โปรเจกต์ผู้กำกับมโน
เสียงฝีเท้าต้องกระทบพื้นไม้ ปะทะกับเสียงหัวเราะและคำตะโกนเล็ก ๆ เมื่อหอประชุมชมรมภาพยนตร์มหาวิทยาลัยเกิดเข้าโค้งเวลาเตรียมงานเทศกาลภาพยนตร์นัดสุดท้าย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทิวา เดี๋ยวไว้ไฟตรงมุมนี้ด้วย!” บูมพูดพร้อมชูริบบิ้นสีแดงที่ดูคล้ายหมากฝรั่งแต่จริง ๆ คือแผงตกแต่ง
“เดี๋ยวจัดให้!” ทิวาตอบโดยไม่คิด เพราะคำว่า ‘ได้’ ออกจากปากเธอเร็วเหมือนเมื่อเห็นของหวาน
มุกจำได้ดีว่าเมื่อไหร่ทิวาพูดว่าได้ ผู้คนได้ยินความหวังแล้วจะไม่หยุดถามต่อ
“ได้จริงใช่ไหม? พวกเราจะมีแขกรับเชิญที่เป็นผู้กำกับตัวจริงถึงหอประชุม!” ยีนตะโกนด้วยตาตื่น ขาหน้าเลอะสีฟ้ามาจากการทดสอบฟิลเตอร์
ทิวามองก่อนตอบด้วยคำพูดที่ทำให้ทุกคนเชื่อ: “รับรองเลย”
คำพูดนั้นไม่นานก็กลายเป็นโปสเตอร์ โปรไฟล์ในเฟซบุ้คกลุ่ม และอีเมลเชิญสปอนเซอร์ที่ถูกส่งไปทั่วมหาวิทยาลัย
บูมมองจอคอมมีใบหน้าไม่มั่นใจ “นายแน่ใจนะว่าเขาจะมาจริง ๆ?”
ทิวารู้สึกเหมือนถูกดึงไปตอนกลางเวที เธอขยับปากเป็นคำว่า ‘ใช่’ อีกครั้ง แต่จริง ๆ แล้วเธอแค่ได้รับอีเมลตอบกลับจากผู้ช่วยของผู้กำกับที่เขียนว่า ‘หากมีการยืนยันอีกครั้ง กรุณาติดต่อ…’ ซึ่งเธออ่านผ่าน ๆ แล้วตีความไปเอง
“สรุปว่า… เราจะมีผู้กำกับดังมาให้คำแนะนำจริง ๆ” ยีนยังคงลำพองใจ
เสียงลมหายใจของทิวาสั้นลง เพราะสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ห้องสมุดเพิ่งบอกว่าชมรมต้องแสดงผลงานและหาเงินสนับสนุนไม่สำเร็จ จะถูกยุบ
ถ้าชมรมถูกยุบ เสียงกล้องหายไป จะเท่ากับสูญเสียที่ ๆ ทุกคนเคยแกล้งกัน สร้างหนังสั้นสยองขวัญที่มีหัวใจ และตากล้องรุ่นใหม่ที่กำลังฝึกถ่าย
ทิวารับรู้ความกดดันนั้นอย่างหนัก และคำว่า ‘รับรองเลย’ ออกจากปากเธอด้วยความตั้งใจจะรักษาชมรมไว้
“แล้วเราจะทำยังไงถ้าเขาไม่มา?” บูมถามอย่างตรงไปตรงมา
ทิวาหากทางออกในหัวทันที แบบที่เคยทำเสมอเมื่อเพื่อนต้องการ: หาเหตุผลที่ทำให้ทุกคนเชื่อและไม่มีใครถามต่อ
“เราต้องทำให้มันเป็นความจริง” เธอตอบ แล้วเพิ่มน้ำเสียงเป็นแผนการเล็ก ๆ “เราจัด Q&A พูดคุยเกี่ยวกับการทำหนัง เราเชิญสปอนเซอร์ แล้ว…”
“แล้ว?” ยีนแบะปาก
“แล้วเขาจะมาไงล่ะ” บูมตอกเสียงเหมือนเปิดฝาขนมที่ไม่เห็นรส
ทิวาถอนหายใจ ยิ้มแห้ง และในหัวมีแผนที่แปลก ๆ: เธอจะทำให้ประกาศนั้นจริงในสองแบบ — แบบหนึ่งเป็นความจริง และอีกแบบหนึ่งเป็นการปลอมตัวชั่วคราว
“เธออยากให้ใครเป็นหน้ากาก?” ยีนถามด้วยดวงตาที่เป็นประกายความคิด
“ไม่ใช่หน้ากากแบบนั้น” ทิวาพูดพลางเคี้ยวแก้มในใจ “แต่… ฉันจะเป็นผู้ช่วยที่ประกาศว่าเขาติดเครื่องบิน แล้วจะจัดการสัมมนาโดยใช้บันทึกวิดีโอจากเขา แล้ว…”
บูมเลิกคิ้ว “แล้วคนที่มาล่ะ? พวกสปอนเซอร์ พวกอาจารย์?”
“เราจะทำให้เหมือนว่าเขาพูดผ่านวิดีโอภายในห้อง” ทิวาตอบเร็ว แล้วยิ้มแบบที่ทำให้คนอื่นเชื่อว่าเธอมีแผนละเอียด
แผนของเธอเริ่มต้นอย่างบริสุทธิ์ — แค่ไม่อยากให้ชมรมต้องจากกัน แต่ประกายของแผนนั้นเปราะบางเหมือนแก้วที่วางบนก้นลูกโป่ง
สองวันต่อมา หอประชุมเต็มไปด้วยคนจากชมรมอื่น อาจารย์ และผู้สนับสนุนท้องถิ่นที่เชื่อในคำโฆษณาโปสเตอร์
“เชิญติดตั้งวิดีโอ” ทิวาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ทั้งที่ใจเต้นตึกตักเหมือนจังหวะดนตรีซาวด์แทร็กที่กำลังจะจบ
ยีนสวมแว่นทดลองเปิดโปรเจกเตอร์ ขณะที่บูมคุมการจ่ายกาแฟเพราะกลัวเสียงแทรกในมิกซ์
ไฟดับ และจอเปิด วิดีโอทักทายจาก ‘ผู้กำกับ’ ถูกเปิด — เป็นคลิปสั้น ๆ ที่พวกเขาจัดทำขึ้นโดยใช้สคริปต์ที่ทิวาเขียนขึ้นเอง
คนฟังปรบมือ แล้วมีเสียงตะโกนจากแถวหลัง “สุดยอด!”
ทิวามองคนรอบตัว แล้วรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของเธอสั่นเป็นการแจ้งเตือน
อีเมลที่เข้ามาเป็นชื่อผู้ส่งที่เธอยังไม่เคยเห็น: ‘ผู้กำกับจริงกำลังบินมาจริง ๆ’
ทิวากลั้นหายใจและอ่านเมลแบบไม่ตั้งใจ: ‘ผมจะลงสนามบินเช้าสุดของวันพรุ่งนี้เพื่อมาพูดคุยกับชมรมของท่าน — P.’
บูมเงยหน้ามองมา “พรุ่งนี้?”
ทิวารู้สึกว่าร้อยข้อเท้าเกร็ง “พรุ่งนี้… เขาจะมา”
หัวใจของเธอดำเนินการสองแบบในเวลาเดียวกัน — ดีใจที่แผนจะกลายเป็นความจริง และกลัวว่าความจริงที่เธอปลอมไว้จะถูกเปิดเผย
“เธอจะทำยังไงถ้าเขามาจริง ๆ” ยีนถามเบา ๆ ด้วยความหวัง
ทิวายิ้มอย่างประหม่า “เราเชิญเขามาแล้ว เขากำลังจะมา เราแค่ต้อง… ทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย”
คืนก่อนการมาถึง ชมรมตื่นเต้นราวกับเด็กที่นอนรอของขวัญ พวกเขาซ้อมคำถาม เตรียมของว่าง และทิวาก็เตรียมคำพูดต้อนรับอย่างละเอียด
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทิวาเริ่มรู้สึกว่าการต้มไข่ของเธอเองกลายเป็นเปลือกบาง ๆ ที่แตกได้ง่าย — เธอเริ่มสับสนและแอบไปกดโทรศัพท์เพื่อพิมพ์คำขอโทษล่วงหน้าให้กับผู้ชม
เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงเครื่องบินที่ดังเหนือมหาวิทยาลัยเป็นสัญญาณว่าเหตุการณ์กำลังจะมาถึงจริง
“เขาลงจากรถตู้แล้ว” บูมกระซิบ เหงื่อผุดที่ขมับ
ประตูหอประชุมเปิด และผู้กำกับตัวจริงเดินเข้ามา — รูปร่างไม่เหมือนภาพในโปสเตอร์ที่ทิวาและคนอื่นจินตนาการไว้ เพราะความเป็นจริงมักจะไม่ตรงกับโปสเตอร์
เขาเป็นชายกลางคน ใส่หมวกแก๊ปและเสื้อเชิ้ตเรียบ ๆ มีแววตาที่ทำให้รู้ว่าเขาเห็นโลกมากกว่าหนึ่งครั้ง
ผู้กำกับมองรอบ ๆ ก่อนจะยิ้มและทักทาย “สวัสดีครับ ทุกคน ผมคิดว่าพวกคุณกำลังจัดงานที่น่าตื่นเต้น”
บูมเกือบจะลื่นถ้ามือไม่คว้าขอบโต๊ะไว้ ทิวาหันไปหาเขาด้วยสายตาที่ต้องการเห็นการให้อภัย
การสัมภาษณ์เริ่มขึ้น และผู้กำกับพูดแบบตรงไปตรงมา เขาถามคำถามที่ทำให้คนในห้องคิดจริง ๆ และการสนทนาเริ่มลึกลงไปเรื่อย ๆ
ทิวารู้สึกเหมือนเดินบนเชือก แต่เชือกนั้นมีคนยืนช่วยจับมือเธอไว้ — คนพวกนี้คือเพื่อนที่เธอพยายามช่วย
จู่ ๆ เสียงจากมุมห้องก็ดังขึ้น “แล้วคลิปที่เราเห็นเมื่อคืนล่ะครับ?” ผู้กำกับถามด้วยมุมปากที่ยกขึ้น
ทิวาส่งสายตาไปยังยีนที่ยกมือสั่น ๆ และให้สัญญาณว่าเขาพร้อมรับผิดชอบ
ผู้กำกับหัวเราะเล็กน้อย “ไม่เป็นไรเลย ถ้าพวกคุณใช้คลิปเพื่อกระตุ้นคนให้มาร่วม ผมว่ามันเก๋ดี”
ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ทิวายังรู้สึกติดค้าง เธอรู้สึกผิดที่เธอเริ่มจากการบิดความจริง
หลังงาน ผู้กำกับขอคุยกับทิวาเป็นการส่วนตัว เขาหยิบกาแฟจากวางและนั่งลงอย่างสงบ
“ผมรู้สึกได้ว่ามีบางอย่าง…” เขาพูดช้า ๆ “ไม่ต้องโกหกผมหรอก”
ทิวาตอบไม่ทัน “ฉัน… ฉันแค่กลัวว่าชมรมจะถูกยุบ”
ผู้กำกับมองลึกเข้าไปในตาเธอ แล้วยิ้มเสียดายแบบคนที่เคยเข้าใจความกลัวนั้น “และคุณคิดว่าการโกหกจะช่วยได้?”
ทิวาพยักหน้าอย่างยอมรับว่าเธอเคยคิดเช่นนั้น
“ผมเข้าใจความตั้งใจดี แต่ความจริงมักจะสำคัญกว่าเสียงปรบมือหนึ่งคืน” เขาพูด
คำพูดนั้นทำให้ทิวาต้องยิ้มอย่างขมขื่น เพราะรู้สึกว่าพวกเขาทำเพื่อคืนที่ยิ่งใหญ่ แต่ลืมว่าพวกเขาต้องอยู่ต่อไปหลังเสียงปรบมือเงียบลง
คำพูดของผู้กำกับไม่ใช่การตักเตือนที่รุนแรง แต่เป็นการเรียกคืนความจริง “อยากให้ชมรมอยู่ไหม” เขาถาม
ทิวาตอบทันทีด้วยความจริงใจ “มากที่สุด”
ผู้กำกับตั้งท่า “งั้นผมมีข้อเสนอ — ถ้าพวกคุณยอมรับความจริงทั้งหมด และใช้ครั้งนี้เป็นบทเรียน ผมจะช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ชั่วระยะเวลา เพื่อพัฒนาบทและการถ่ายทำ และผมจะช่วยเชื่อมต่อพวกคุณกับสปอนเซอร์จริง ๆ”
ทิวารับรู้ความหนักแน่นในคำพูดนั้น และรู้สึกว่าหัวใจที่เกร็งมาหลายวันได้เริ่มคลายลง
แต่เธอยังมีปมในอก: เมื่อคืนเธอไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดกับเพื่อน และความสัมพันธ์ของเธอกับบูมและยีนอาจสั่นคลอน
เมื่อทิวากลับไปที่ห้องชมรม เธอพบบูมกำลังกวาดเศษขนมที่หล่นจากโต๊ะ และยีนเอามือที่มีรอยสีติดอยู่บนหน้า
“เธอคุยกับเขาเป็นยังไงบ้าง?” บูมถามด้วยท่าทีที่ซ่อนความกังวล
ทิวาหยุดแล้วพูดช้า ๆ “เขาอยากช่วย แต่ผมต้องจ่ายด้วยความจริง”
บูมยิ้มแปลก ๆ “เราไม่อยากได้ผู้กำกับ ที่เราอยากได้คือโอกาสให้ทำหนังต่อ”
ยีนมองทิวาด้วยสายตาที่อ่อนโยน “แล้วทำไมเธอถึงไม่บอกพวกเราตั้งแต่แรก”
ทิวาสะดุ้ง เพราะคำถามนั้นเป็นเหมือนเข็มที่ทิ่มไปที่ความอายของเธอ “ฉันกลัว… ว่าถ้าพูดความจริง พวกเราจะไม่ได้เริ่มงาน”
ยีนวางมือบนไหล่เธอ “แต่การเริ่มด้วยเรื่องโกหก มันทำให้คุณต้องโทษตัวเองมากขึ้นนะ”
ทิวามองเพื่อนทั้งสอง แล้วรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องรับผิดชอบ
“ฉันขอโทษ” คำสั้น ๆ แต่หนักแน่น ถูกพูดออกมา ทิวารับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ
บูมถอนหายใจยาว “ขอบคุณที่พูดออกมา”
ปฏิกิริยาของเพื่อนทำให้ทิวารู้สึกว่าการยอมรับผิดไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่
ผู้กำกับกับทีมทำงานร่วมกับชมรมเสาหลักเป็นเวลาเดือนหนึ่ง เขาถ่ายทอดเทคนิคการเล่าเรื่อง การกำกับนักแสดง และวิธีจัดการงบประมาณแบบประหยัด
ในระหว่างการซ้อม มีเหตุการณ์วุ่น ๆ ที่กลายเป็นบทเรียนตลก — ยีนใช้ฟิลเตอร์ผิดชนิดที่ทำให้ทิวาดูเหมือนตัวละครซีเล็กน้อยบนหน้าจอ บูมเกือบจะโยนสคริปต์เพราะการตัดต่อไม่ลงตัว ทิวาต้องโทรตามวัสดุที่สปอนเซอร์สัญญาไว้แต่ล่าช้า
แต่ทุกความล้มเหลวเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ และทุกครั้งที่ทิวาแก้ปัญหา เธอไม่ทำคนเดียวอีกต่อไป
“เราจะไม่ใช้วิธีโกหกแล้ว” ทิวากล่าวในที่ประชุมหนึ่ง วันนั้นทุกคนยิ้มและพยักหน้า
เมื่อใกล้วันฉาย รอบสุดท้ายของการซ้อมทุ่มเทให้กับการแต่งหน้าและมิกซ์เสียง พวกเขาทั้งเหนื่อยแต่รู้สึกพอใจ
“จำได้ไหมตอนแรกเราแทบจะไม่ได้มีงบอะไรเลย” ยีนพูดแล้วหัวเราะอย่างเหนื่อย ๆ
บูมหัวเราะและตีไหล่ยีนเบา ๆ “ใช่ แล้วทิวาแทบจะยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชมรม”
ทิวารู้สึกตัวไหม้ในอก แต่ไม่ใช่ความอายอีกต่อไป มันคือความอบอุ่นจากการได้เห็นผลของความซวยที่กลายเป็นพลัง
คืนฉายมาถึง พวกเขาเปิดโปรแกรม พี่ๆ และน้อง ๆ มานั่งเต็มหอประชุม คนจากชุมชนท้องถิ่นก็มา ทั้งหมดมอบความสนใจให้กับผลงานของพวกเขา
ผลงานสั้นที่พวกเขาทำด้วยกันฉายบนจอ แสงจากโปรเจกเตอร์ทำให้ฝุ่นลอยและภาพชีวิตของตัวละครบนจอก็ทำให้ผู้ชมหัวเราะ ร้องไห้ และประทับใจ
เมื่อคลิปจบ ทิวายืนขึ้นก่อนขึ้นเวทีเพื่อพูดคุยและตอบคำถาม ความเงียบเกิดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะตั้งใจฟัง
“ผมต้องการบอกความจริง” เธอเริ่ม “เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมรับปากโดยไม่คิด และมันทำให้พวกเราทั้งห้องต้องเข้าไปในเรื่องซับซ้อน”
เสียงกระซิบเริ่มขึ้น คนฟังพร้อมจะได้ยินข้อเท็จจริง
ทิวากลั้นหายใจแล้วพูดต่อ “ผมโกหกในตอนแรก ผมกลัวว่าชมรมจะหายไป”
อีกครั้งที่เงียบลง แต่นี่ไม่ใช่เสียงตัดสิน แต่เป็นการรอคอย
“ผมขอโทษ” เธอพูดอีก และบอกเรื่องราวความพยายามทั้งหมดที่เกิดตามมา ทั้งงานทั้งคืน การเรียกสปอนเซอร์จริง การซ้อม การยอมรับผิด และการเรียนรู้
ผู้ชมเริ่มปรบมืออย่างค่อย ๆ ดังขึ้นจากความจริงใจนี้ ไม่ใช่เพราะความสมบูรณ์แบบของภาพยนตร์ แต่เป็นเพราะพวกเขาเห็นคนที่กล้าพูดความจริง
ผู้กำกับที่ยืนอยู่ข้างเวทีก้าวขึ้นมา เขายื่นไมโครโฟนให้ทิวา และพูดเสียงนุ่ม “ผมเห็นความกล้าหาญแบบนั้นในคนทำหนังเสมอ — ความกล้าหาญที่ยอมรับเมื่อผิดพลาด”
คนในห้องปรบมือแรงขึ้น และในช่วงเวลานั้น ทิวารู้สึกว่าเธอไม่ได้ต้องการหน้ากากหรือบทบาทปลอม ๆ อีกแล้ว
“ผมอยากบอกว่า ผมจะช่วยพวกคุณต่อ” ผู้กำกับพูดต่อ “ผมจะช่วยแนะนำ และถ้าพวกคุณต้องการ พวกคุณสามารถส่งผลงานไปประกวดในงานระดับภูมิภาคด้วยกัน”
น้ำเสียงของเขาทำให้ทิวากับทีมแทบจะล้มทั้งกลุ่มด้วยความตื้นตัน
หลังงานจบ พวกเขาถ่ายรูปคณะด้วยกัน ผู้คนหัวเราะ พูดคุย และแชร์เรื่องราวการฝึกงานที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยหัวใจ
ในคืนที่เงียบสงบ ทิวานั่งบนขั้นบันไดหอประชุม สายลมพัดผ่าน เธอนึกถึงความวุ่นวายที่ผ่านมา — ความโกหก ความกลัว และการยอมรับ
บูมนั่งลงข้าง ๆ เงียบ ๆ ก่อนที่จะพูด “ฉันโกรธเธอ แต่ฉันภูมิใจเธอมากกว่า”
ทิวาหัวเราะแห้ง ๆ “ขอบคุณที่ไม่จับฉันโยนลงทะเล”
ยีนโผล่มาเป็นตัวตลกของกลุ่ม “ฉันบันทึกทุกซีนที่เธอหน้าแดงไว้ เธอเอาไว้ตอนแต่งผ้าเท่านั้นนะ”
ทุกคนหัวเราะ และทิวาได้รู้สึกว่าการเป็นคนที่รับผิดชอบไม่ได้ทำให้เธอเป็นคนกล้าขึ้นเพียงคนเดียว แต่มันทำให้คนอื่นไว้ใจในความจริงของเธอมากขึ้น
เดือนต่อมา ชมรมได้รับทุนเล็ก ๆ จากมูลนิธิท้องถิ่น และผู้กำกับช่วยเชื่อมต่อกับเครือข่ายเล็ก ๆ ที่ทำให้พวกเขาได้ไปประกวดระดับภูมิภาค
ความสัมพันธ์ของพวกเขาแข็งแรงขึ้นไม่เพราะชัยชนะ แต่เพราะบทเรียนที่พวกเขาจัดการด้วยกัน
ทิวาเปลี่ยนจากคนที่ปากไวรับปากไปทั่ว มาเป็นคนที่คิดก่อนพูด และกล้ายอมรับเมื่อผิด
“ฉันคิดว่าเธอเปลี่ยนจริง ๆ นะ” บูมพูดวันหนึ่ง ขณะที่พวกเขาเตรียมกล้องสำหรับโปรเจกต์ใหม่
ทิวายิ้ม “ฉันแค่ไม่อยากให้เพื่อน ๆ ต้องเจ็บปวดเพราะฉันอีก”
ยีนเอื้อมมือมาจับไหล่เธอ “และเราจะไม่ปล่อยให้เธอล้มคนเดียว”
เสียงกล้องดังขึ้นเป็นจังหวะ ทิวามองดูเพื่อนของเธอ — ผู้คนที่ไม่เพอร์เฟ็กต์แต่จริงใจ — และความกลัวของเธอค่อย ๆ เลือนหาย
เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยทักท้วงเบา ๆ ในงานประกวดภูมิภาคว่า “ชมรมของพวกคุณมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการโกหกเล็ก ๆ ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่”
ทิวาตอบด้วยรอยยิ้ม “ใช่ แต่มันจบด้วยการพูดความจริง”
คนฟังหัวเราะ และการพูดความจริงทำให้พวกเขาได้รับแรงสนับสนุนที่ยั่งยืน
ปิดท้ายด้วยภาพพวกเขายืนหน้าจอ ขณะที่ภาพยนตร์ใหม่ของชมรมเริ่มฉาย เสียงหัวเราะและเสียงซับซ้อนจากฉากก่อนหน้า ยังอยู่ในใจของทุกคน
ทิวารู้ว่าหนทางยังยาวไกล มีความล้มเหลวและการตัดสินใจผิดรออยู่ แต่เธอก็พร้อมแล้ว เพราะวันนี้เธอรู้วิธีรับผิดชอบ และทำงานกับคนที่เธอรัก
และเมื่อแสงจากโปรเจกเตอร์ส่องใส่หน้าทิวาอีกครั้ง เธอไม่ต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป — มีแค่ความจริงและกลุ่มเพื่อนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: ตลก, มหาวิทยาลัย, ชมรมภาพยนตร์, เข้าใจผิด, การเติบโต, มิตรภาพ