ประธานที่ไม่เคยสมัคร
เสียงกริ่งหน้าหอประชุมดังสนั่นในเช้าวันจันทร์พร้อมกับเสียงฮือจากนักศึกษาที่มารวมตัวเพื่อฟังประกาศชมรมประจำเทอม ภามยืนตัวสั่นอยู่ริมทางเดิน ยืนหลบหลังแผ่นป้ายประกาศที่มีใบปลิวสีฟ้าเล็ก ๆ ติดเยอะจนเหมือนต้นคริสตมาสราคาถูก เขาเอื้อมมือจับไหล่ตัวเองกึ่งปลอบกึ่งสะกดใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เมื่อเช้าก็นอนไม่พอแล้วนะภาม จะเป็นเหมือนเดิมเหรอ”
เสียงมะปรางดังเข้าไปในหัว จนภามต้องหันไปหาเพื่อนที่กำลังยืนเขย่าโทรศัพท์อย่างตื่นเต้น มะปรางยิ้มบาง ๆ และเหนือสิ่งอื่น ใบหน้าของเธอเหมือนไม่เชื่อสายตา
“ถ้าพังมากกว่านี้ ชั้นจะหัวเราะไม่ออกแล้วนะ” มะปรางว่า ก่อนจะหันไปมองป้ายประกาศที่คนอื่นกำลังกรีดกรายดู ภามอยากจะหันกลับไปซ่อนในหอ แต่ความจริงคือเขาหนีไม่ได้ เพราะชื่อของเขา กำลังถูกเอ่ยเรียกอยู่บนปีกข้อความเล็ก ๆ นั้น
แสงแดดสะท้อนบนตัวอักษรบันทึกโดยระบบอัตโนมัติของมหาวิทยาลัย ประกาศว่า ‘เชิญชมรมละครเวทีถ่ายทอดการแสดงเปิดเทอม โดยประธานชมรม: ภาม ปริยธร’
ภามสบถเงียบ ๆ ดวงตาเหมือนจะหลุดจากเบ้า ความจริงคือภามไม่เคยสมัครเป็นประธาน เขาเองยังไม่แน่ใจว่าชอบการแสดงหรือไม่ แต่เขาชอบการเขียนบท เขาชอบที่จะอยู่หลังเวที เงียบ ๆ แอบยิ้มเมื่อใครบางคนหัวเราะ มันเป็นที่ซ่อนมากกว่าจะเป็นเวที
“นี่… นี่ผิดพลาดแน่ ๆ” ภามพูดแล้วพยายามหาต้นตอ แต่เสียงประกาศยังคงถ่ายทอดข่าวดีไปทั่วทางออนไลน์และคนเริ่มถ่ายรูปโพสต์กันเป็นแถว
มะปรางหัวเราะบาง ๆ “เฮ้ย บางทีคุณลุงอาจเขียนผิดชื่อ พิมพ์ผิด ตอนขอรายการคนขึ้นเวทีน่ะ”
“ลุงไหน? ใคร?” ภามเงยหน้าถามเสียงหวีด
จตุพลที่ยืนคอตั้งแต่เมื่อเช้ามองผ่านแว่นกรอบหนาและสั่นหัว “อาจารย์รำไพไง แกเป็นที่ปรึกษาชมรม และแกก็ลืมชื่อจริงบ่อย ๆ”
“นั่นแหละภาม โชคดีแล้วที่ลุงลืม แต่มันก็อาจจะกลายเป็นเรื่องน่าอาย” มะปรางแทรก
ภามนั่งลงบนม้านั่งไม้ มือนิ้วคลึงคางคิด รู้ตัวดีว่ากำลังยืนอยู่ตรงทางแยกระหว่างการลอง-และการหนี เขารู้ว่าประกาศทำให้เขาดูเหมือนคนสำคัญและโอกาสด้านทุนการศึกษาที่เขาต้องการอาจมาจากการเป็น ‘ผู้นำ’ ชมรม แต่การเป็นผู้นำที่เขาไม่คุ้นชินคือเรื่องใหญ่
“ถ้าชั้นปฏิเสธ…” เขาเริ่มพูด แต่คำพูดติดคอ มะปรางยิ้มแหย
“ถ้าชั้นเป็นนายกคนไหน ชั้นคงกระโดดขึ้นเวทีแล้วพูดว่า ‘มันคือความเข้าใจผิด'”
“ไม่ใช่ทุกคนกล้าพูดแบบนั้นนะแม้จะจริง” จตุพลตอบ รอยยิ้มมีมุมขำ
ภามถอนหายใจลึก ๆ แล้วตัดสินใจอย่างที่คนขี้กลัวมักตัดสินใจเมื่อเผชิญกับความกดดัน: เขาจะรับผิดชอบแทนความเข้าใจผิดนั้นเอง แต่จะไม่บอกใครว่าเขาไม่พร้อม
เหตุผลของเขาไม่ได้ซับซ้อน เขาจำเป็นต้องมีทุนการศึกษาที่ช่วยค่าเบี้ยเลี้ยงครอบครัว และหากเขาเป็น ‘ประธาน’ ที่มีงานใหญ่จะมีโอกาสได้พบคณะกรรมการที่มอบทุนอยู่บ้าง
“เอาเถอะ” ภามพูดเบา ๆ เสียงเหมือนคนยอมจำนน “แค่หนึ่งเทอม ฉันทำได้”
มะปรางปัดผม “ถ้าคุณทำชั้นจะช่วย แต่ถ้าคุณจะโกหกชั้นตอนซ้อม ชั้นจะสาปแช่งเธอ”
“งั้นก็อย่าทำให้ชั้นต้องให้เธอสาปแช่ง” ภามยิ้มแห้ง
เวลากลับมาวิ่ง ตัวประกาศกลายเป็นไวรัลข้ามคณะ คำว่า ‘ประธานภาม’ ถูกแชร์พร้อมแท็กนักศึกษาระดับปริญญาตรีและข้อความคอมเมนต์เต็มไปหมด มีคนเสนอให้เชิญนักแสดงรับเชิญจากวงการอิสระ นักพากย์วัยรุ่นเสนอการช่วยทำเสียงประกาศ และสำคัญที่สุด — มี ‘กองทุนพลอยส่อง’ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยติดต่อเพื่อมาดูการแสดงเปิดเทอม
ค่ำวันนั้น ภามนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เสียงเต้นแรงจนเหมือนคนวิ่งมาราธอน เขาเปิดอีเมลพบข้อความเรียกประชุมฉุกเฉิน เขาส่งสำเนาอีเมลให้มะปราง แต่ข้อความที่ตอบกลับคือ ‘ชั้นจะช่วย เตรียมแผนการเฮฮา แต่เธอต้องสัญญาอย่าให้ฉันตายเพราะอาย’ มะปรางใช้คำพูดกวน ๆ อย่างเธอเสมอ
เช้าวันถัดมา ภามต้องประสบกับจริงในรูปแบบทีมงาน ชมรมละครเวทีเป็นเหมือนสนามรบแห่งอุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์ มีเด็กปีหนึ่งผู้ชื่นชอบคอสเพลย์ มีนักดนตรีไฟแรงที่อยากเป็นผู้ประพันธ์ซาวด์แทร็ก มีเฟิร์น นักแสดงจากชมรมละครโรงเรียนที่มาพร้อมทักษะการแสดงแบบโอเปร่า และหมวย ผู้ดูแลบัญชีที่ชอบความเรียบร้อยจนต้องมีคลิปวิดีโอสาธิตวิธีพับกระดาษทิชชู่ให้เป็นรูปดาว
การประชุมเริ่มขึ้นในห้องชมรมซึ่งมีโปสเตอร์เก่า ๆ ติดทั่วก墙 เฟิร์นรับหน้าที่ยืนกลางห้องด้วยท่วงท่าการแสดงที่เกินวัยและส่งเสียงดังว่า “เราต้องการคอนเซ็ปต์! เราต้องการธีม! และเราต้องการเลือด—ไม่ใช่เลือดจริง ๆ นะ แต่เลือดแห่งความเป็นศิลปะ!”
“ไม่เอาเลือด” หมวยขัดทันที “บัญชีไม่ครอบคลุมค่าเลือด”
เสียงหัวเราะแตกเป็นทิวทัศน์ ภามยืนกับมะปราง เขาเริ่มพูดอย่างทื่อ ๆ “เราต้องการโชว์ที่ทำให้คนจดจำ แต่งบจำกัด…”
จตุพลยื่นไม้บรรทัดวัดความเป็นไปได้ “เราทำ ‘ละครสั้น’ สักเรื่อง คอนเซ็ปต์ ‘ความเข้าใจผิด’ — ของจริง”
ทุกคนหันมามองภาม คำว่า ‘ของจริง’ จังหวะเหมือนเปิดโอกาสให้ภามพูด เขานึกถึงชื่อที่ถูกประกาศ และไม่รู้ทำไมคำพูดเหล่านั้นถึงหลุดออกมา “ผม… ผมคิดว่าเราเริ่มจากเรื่องเล็กก่อน แล้วถ้าประสบความสำเร็จเราขยาย”
เฟิร์นยกมือขึ้นสูงจนเกือบชนโคม “ฉันอยากให้มีเพลงโคลงดั้งเดิมผสมฮิปฮอป”
จตุพลขัด “ไม่เอา ผสมมากไป คนจะสับสน”
มะปรางยิ้ม “เอาง่าย ๆ ก่อนดีไหม ‘ความเข้าใจผิดในห้องสมุด’ — มีตัวละครที่คิดว่าคนอื่นเป็นใคร แต่จริง ๆ แล้ว…” เธอเว้นจังหวะให้ภามเติม
ภามคิดถึงเรื่องทั้งปวง เขาเห็นภาพในหัว: คนที่ต่างต้องการทำตามความฝัน แต่ไม่กล้าบอกความจริง อาจมีการแอบอ่านไดอารี่ หลอกว่าเป็นเพื่อนเก่า หัวเราะจากการเผลอเอาเสื้อผ้าผิดกัน ทั้งหมดสามารถแพ็คเป็นเรื่องสั้นที่อบอุ่นและขำ
“เอาเลย” เขาพูด กลับมามั่นใจเล็กน้อย “เราทำเรื่องสั้นสี่ตอน รวมเพลงหนึ่งเพลง และการตกแต่งแบบเรียบง่าย”
ทีมงานต่างจัดสรรหน้าที่ หมวยทำบัญชี มะปรางรับหน้าที่กำกับฉากการแสดงวันจริง จตุพลดูแลเวที ส่วนภามถูกมอบหน้าที่เป็นผู้เขียนบทและ ‘ประธาน’ ที่คอยประสานงาน
การซ้อมเป็นความสนุกที่พากเพียร เมื่อครั้งแรกเฟิร์นชอบแสดงมากและมักเต้นเกินเส้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้บทมีพลัง มะปรางอธิบายจังหวะซีนด้วยนิ้วมือที่ขยับเหมือนค้อนทุบไม้ จตุพลทำหน้ากากทำจากแกนกระดาษชำรุด แต่เวิร์ค และหมวยคำนวณงบจนทุกคนขำถึงขั้นต้องหยุดซ้อมเพื่อถอนหายใจ
แต่ในคืนก่อนการตรวจการแสดงที่จะมีผู้สนับสนุนมาดู ภามเปิดอีเมลพบข้อความจาก ‘กองทุนพลอยส่อง’ ว่าพวกเขา ‘คาดหวังการแสดงที่ยิ่งใหญ่ขึ้น’ และจะมีผู้บริหารใหญ่คนหนึ่งมาดู พร้อมแนะนำทางสื่อ การตอบกลับต้องบอกจุดเด่นของเรื่องในเช้า
ภามหัวใจเต้นระส่ำ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้น พิมพ์คำอธิบายที่ขยายใหญ่ขึ้นเพื่อให้ดูมืออาชีพ เขาเพิ่มคำว่า “บทรวมความเป็นศิลปะทดลองแนวร่วม” และพูดว่า “มีนักแสดงรับเชิญจากวงการอิสระ” ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาเพียงแค่ให้เพื่อน ๆ มาแทน
การโกหกเล็ก ๆ ที่เริ่มขึ้นเหมือนด้ายเล็ก ๆ ถูกร้อยลงไปในเสื้อผ้า การบิดความจริงให้ดูใหญ่ขึ้นจึงเริ่มสร้างแรงเสียดทาน ภามรู้สึกผิดแต่ก็กลัวว่าความซื่อสัตย์อาจทำลายโอกาสที่จะได้ทุน
มะปรางจับสังเกตได้ “เธอดูเครียด ภาม”
“ฉันแค่…อยากให้ทุกคนภูมิใจ” เขาตอบ
“ภูมิใจได้โดยไม่ต้องโกหก” มะปรางว่าอย่างเด็ดขาด แต่สายตาเธอมีความเห็นใจ “ถ้าต้องการ ชั้นช่วยพูดความจริงกับคณะกรรมการก่อนการแสดงก็ได้นะ”
ภามเม้มปาก ความกลัวทำงานเร็วกว่าเหตุผล เขาพยักหน้า “ไม่ต้องหรอก… ชั้นแค่ต้องการให้พวกเขาเห็นแสง”
รุ่งเช้าวันตรวจการแสดง ทุกคนแต่งตัวเหมือนนักแสดงอาชีพ หน้าตาทุกคนมีความสุขปนตื่นเต้น แต่ความตื่นเต้นของภามถูกกลืนด้วยความกังวลเมื่อเห็นรถคันหรูจอดอยู่หน้าประตู และชายชุดสูทพร้อมรอยยิ้มมองเข้าไปที่กลุ่มนักศึกษา
“นี่คือกองทุนพลอยส่อง” หมวยพึมพำ “และนั่นคือ… โอ้โห ผู้บริหารระดับสูงจริง ๆ ด้วย”
อาจารย์รำไพเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “เยี่ยมเลย! ภามนี่เป็นโอกาสดีนะ ประธานของเราแสดงความเป็นผู้นำสุด ๆ”
ภามพยายามยิ้ม เสียงในใจบอกให้เขาบอกความจริง แต่ลำคอเหมือนมีฟองอากาศติดอยู่ จนกระทั่งผู้บริหารคนนั้นเอ่ยกับเขา “ได้ยินว่าคุณเป็นหัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์ น่าสนใจ ภามใช่ไหม”
เสียงชื่อของเขาลอยเข้าหู ภามไหวไหล่ “ใช่ครับ”
ผู้บริหารยื่นมือมา “เชิญ พาเราไปดูซ้อม”
การซ้อมเริ่มขึ้น และสิ่งที่ภามกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น — ใบปลิวและการสื่อสารที่เขาขยายความจริงได้ดึงความสนใจจากสมาคมศิลป์ภายนอก ซึ่งเป็นกลุ่มนักแสดงอิสระหนึ่งคนที่คาดว่าจะรับเชิญจริง ๆ แต่แผนการสับเปลี่ยนกลับผิดพลาด นักแสดงรับเชิญคนนั้นกลายเป็นนักข่าวฝีปากกล้า และเขามีคำถามเฉียบคม
“คุณได้เชิญคนมืออาชีพมาร่วมงานจริงหรือไม่” นักข่าวถามตรง ๆ
ภามหน้าแดง รู้สึกว่าทั้งห้องมองมาที่เขา “อ่า… เรามี… มีการร่วมงานกับกลุ่มภายนอก”
มะปรางโยนสายตาให้เขาอย่างแรง “บอกความจริง!”
ภามมองรอบกาย เขาเห็นความตั้งใจของทุกคนที่ซ้อมมาร่วมเดือน เขานึกถึงแม่ที่โทรมาส่งคำอวยพรเมื่อตอนที่เขาได้ทุนเล็ก ๆ เพื่อให้เรียนต่อ เขานึกถึงจตุพลที่เคยทำหน้ากากจนมือเจ็บ และนึกถึงมะปรางที่ย้ำว่าอย่าทำให้เธอสาปแช่ง
“ผม… ผมจะบอกความจริง” เขาพูด ตัดสินใจในเสี้ยววินาทีต่อหน้าผู้บริหาร ทีมงาน และนักข่าว
“พวกเราไม่ได้เชิญนักแสดงมืออาชีพจริง ๆ เราเป็นนักศึกษาที่รวมตัวกัน ฝีมือยังไม่เป็นมืออาชีพ แต่เราทุ่มเท” เสียงของเขาแน่วแน่กว่าเดิม
ความเงียบแผ่ไปในห้องเหมือนผ้าคลุมหน้าที่ถูกดึงออกไป ผู้บริหารหยุดยิ้ม นักข่าวกะพริบตา คนในทีมมองหน้ากัน
“แล้วทำไมใบปลิวถึงเขียนว่ามีแขกรับเชิญ” ผู้บริหารถาม
ภามยืดอก “ผมขยายความจริง เพราะผมกลัวว่าถ้าเราไม่ขยายจะไม่ได้รับการสนับสนุน”
มะปรางจับมือเขาแน่น “ขอโทษเธอว่าทำให้พวกเราเป็นห่วง” ภามพูดว่าโดยไม่ถูกบังคับ “ผมขอโทษทุกคน”
หมวยถอนหายใจแล้วทำหน้าที่บัญชีของเธอ “เอาเถอะ เราจะดูว่าฝีมือตัวจริงจะเป็นยังไง” เธอยิ้มมุมปาก “และถ้าพวกเธอไม่เก่งจริง งบจะไม่พอ”
ผู้บริหารยักไหล่ แล้วตัดสินใจก้าวเข้ามา “โอเค ขอเห็นการแสดงจบ แล้วผมจะตัดสินใจว่าจะสนับสนุนหรือไม่”
ภามรู้สึกเบา แต่ปากยังสั่น “ขอบคุณครับ”
การแสดงเริ่มขึ้นในบรรยากาศที่ตึงเครียดเป็นพิเศษ แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจากการซ้อม ความผิดพลาดเล็ก ๆ เช่นคีย์เพลงที่ผิดจังหวะ กลับกลายเป็นการสร้างมุกที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะอย่างจริงใจ เฟิร์นใช้การแสดงโอเปร่าผสมสำนวนฮิปฮอปในตอนที่ไม่เข้ากันอย่างน่าอัศจรรย์ และจตุพลกับหมวยทำท่าปรับเวทีตลก ๆ จนคนหัวเราะต่อเนื่อง
ในฉากหนึ่ง ตัวละครเข้าใจผิดว่าคนรักของตนเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่แอบชอบกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนนั่งใกล้ ๆ ในห้องสมุดที่มีชุดหมวกเตี้ย ภาพที่ผิดพลาดจนเกินจริงทำให้ทุกคนหัวเราะ แต่สลับกับฉากเงียบที่อบอุ่นซึ่งทำให้บางคนในผู้ชมเช็ดน้ำตา
การแสดงจบลงด้วยเสียงปรบมือยาวนานจนคนในทีมมองหน้ากันด้วยความตื้นตัน มะปรางพิงไหล่ภาม “เห็นไหม เธอแค่ซื่อสัตย์”
ผู้บริหารขึ้นมาบนเวที “ผมต้องบอกว่า ผมมาเพื่อดูการแสดงมืออาชีพ แต่ผมได้พบสิ่งที่เป็นจริงมากกว่า นี่คือการแสดงที่มีจิตวิญญาณ” เขาหยุดแล้วหันหน้ามาทางภาม “และผมชื่นชมความกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดของคุณ”
คืนนั้น ภามนั่งในมุมมืดของหอประชุม หัวใจเหนื่อยแต่เบา เขารู้สึกว่าบางอย่างในตัวเองเปลี่ยนไป เขาไม่เพียงแค่หลบอยู่หลังเวทีอีกต่อไป เขายืนบนเวทีทั้งที่เขาเพิ่งยอมรับความจริง
หลังเหตุการณ์นั้น ข่าวการแสดงของชมรมกระจายวงกว้างไม่ใช่เพราะการประชาสัมพันธ์เกินจริง แต่เพราะเรื่องจริง ซึ่งถูกแชร์ผ่านคำบอกเล่าและรีวิวจากคนที่เห็น อาจมีคนชื่นชมการผสมผสานที่ไม่ลงตัวทั้งหลาย แต่ส่วนใหญ่พูดถึง ‘ความกล้าของทีม’ และ ‘ความอบอุ่นที่ทำให้คนยิ้ม’ ผู้บริหารกองทุนพลอยส่องสนับสนุนชั่วคราวให้ทุนเล็ก ๆ เพื่อส่งเสริมกิจกรรม และยังติดต่อมะปรางให้เป็นอาจารย์พิเศษสำหรับการแสดงเวที
สำหรับภาม เรื่องราวไม่ได้จบเพียงผลงานที่ได้รับคำชม เขาได้รับการชวนให้สัมภาษณ์เล็ก ๆ ในวิทยุนักศึกษา ซึ่งมีผู้ฟังเป็นนักศึกษาจำนวนมาก ขณะที่เขานั่งตอบคำถาม เขาพูดอย่างเปิดเผยถึงช่วงเวลาที่เขาโกหกและความกังวล เขายอมรับความผิดพลาด และพูดถึงบทเรียนที่ได้เรียนรู้
“ผมคิดว่า… ความกลัวทำให้คนทำสิ่งที่ไม่ได้เป็นตัวเอง” เขาพูดเสียงนิ่ง “แต่เมื่อเรายอมรับและทำงานร่วมกัน เราสร้างสิ่งที่ดีกว่าการทำคนเดียว”
หลังจากนั้น ชีวิตของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่ใช่ ‘ประธาน’ ตามประกาศเดิมอีกต่อไป เหตุผลคืออาจารย์รำไพตัดสินใจแต่งตั้งคณะทำงานที่มีการโหวตร่วมกัน แต่นั่นไม่สำคัญเท่าการที่ภามได้พบว่าตัวเองมีความสามารถในการเขียนบทมากขึ้น เขากลายเป็น ‘ผู้เขียนบทหน้าใหม่’ ที่เพื่อน ๆ ไว้วางใจ มะปรางยังคงเป็นผู้กำกับที่ยากแต่เชื่อถือได้ และจตุพลกับหมวยกลายเป็นทีมเวิร์คคอมโบที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยรู้จัก
เรื่องราวเล็ก ๆ ของชมรมกลายเป็นบทเรียนของการอยู่ร่วมกัน คนที่เคยคิดว่าการโกหกจะช่วยเขาได้รับการมองเห็น แต่เขาก็รับผิดชอบต่อผลที่ตามมา สุดท้ายเขาเรียนรู้ว่าหนทางไปสู่ความสำเร็จไม่ได้ต้องการการแสดงตัวใหญ่เสมอไป แต่ต้องการความจริงใจและเพื่อนที่พร้อมจะแบ่งปันความพยายาม
ในคืนที่ห้องชมรมจัดปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จ ภามยืนมองแสงไฟประดับระหว่างเพดาน หัวใจรู้สึกอบอุ่น เขาจับมือมะปรางและพูดเบา ๆ “ขอบคุณที่ไม่สาปแช่ง”
มะปรางหัวเราะแล้วจูงมือเขาไปที่กลางห้อง “เธอทำให้ชั้นภูมิใจจริง ๆ นะ”
จตุพลยกแก้วน้ำขึ้น “ขอให้ชมรมเราเป็นสถานที่ที่คนมาทำผิดแล้วเรียนรู้”
หมวยทำหน้าตาจริงจัง “และขอให้บัญชีของเรามีเงินเพียงพอ” ทุกคนหัวเราะกันจนคอแข็ง
ภามยิ้ม เขาไม่ได้กลายเป็นคนอื่นที่ยิ่งใหญ่หรือโดดเด่นแบบคนดังที่ใบปลิวเคยบอกไว้ แต่เขาเป็นคนที่ยืนยันตัวตน เขายอมรับความผิดพลาด และพร้อมทำงานเพื่อแก้ไขมัน เขามองเห็นว่าเป้าหมายครั้งแรกที่เขาตั้งคือการทำให้ครอบครัวสบายขึ้น แต่สิ่งที่เขาได้กลับไม่ใช่เงินเพียงอย่างเดียว แต่มิตรภาพ ความเชื่อใจ และความมั่นใจในตัวเอง
หลายเดือนต่อมา ภามนั่งเขียนบทบนโต๊ะเล็ก ๆ ในหอพัก เขาจดบันทึกคำพูดของตัวละคร ทบทวนมุกที่เคยทำงานได้ดี และคิดถึงฉากที่ทำให้คนหัวเราะและร้องไห้ เขารู้สึกว่าบทต่อไปจะเข้มข้นกว่าเดิม แต่เขาไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับความซื่อสัตย์อีกต่อไป
ก่อนที่ไฟจะดับในหอ เขาเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปสู่แสงไฟเล็ก ๆ ของเมืองมหาวิทยาลัย รู้สึกว่าทุกอย่างยังเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ และครั้งหน้าเมื่อมีประกาศอะไรที่ทำให้หัวใจเขาพองขึ้น เขาจะอ่านมันก่อน… แต่ถ้าผิดพลาด เขาจะยอมรับ และเชื่อในเพื่อนที่พร้อมจะยืนร่วมกัน
เรื่อง ‘ประธานที่ไม่เคยสมัคร’ จบลงไม่ด้วยเสียงปรบมืออึกทึกครั้งเดียว แต่ด้วยรอยยิ้มที่คงอยู่ในความทรงจำของคนในมหาวิทยาลัย ใบปลิวสีฟ้าที่ครั้งหนึ่งทำให้ภามหัวใจเต้นแรงถูกพับเก็บไว้ในกล่องความทรงจำ และทุกครั้งที่เปิด จะมีเสียงหัวเราะและคนที่พร้อมจะยืนเคียงข้างกันเสมอ
และในคืนหนึ่งเมื่อตำแหน่งใหม่ประกาศอีกครั้ง ใบปลิวยังคงโพสต์อยู่ แต่ภามหัวเราะก่อนจะเปิดอ่าน เขารู้แล้วว่าชีวิตบางครั้งสั้นพอให้คุณหัวเราะกับตัวเอง และยาวพอให้คุณเรียนรู้จากความผิดพลาด
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: มหาวิทยาลัย, ชมรมละคร, ความเข้าใจผิด, ตลก, โรแมนติก, Coming of Age