ชมรม(บ้าพลัง)ปั้นหม้อ
เสียงกริ่งโรงเรียนดังลั่น และในห้องศิลปะสุดคับแคบ เด็กหนุ่มร่างสูงผมตั้งชี้ฟูชื่อ ‘ภูเก็ต’ ยืนตะเบ็งเสียง ปลุกขวัญเพื่อนแค่สองคนที่นั่งกอดสมุดอยู่หน้าชั้น “เอาแหละ! วันนี้คือจุดเริ่มต้นของอาณาจักรศิลป์ปั้นหม้อ ระดับตำนาน!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เพื่อนซี้ของเขาคือ ‘พลอย’ สาวหน้าแว่นที่พูดน้อยแต่วิตกมาก ฟังแล้วขมวดคิ้ว “อาณาจักร? คือพวกเรามีสองคนเอง…เธอแน่ใจนะว่าปั้นหม้อมันฮิตอะ”
ภูเก็ตยิ้มแฉ่งแบบมั่นใจล้น “ต้องเริ่มจากศรัทธา พลอย โลกนี้เพียงพลังศรัทธาก็สร้างทุกอย่างได้! แล้วแค่เราโชว์ปั้นหม้อเท่ๆ หน้าโรงเรียน…เลือดศิลปินจะไหลมาเทมา!”
พลอยถอนหายใจ ปากกาควงบนมือเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง “แต่เรายังไม่เคยปั้นหม้อเลยนะภูเก็ต—”
ภูเก็ตแทรก “ไม่เป็นไร! คู่มือก็มีในยูทูป” แล้วควักมือถือเปิดคลิปปั้นหม้อสุดเท่ชายต่างชาติ “เห็นไหม เอาง่ายจะตาย!” พลอยมองคลิปแต่ณ จุดนี้ เธอเชื่อเพื่อนไปครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งเริ่มจินตนาการภาพดินเปรอะเต็มห้อง
เสียงรองเท้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองดังแกรก ภูเก็ตรีบหุบมือถือ พลอยลนลานซ่อนกับดินปั้น ถุงดินโดนกระแทกหล่นพื้น ฝุ่นฟุ้งขึ้นจนแม่บ้านแถวนั้นคิดว่ามีโรคระบาด
ครูเอกชัยฝ่ายปกครองวัยกลางคน หน้ายิ้มแต่สายตาอ่านยาก โผล่หน้าเข้ามา “นี่พวกเธอ…ก่อมลพิษอะไรอีกเหรอ?”
ภูเก็ตรีบยกมือไหว้ “คือ…เรากำลังสร้างงานศิลปะยิ่งใหญ่ครับ! ชมรมปั้นหม้อของโรงเรียน—”
ครูเอกชัยหัวเราะเบาๆ “เพิ่งเคยได้ยิน ตั้งแต่สอนมาไม่เคยเห็นหม้อบิน…เอ้ย หม้อปั้นจะเปลี่ยนชีวิตใคร”
พลอยพูดเสียงเบา “จริงๆ เราแค่…อยากลองดูค่ะ”
ครูสะบัดมือ “เอาล่ะ ขอห้องให้สะอาดด้วยนะ อย่าให้มีอะไรเหม็นเบื่อเหมือนตอนชมรมกลองชุดที่แล้ว”
ภูเก็ตตบหลังเพื่อนเบาๆ “เห็นมะ…อนาคตสดใสรออยู่” พลอยถอนใจ “ฉันรู้สึกไม่ดีตั้งแต่ดินเปื้อนโต๊ะครั้งแรกแล้ว…”
หลังเคลียร์ห้องจนเรียบร้อย ทั้งสองจัดโต๊ะ เตรียมดิน แม้แต่การเทน้ำลงถังพลอยก็ระวังอย่างกับถือไดนาไมต์
ภูเก็ตเริ่มบรรเลงนวดดิน ท่าทางแข็งขืน “อื้ม…ดูเหมือนในคลิปเป๊ะ” แต่ดินกลับติดมือแล้วหล่นกระจายพื้น พลอยรีบเก็บ “คุณพระ! มันกลายเป็นซาลาเปาเละแทนหม้อ…”
ภูเก็ตหัวเราะ “นี่แค่เริ่มต้น อยู่ที่ใจ!”
พลอยแย้ม “อยู่ที่ใจแต่โต๊ะเปื้อนนะเพื่อน”
เสียงพึมพำของสองคนบวกเสียงเคาะดินเป็นจังหวะ จนเพื่อนอีกคนแวะมาเห็น เลิกคิ้ว “นายกำลังทำ…กะละมัง?”
ภูเก็ตยืดอก “ชั้นกำลังสร้างมาสเตอร์พีซ แค่…เริ่มต้นผิดนิดหน่อย”
พลอยก้มดูดินในมือ “ฉันว่า เธอหยิบทรายใส่มากไปอะภูเก็ต”
ภูเก็ตขำ “เอาน่า! พรุ่งนี้ ‘ชมรม’ จะต้องโด่งดัง!”
คืนนั้นพลอยฝันว่าดินปั้นกลายเป็นสัตว์ประหลาด ไล่กินโต๊ะเรียน ทั้งโรงเรียนติดข่าวว่า ‘หม้อปั้นบุกโรงเรียน’ ตื่นเช้ามาเลยเดินตัวลีบไปโรงเรียนอย่างกับจะขึ้นศาล
แต่ภูเก็ตกลับเดินอย่างองอาจ ถือผลงาน (ซึ่งคือก้อนดินมีรู) แจ้งครูเอกชัยอย่างภาคภูมิ “ดูนี่สิครับ! ผลงานแรกของชมรมเรา!”
ครูมองแล้วขมวดคิ้วเหมือนเจอเค้กไหม้ “นี่มัน…หม้อ?”
ภูเก็ตอธิบายยาว “นี่คือหม้อสื่อความคิดสร้างสรรค์…สื่อถึงชีวิต…สื่อถึง…เอ่อ ความขยัน”
ครูยิ้มบาง “เดี๋ยวมีประกาศรับสมัครชมรมสัปดาห์หน้า สนใจเปิดบูธไหม?”
ภูเก็ตตาโต “แน่นอนครับ! เดี๋ยวจัดโชว์ใหญ่ พาสชันเต็มร้อย!”
พลอยถูกลากไปวางแผนจัดบูธแบบไม่ทันตั้งตัว “เราเอาอะไรไปโชว์…ก้อนดิน? หรือความหวังดี?”
ช่วงบ่ายวันสมัครชมรม นักเรียนเดินผ่านบูธปั้นหม้อด้วยความสงสัย ภูเก็ตยืนแจกใบปลิวพร้อมสโลแกน “กล้าเปื้อน กล้าปั้น กล้าขมวดมือ!”
เด็กบางคนถาม “เอ…ต้องเก่งศิลปะมั้ย?”
ภูเก็ตตอบทันควัน “ไม่ต้อง! ขอแต่ใจ! ดูนี่” แล้วโชว์หม้อ(ก้อนดินมีรู) ทำเสียงประกอบเหมือนเป็นมายากล พลอยหันไปเขิน ๆ เด็กบางคนเผลอขำ หลายคนเดินหนี มีแค่ ‘อิฐ’ ผู้ไม่ค่อยสนใจอะไรเข้าร่วม
อิฐเสียงต่ำพูดน้อย “ผมชอบดินครับ…” ภูเก็ตยืดอกต้อนรับอย่างกับรับโนเบล
พลอยกระซิบ “ฉันว่าชมรมนี้จะไม่รอดนาน”
แต่งานบูธยังไม่จบ เด็ก ม.1 ชื่อพิมายลนลานมา “ขอสมัคร! หนูอยากปั้นหม้อไว้ใส่ลูกอม!”
ภูเก็ตยกมือไฮไฟว์กับอิฐ “เห็นไหม! ปั้นหม้อเปลี่ยนชีวิตคนจริง!”
เมื่อผลบริหารชมรมเริ่มไม่ตรงปก ทุกคนยืนมองกองดินเปื้อนโต๊ะ พลอยถอนใจ “เรากำลังจะมีคอลเลคชันซาลาเปาแตกเร็วๆ นี้”
ภูเก็ตไม่ยอมแพ้ “เราต้องซ้อมหนัก เตรียมโชว์ผลงานใหญ่ ส่งเข้าประกวดโรงเรียนปีนี้!”
อิฐขนดินแบบใช้แรงงานท่าเดียว พลอยจัดระเบียบแบบผู้จัดการ ส่วนพิมายถามทุกสิบนาทีว่า “หม้อจะสุกเมื่อไหร่?” แต่ปั้นไปปั้นมาหม้อทุกใบกลายเป็นดินพังทลาย
ภูเก็ตพยายามสร้างบรรยากาศบันเทิง “ทุกอย่างคือศิลปะ ทุกอย่าง!”
แต่ปัญหาใหญ่โผล่มาเมื่อโรงเรียนประกาศตรวจสุขอนามัย เตาอบหม้อยังไม่ได้สร้าง! พลอยตื่นตระหนก “เรายังไม่มีเตาสักใบ! เดี๋ยวดินจะบูด!”
ภูเก็ตมั่นใจ “สร้างเตาง่ายน่า! แค่…จุดไฟ…เอ่อ…” พลอยกับอิฐสบตากันแบบเครียดๆ “นายจะเอาตัวรอดไหวใช่มั้ย?”
ในที่สุด กลุ่มชมรมยกดินไปจุดไฟหลังโรงอาหาร ก้นเตาเริ่มเปล่งควันดำพรึ่บ ! ลมพัดประกายไฟวูบหายใจติดขัด
“เฮ้ย! ไฟลุก!” พลอยตกใจลุกวิ่งราดน้ำเต็มที่ อิฐเป็นคนเดียวที่ใจเย็นตักทรายโปรยไม่หยุด ภูเก็ตยืนบรรยายให้ทุกคนฟังราวกับเปลี่ยนเป็นรายการแข่งขันวิศวะปั้นหม้อ
เด็กชมรมอื่นแซวมาขำขัน “นี่งานศิลปะ หรือพิธีเรียกฝน?”
ภารโรงวิ่งมา “ใครเอาดินมาเผานี่!?”
ในวุ่นวาย ทุกคนช่วยกันดับไฟ ในที่สุดเตาเศษดินพังทลาย เหลือแต่เศษหม้อเกรียม พลอยหอบแฮ่ก “ครั้งหน้าขอเตาไมโครเวฟแทนได้ไหม?”
ภูเก็ตกลับตบไหล่เพื่อน “อย่างน้อย ศิลปะต้องส่งกลิ่นแบบนี้แหละ! แล้วจะมีหม้อมาตั้งโรงเรียน!”
คาบเรียนศิลปะวันต่อมา ครูเอกชัยปรากฏกาย พลางเรียกชมรมปั้นหม้อขึ้นเวทีโชว์ “อ้าว! ส่งตัวแทนหน่อย”
ภูเก็ตก้าวขึ้นก่อน “พวกเรามีของเด็ด! หม้อสื่อถึงความเพียร แม้จะพัง แม้ยังไม่สวยอย่างใครเขา…แต่ทุกใบเปื้อนรอยมือเรา!”
เสียงครูฮา “หม้อรุ่นนี้น่าจะเป็นหม้อก่อนประวัติศาสตร์นะ”
พิมายชูชิ้นงาน “ของหนูข้างในบุบเองนะคะ จะได้ใส่ลูกอม!” นักเรียนฮาอีกพลอยกับอิฐยืนเขิน ๆ
แต่ครูเอกชัยหัวเราะ “อย่างน้อย พวกเธอกล้ามากที่ยังไม่ทิ้งดินทิ้งงาน…ในชีวิตบางทีหม้อแตกก็ไม่เป็นไร!”
ภูเก็ตลอบหันไปยิ้มกับเพื่อน พลอยอดยิ้มไม่ได้ “ชมรมเราจะดังไหมเนี่ย”
“อย่างน้อยคนได้หัวเราะก็เพียงพอแล้ว…”
เสียงประกาศโรงเรียนจบ ขณะที่เศษหม้อลายมือวางอยู่กลางโต๊ะ ทุกคนไม่รู้ว่าอนาคตชมรมจะเป็นอย่างไร แต่รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะกลับมีมากกว่าความเปื้อน
และก่อนจะแยกย้าย ภูเก็ตชูก้อนดิน “ครั้งหน้าจะปั้นแจกเพื่อนทุกคน!” พลอยสวน “ขออย่าแจกซักอัน ถ้ายังไม่มีเตา!”
ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน เสียงเหมือนหม้อแตก ตามด้วยเสียงประกาศของครูเอกชัย “ใครทำดินเปื้อนตึกวิทย์ พรุ่งนี้ทำความสะอาดด้วย!” ทำเอาทั้งกลุ่มต้องลนลานหนีกวาดซากดินอย่างขำปนเหนื่อยใจ ก่อนจะหันมายิ้มให้กันอีกครั้ง และลั่น “ชมรมปั้นหม้อ ชีวิตจะไม่หม้อแตกก็ไม่ได้!”