ภารกิจเปลี่ยนลิขิต (ผิดพลาดเพราะใจร้อน)
“ไม่ทันแล้วต๋อง! รายชื่อส่งถึงพรุ่งนี้เช้า!” เสียงปิงตะโกนก้องกลางห้องชมรม ท่ามกลางถุงขนมและกระดาษงานที่วางระเกะระกะราวกับสงครามย่อมๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ปิง นายจะกลัวทำไม งานแค่นี้เอง!” ต๋องยิ้มกว้างแบบมั่นใจไม่ดูสถานการณ์ “ขี้เกียจจัดทีมใช่มะ งั้นเดี๋ยวทางนี้จัดเอง เหลือเชื่อมะ ดูมืออาชีพเขาทำ!”
ปิงกลอกตา “มืออาชีพจริงๆ คราวที่แล้วนายส่งรายชื่อผิดคณะไปนะเว้ย! เขายังลืมไม่ลง!”
“เอ๊า! นั่นมันอุบัติเหตุ ชั้นแค่รีบตามที่นายเร่ง” ต๋องแก้ตัว มือยังถือโทรศัพท์ เขากดโทรหาเบียร์ รุ่นพี่ขี้เล่นประจำชมรมเพื่อขอชื่อเพิ่ม “พี่เบียร์! ส่งชื่อมาด่วน ผมจะจัดดรีมทีมลงแข่งศึกนิทรรศการคืนนี้เลย!”
อีกฟากสาย พี่เบียร์ตอบเสียงงัวเงีย “ดึกขนาดนี้หาใครเขาหาเบอร์ เดี๋ยวส่งชื่อหมาแถวหอไปแทนแม่ง”
เพื่อนร่วมชมรมขำ ในคราวเดียว ปิงหน้าซีดลง “ต๋อง อย่าบอกนะว่านายลิสต์ชื่อตามที่ได้มาแบบไม่เช็กอีกรอบ”
“ต้องเช็กสิ! เช็กไวไฟรอบเดียวพอ เดี๋ยวโหลดชื่อมาแปะเลย!” ต๋องยังโลกสวย
เช้าวันรุ่งขึ้น ลิสต์รายชื่อ “ดรีมทีม” พร้อมถูกส่งขึ้นกลุ่มไลน์ชมรม ก่อนจะพบความพีคแรก : มีชื่อ “โกโก้” และ “ลูกรอก” ซึ่งเป็นชื่อหมาในหอพักตามที่พี่เบียร์พูดเล่นไว้จริงๆ
เสียงหัวเราะก้องในห้องประชุม ปิงมองหน้าเพื่อน “ต๋อง! ทำอะไรลงไป!”
“เอางี้! ถ้ายังไง…เราก็ให้โกโก้เป็นมาสคอตเลยไงล่ะ!” ต๋องยิ้มกว้างเหมือนไม่เห็นปัญหา
“ดีครับ รับรองงานนี้จะได้หมาขึ้นเวที!” เพื่อนร่วมทีมแดกดัน
วันซ้อมงาน ทั้งทีมต้องปรับแผนรับมือ “โกโก้” ตัวจริง กับ “ลูกรอก” ที่ตามมาด้อมๆ อยู่รอบเวที เพื่อนๆ หลายคนเริ่มเอือมกับการควบคุมสถานการณ์ แต่ต๋องยังคงมั่นใจสุดขีด
หลังประชุมล่มอย่างอื้อฉาว ต๋องขออาสาเคลียร์ชื่อใหม่เอง แต่กลับสร้างเรื่องผิดพลาดซ้ำซาก “โอ้! นาย ‘หมูหยอง’ ลงด้วยดีไหม เก่งวิ่งควายเว้นแต่กลัวเวที!”
ปิงถอนหายใจ “ต๋อง ชั้นว่ามันกำลังบานปลาย”
“เชื่อดิ เดี๋ยวทุกอย่างจะดี ถ้าเราคิดบวก!” ต๋องเกือบยิ้มทั้งน้ำตา ขณะโดนแอดมินกลุ่มไลน์เตือนรัวๆ ว่า “ให้กรอกชื่อจริง-นามสกุลเท่านั้น”
สถานการณ์เริ่มวุ่นกว่าเดิม ห้องประชุมไม่เหลือที่นั่งว่าง ทั้งเพื่อนต่างคณะ ทั้งหมา ทั้งแมว บางคนนึกว่างานประกวดแฟนซีสัตว์เลี้ยง ปิงกระซิบต๋อง “นายมีแผนไหม”
“มีสิ! เราต้องทำให้อาจารย์ประทับใจ!”
“ถามตรงๆ นายรู้รึยังว่างานนี้เป็นประกวดสิ่งประดิษฐ์ ไม่ใช่แฟนซีสัตว์เลี้ยง?” ปิงกลั้นขำ
ต๋องเงียบไปแป๊บ ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน “ใกล้เคียงกัน ใครๆ ก็ชอบเซอร์ไพรส์!”
ซีนถัดมา เหตุการณ์วุ่นหลุดกรอบ เมื่อ “โกโก้” ดันไปคาบชิ้นส่วนหุ่นยนต์จากโปรเจกต์คณะวิศวะลากไปทั่วงาน เพื่อนร่วมทีมต้องวิ่งตามหมากันจนลืมซ้อมปาฐกถา แถมอาจารย์ยังเข้าใจผิดว่า “ระบบ AI เคลื่อนที่อัตโนมัติ”
อาจารย์ถามปิงว่า “เจ้าตัวนี้โปรแกรมได้ด้วยเหรอ?”
ปิงตอบไปแบบไม่ทันคิด “มันได้เองครับ เป็นนวัตกรรมเฉพาะกาล”
ต๋องรีบเสริม “จริงๆ โกโก้ฉลาดมากนะครับ รับรองวันแข่งขันจะมีโชว์”
แผนเริ่มเลยเถิด ปิงเริ่มเครียด แขกรับเชิญแอบสงสัย “ขอโทษ พวกน้องจะนำเสนออะไรแน่?”
“เป็นโปรเจกต์ดูแลสัตว์เลี้ยง…เอ่อ…เชื่อมโยงกับระบบอัตโนมัติครับ” ปิงมั่วสุดพลัง
ต๋องมั่นใจต่อ “ไม่นานเราจะได้อินโนเวชั่นแนวใหม่!”
แต่พอแผนซับซ้อนขึ้น ทีมงานอีกชมรมซึ่งมีแผนงานเครื่อง Vape อัตโนมัติบังเอิญได้ยิน แล้วนึกว่าต๋องกับปิงจะขโมยไอเดีย จึงเริ่มวางแผน “กันท่า” ด้วยการจ้างนักแสดงปลอมตัวเป็นกรรมการมาสอดแนม
จังหวะนี้ความเข้าใจผิดยืดออกไปหลายระดับแต่กลับเพิ่มความตลก กรรมการปลอมบังเอิญโดนโกโก้งับขากางเกงเข้า วิ่งหนีชุลมุน เพื่อนก็ยังเข้าใจผิดว่าสัตว์เลี้ยงกำลังสาธิตนวัตกรรมใหม่อย่างสมจริง
ขณะที่ปิงพยายามไขว้นิ้วขอพรอยู่ข้างเวที ต๋องอาศัยจังหวะเล่าชื่อสมาชิกทีมแบบใหม่ที่เขา “คิดว่าน่าจะถูกต้องคราวนี้” ส่งรายชื่อ “น้องแพงจี่” กับ “พี่ต่างด้าว” ไปพร้อมกัน โดยไม่รู้ว่าคนแรกคือหลานอาจารย์ใหญ่ ส่วนอีกคนเป็นคนส่งของบังเอิญลืมป้ายชื่อไว้
ซีนเปลี่ยน ต๋องกับปิงถกปัญหาว่าจะเอาอะไรไปนำเสนอ ยิ่งคิดกันมากขึ้น โกโก้ก็ยิ่งวิ่งซนไปหยิบโน่นนี่มาเพิ่มปัญหา แถมลูกรอก (แมว) ดันฉี่ใส่ต้นฉบับแผนงานตัวจริง จะพิมพ์ใหม่เวลาก็ไม่พอ
ปิงหวั่นใจ “ต๋อง นายเคยเห็นคนตกงานเพราะกระดาษแมวเปื้อนไหม”
ต๋องล้อ “ถ้าเล่าอย่างตลก นี่จะเป็นตำนานที่รุ่นหลังเล่าขานว่าชีวิตเปลี่ยนได้เพราะแมวฉี่”
สถานการณ์ยิ่งวุ่น รอบข้างเริ่มกดดัน ทีมชมรมอื่นดักหลัง เพื่อนซี้เริ่มมีปากเสียงว่าควรวางมือหรือแก้จนสุด
ต๋องยังไม่ยอมแพ้จนเพื่อนๆ ถึงขั้นแซว “นายมันบ้าบิ่นสุดในรุ่น แต่ก็อบอุ่นนะ ถึงพังยังยิ้มได้!”
ในที่สุดวันงานก็มาถึงทุกอย่างดูผิดจากแผนไปหมด ปิงแทบไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นบนเวที
พิธีกรประกาศชื่อทีม “ดรีมทีม ออโต้เพื่อนสัตว์เลี้ยง” ผู้ชมระเบิดเสียงหัวเราะเมื่อเห็นโกโก้ โผล่ขึ้นพร้อมกับป้ายแขวนคอสะกดผิดเป็น “ผู้นำทีม” จากฝีมือต๋องเอง
ต๋อง กับ ปิง ตัดสินใจสาธิต “เครื่องควบคุมสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ” ที่แท้จริงคือลูกชิ้นติดด้ายยาวโยงกับไม้ และจังหวะนั้นโกโก้ก็กระโจนงับลูกชิ้นลากคนทั้งทีมบนเวทีไปติดกับพื้นผ้าฉาก ถุงขนมกระจายเต็มพื้น
กรรมการตัวจริง หัวเราะก่อนถามเสียงนุ่ม “ความตั้งใจเบื้องหลังแผนนี้คืออะไร?”
ปิงกลืนน้ำลาย ตอบเสียงตรง “บางทีมิตรภาพช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปได้ แม้เราจะไม่ได้รางวัล แต่ถ้ามีเพื่อนแบบนี้ ทุกวันก็สนุกเหมือนงานแฟร์!”
ทุกคนปรบมือ อาจารย์ใหญ่ยิ้มกว้าง ถาม “แล้วใครคือโกโก้กับลูกรอก?”
ต๋องหันไปผลักเพื่อน “นี่สิหัวใจทีมเรา!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีก ปิงลูบหัวโกโก้ “ไว้ปีหน้าจะไม่ลืมเช็กชื่อแล้ว…”
ต๋องตอบขำๆ “นายคิดว่างั้นเหรอ? ยังมีลิสต์ ‘น้องกะละมัง’ รอจ่อปีหน้า!”
ผู้ชมเงียบไปครู่เดียวก่อนระเบิดเสียงหัวเราะ ทุกอย่างจบลงด้วยบรรยากาศอบอุ่น ทุกคนเอ็นดูความเอ๋อและใจสู้ของเพื่อนซี้สองคนนี้ โดยเฉพาะเมื่อทั้งคู่ยกมือไหว้ขอโทษพร้อมกันว่า “ปีหน้า หนูจะรอบคอบขึ้นครับ!”