาจารย์สราญที่มาประชุมแบบแอบเฝ้าดู
อาจารย์สราญมองแผนงานราวกับกำลังอ่านเมนูอาหารใหม่ ‘นายวางโต๊ะเลี้ยงอาหารที่ไหน’
‘ริมบ่อน้ำครับ มันจะได้บรรยากาศ’ พอร์ชิตตอบ
‘เราอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีบ่อน้ำนะ’ อาจารย์สราญแย้ง
คำตอบของพอร์ชิตคือการหัวเราะในลำคอ ‘อ๋อ งั้นผมจะหาถังน้ำ…’
เสียงหัวเราะในห้องประชุมทำให้บรรยากาศผ่อนคลายและคนเริ่มเข้าใจความจริง: พอร์ชิตอาจจะไม่ใช่หัวหน้าที่สมบูรณ์แบบ แต่เขามีความคิดสร้างสรรค์และใจสู้
กลางทางการเตรียมงานนั้น เกิดเหตุการณ์ชวนหัวเราะที่ทำให้ความเข้าใจผิดยิ่งวุ่นขึ้น เมื่อจูโน่ นักกิจกรรมรุ่นพี่และคู่แข่งที่มีบุคลิกเท่แต่เย็นชา โผล่ขึ้นมาพร้อมกับแผ่นป้าย ‘สนับสนุนโดยจูโน่—เพื่อนนักกิจกรรม’
‘อะไรกันนี่?’ มีนาหันมามอง ‘จูโน่ไม่ได้มีความตั้งใจดีแบบนี้หรอกนะ เขาแบบ… ทำทุกอย่างให้มันสมบูรณ์แบบจนดูเหมือนไม่มีหัวใจ’
พอร์ชิตพยายามยิ้ม ‘ไม่ต้องห่วง เขาช่วยด้านเทคนิค เราก็รับไว้’
บูมกระซิบ ‘ระวังไว้เถอะ จูโน่อาจจะเรียกร้องเครดิต’
โฆษณาที่คาดไม่ถึงเริ่มทำงานเมื่อจูโน่เอาแผงไฟส่องสว่างมาจัดวางให้ มันสวยงามจนใครก็ต้องสะดุดตา แต่ตลกร้ายคือมูลค่าของแผงไฟถูกคิดผิดเพราะแบตกำลังจะหมดในคืนเดียว
‘แผงไฟสวยมาก’ มีนาชื่นชม
‘สวยจนต้องมีระบบสำรองไฟแน่นอน’ พอร์ชิตพยายามหาวิธีปกปิดความไม่รู้ของเขาเอง
และแล้วมาถึงวันก่อนงาน—สัปดาห์ที่เรื่องโกหกบานปลายทุกอย่างเริ่มแสดงให้เห็นผลลัพธ์
อาสาสมัครหลายคนทำงานหนัก ตกแต่งเวที ซ้อมการแสดง ขณะเดียวกันประชาสัมพันธ์ที่พอร์ชิตจัดทำก็เผยแพร่ข่าวลือเรื่องผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่ไม่มีตัวตน
‘นายคุยกับผู้สนับสนุนคนนั้นจริงๆ เหรอ?’ บูมถามอย่างตึงเครียด
‘เอ่อ…ก็พอคุยได้นิดหน่อย’ พอร์ชิตตอบแบบคนกำลังเดินล่วงหน้าโดยไม่มีมองทาง
‘พอร์ช! นายจำเป็นต้องบอกพวกเขา’ มีนาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ‘ฉันเชื่อว่านายไม่อยากให้ใครต้องลำบากเพราะเรื่องนี้’
พอร์ชิตรู้สึกว่าสมดุลระหว่างความรักกับความรับผิดชอบกำลังสั่นคลอน เขานอนทั้งคืนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเมื่อคิดถึงรายการที่จะต้องออกอากาศ การเปิดตัวที่ต้องใช้การแสดงสด และเงินที่ยังขาดอีกจำนวนมาก
คืนก่อนงาน บูมลากเขาไปที่ริมสนามหญ้าเพื่อคิดแผนฉุกเฉิน
‘เราต้องมีแผนสำรอง’ บูมพูดด้วยสีหน้าจริงจังที่ทำให้พอร์ชิตรู้สึกว่าถึงเวลาต้องโตแล้ว
‘แผนสำรองคือ…บอกความจริง?’ พอร์ชิตถามเสียงกล้า
บูมหัวเราะเบาๆ ‘ถ้านายกล้าพอ นั่นคือแผนที่ดีที่สุด แต่ถ้านายยังกลัว ฉันก็มีแผน B—เราอาจจะจัดเวิร์กช็อปเล็กๆ ให้คนเรียนรู้วิธีทำกิจกรรมที่ยั่งยืน แล้วขอรับบริจาคจริงๆ จากคนในมหาวิทยาลัย’
‘แล้วถ้าผู้สนับสนุนแสดงตัว?’
บูมยักไหล่ ‘ก็จำเป็นต้องบอกความจริงอยู่ดี แต่ยังไงเราก็ต้องทำให้มีคุณค่าในวันจริง’
วันงานมาถึง ท้องฟ้าสดใส และผู้คนเริ่มทยอยเข้ามา พอร์ชิตยืนอยู่หลังเวที ใจเต้นรัวเขาเห็นมีนายืนยิ้มให้กับอาสาสมัครทุกคน เห็นบูมจัดการสถานการณ์ด้วยความเฉียบคม และเห็นจูโน่ที่ยังคงหล่อเหลาแต่พยายามช่วยอย่างไม่เด่น
เสียงเปิดรายการดังขึ้น และพอร์ชิตต้องขึ้นเวทีไปพูดเปิดงาน
‘สวัสดีครับทุกคน ขอต้อนรับสู่เทศกาล…’ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดแต่มือสั่น
‘นายทำได้พอร์ช ฉันเชื่อ’ สายตาของมีนาทำให้เขารู้สึกกล้าขึ้นเล็กน้อย
‘ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ เรามาร่วมกันทำให้คืนวันนี้มีความหมาย’ พอร์ชิตพูดต่อ แต่กลางคำพูดของเขา เสียงจากด้านหลังเวทีร้องเรียกว่า ‘ไฟดับ!’
แสงสว่างทั้งหมดดับลงชั่วขณะ คนในงานหวีดร้องแต่ไม่ได้หวีดแบบตกใจเท่านั้น มันเป็นการเฮฮาของฝูงชนที่คาดไม่ถึง
‘เกิดอะไรขึ้น!’ จูโน่กระโดดลงไปตรวจอุปกรณ์
บูมกระซิบเบาๆ ‘แบตหมดจริงๆ ตามที่ฉันคิด’
พอร์ชิตรู้ว่าเป็นเวลาแห่งการตัดสินใจ ‘เราต้องหาไฟฉาย ขณะที่ผมพูด—ทุกคนช่วยกันหาได้ไหม?’ เขาพูดออกไมค์ด้วยหัวใจที่เต้นแรง
คนในงานต่างมีความตั้งใจแบบไม่รู้ตัว ทุกคนส่งมือเก็บแสงจากมือถือและไฟฉายขนาดเล็กขึ้นมา บรรยากาศกลายเป็นโคมไฟล้านดวงกลางสนาม
มีนามองหน้าเขาแล้วยิ้มกว้าง ‘นี่แหละความหมายของงาน’ เธอกระซิบ
พอร์ชิตหัวเราะเบาๆ กับความไม่สมบูรณ์แบบที่กลายเป็นความงดงาม
ช่วงกิจกรรมก้าวไปข้างหน้าอย่างน่าประหลาด ตลกเกิดจากความพยายามของคนทุกคน เช่น เวอร์ชั่นทรมานของวงดนตรีรับเชิญที่ไม่เคยเจอกับอุปกรณ์จริงจนต้องตั้งวงด้วยเครื่องดนตรีโฮมเมด หรือการประมูลของที่ผู้คนเสนอของประหลาดจนทุกคนหัวเราะเสียงดัง
‘นี่คือรองเท้าใส่ครั้งเดียวตอนวิ่งมาราธอนในฝัน’ ชายคนหนึ่งตะโกนประมูล
เสียงหัวเราะและการประมูลสร้างเงินที่เกินคาด พอร์ชิตเห็นยอดบริจาคเพิ่มขึ้นจากการขายความเรียลและความจริงใจของคนในงาน
แต่ความสุขนี้อยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้จัดการฝ่ายการเงินแจ้งมาว่ามีบิลค้างชำระของแผงไฟที่จูโน่นำมา และคนที่ถูกตั้งชื่อเป็นผู้สนับสนุนหลักรู้สึกไม่พอใจเพราะไม่ได้รับการติดต่อจริง
‘นั่นแหละปัญหา’ บูมพูดเสียงหนัก ‘เรากำลังจะโดนฟ้อง’
จูโน่หน้าตึงขึ้นเล็กน้อย ‘นายเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้นะพอร์ชิต’
พอร์ชิตรู้สึกว่โลกเริ่มหมุนเร็วขึ้น แต่เขาไม่อยากให้คืนนี้พังเพราะเรื่องเงิน เขาจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน—พูดความจริง
เขาขึ้นเวทีอีกครั้ง คราวนี้หน้าเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจแทนความกลัว
‘ผมมีเรื่องต้องสารภาพ’ เขาพูดเสียงนิ่ง แต่ทั้งสนามเงียบลงอย่างพร้อมเพรียง
‘ผมไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมงานจริงๆ ผมแค่… ผมอยากเป็นคนที่มีค่าในสายตาใครบางคน ผมกลัวจะเสียเธอไปถ้าเธอรู้ว่าผมไม่ใช่แบบที่ผมแกล้งทำ’
เสียงซุบซิบในหมู่คน น้ำเสียงของเขาไม่ใช่การขอโทษแบบฉาบฉวย แต่มันคือการสารภาพที่มาจากแก่น
‘แต่เมื่อคืน ผมเห็นทุกคนช่วยกัน ผมเห็นความตั้งใจและความจริงใจของพวกคุณ ผมอยากให้คนที่มาในคืนนี้ได้มากกว่าแค่งานที่สวยงาม ผมอยากให้มันมีความหมาย’ พอร์ชิตพูดต่อ
มีนามองมาที่เขา ลมหายใจของเธอช้าลง ‘พอร์ชิต…’
‘ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง’ พอร์ชิตกล่าวด้วยเสียงหนักหน่วง ‘และผมขอเรียกทุกคนมาช่วยกันแก้ปัญหานี้จริงๆ ถ้าใครพร้อมจะช่วย ผมจะไปคุยกับผู้สนับสนุนกับบูม ไปเคลียร์กับผู้จัดการฝ่ายการเงิน รับผิดชอบทุกสิ่ง’
ความเงียบเปลี่ยนเป็นคำพูด คำพูดเป็นการช่วยเหลือ และการช่วยเหลือก็คือการก้าวต่อ
จูโน่เดินขึ้นเวทีและจับมือพอร์ชิตอย่างไม่คาดคิด ‘ฉันไม่ชอบคนที่โกหก แต่ฉันชอบคนที่ยอมรับผิด ผมช่วยจ่ายค่าบางส่วนก่อน แล้วเรามาคิดแผนชำระที่ดีด้วยกัน’
บูมหัวเราะน้ำตาไหล ‘แกทำได้จริงๆ นะพอร์ช’
มีนาเดินมาหาเขาแทบจะทันที ‘ฉันภูมิใจในตัวนาย’ เธอกระซิบ ก่อนจะส่งมือให้พอร์ชิตจับอย่างแนบแน่น
หลังงานจบ คนในมหาวิทยาลัยพูดถึงงานเทศกาลนี้เป็นเดือน ไม่ใช่เพราะความสมบูรณ์แบบ แต่เพราะความจริงใจ พอร์ชิตและทีมงานต้องทำการชำระหนี้บางส่วน ผ่านการระดมทุนที่จริงจัง การเปิดบูธสอนการทำงานอาสา และการขอความช่วยเหลือจากองค์กรภายนอกอย่างซื่อตรง
การเดินทางของพอร์ชิตยังไม่จบ แต่เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เขารู้ว่าเมื่อต้องเผชิญปัญหา การยอมรับผิดและการขอความช่วยเหลือคือพลังที่แท้จริง
เวลาผ่านไปสองเทอม พอร์ชิตเริ่มเป็นอาสาสมัครประจำ มีนาช่วยเขาจัดหลักสูตรการฝึกงานที่สอนให้นิสิตรู้จักการจัดการด้านการเงินและการสื่อสารแบบโปร่งใส บูมเปิดเพจใหม่สอนการเป็นเพื่อนที่เข้าใจ และจูโน่กลายเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิคประจำคณะ
วันหนึ่งขณะนั่งที่มุมคาเฟ่ในมหาวิทยาลัย มีนาเอ่ยขึ้น ‘นายคิดไหมว่าเรื่องทั้งหมดเกิดเพราะความพยายามเอาชนะใจคนคนหนึ่ง?’
พอร์ชิตจิบกาแฟ ‘อาจจะใช่ แต่ฉันได้เรียนรู้ว่าการเอาชนะใจคนไม่ได้มาจากการแกล้งเก่ง แต่จากการเป็นคนที่สามารถพาใครสักคนไปด้วยกันได้’
มีนาหัวเราะ ‘เพราะงั้นนายไม่ต้องกลัวอีกแล้วใช่ไหม?’
พอร์ชิตมองหน้าเธอด้วยความจริงใจ ‘ฉันยังกลัวอยู่ แต่ฉันเรียนรู้ที่จะไม่ให้ความกลัวเป็นเหตุผลให้ฉันทำร้ายคนอื่นอีก’
บูมยกนิ้วโป้งให้ ‘โอเค นี่คือคำพูดของคนสำเร็จการทดลองชีวิตมหาลัยแล้ว’
และภาพสุดท้ายเป็นภาพที่อบอุ่น: พอร์ชิต หมีนา บูม และจูโน่ ยืนอยู่หน้าป้ายที่เขียนว่า ‘เทศกาลความจริงและการให้’ ทุกคนมองกล้องด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่แค่ความสุขชั่วคราว แต่เป็นความภูมิใจในสิ่งที่ได้สร้างร่วมกัน
พอร์ชิตเรียนรู้ว่าเรื่องตลกที่สุดบางครั้งมาจากความตั้งใจดีที่หลงทิศทาง แต่การเรียนรู้ การยอมรับ และการรับผิดชอบต่างหากที่ทำให้ชีวิตมีรสชาติ
เสียงหัวเราะในวันนั้นยังคงดังก้องในความทรงจำ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของการปกปิด แต่เป็นเสียงหัวเราะของคนที่รู้จักกัน และพร้อมจะก้าวไปด้วยกัน
ตอนจบไม่ได้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีเพียงค่ำคืนธรรมดาที่พอร์ชิตกับเพื่อนๆ แยกย้ายกลับบ้าน โดยมีความรู้สึกว่าโลกไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่พวกเขามีกันและกัน และนั่นก็เพียงพอ
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: คอมเมดี้, มหาวิทยาลัย, เพื่อนซี้, โรแมนติก, การเติบโต