มิตรภาพของสีรุ้ง
เสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนดังแทรกกับเสียงเพลงที่ดังออกมาจากลำโพงในห้องเรียน มันเงียบสงบในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะที่พวกเขากำลังรอคุณครูเข้ามาเรียน วิลลี่นั่งเท้าคางมองยิมเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ตรงข้าม สีหน้าของยิมสดใส คล้ายกับว่ามีสีรุ้งบินวนอยู่รอบตัวเขา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มึงรู้ไหม ที่ไปดูหนังเมื่อเช้าสนุกจัง” ยิมพูดชื่นชม จะต้องมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแน่ในวันหยุดที่ผ่านมานี้
“ก็ดีอยู่หรอก แต่กูกลับไม่ค่อยสนุกเท่าไร” วิลลี่พูดเสียงเบา สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปท่ามกลางความเฮฮาของเพื่อนๆ
ยิมแอบสังเกตอาการของวิลลี่ เขาเคยรู้จักกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ สมัยที่ยังไม่มีปัญหาทางการเงินและปัญหาครอบครัว และตอนนี้วิลลี่ดูเหมือนภาระบางอย่างกำลังทับถมอยู่ในหัวใจเขา
“ถ้ากูชวนไปดูอีก มึงจะไปกับกูไหม” ยิมถามแล้วยิ้มให้ วิลลี่ไม่ตอบ แต่มีแววตาเงียบสงบเหมือนทุกอย่างอยู่ที่จุดเปล่า
หลังจากเลิกเรียนทั้งสองคนก็เดินกลับบ้านทางเดียวกัน วิลลี่มักจะเดินอย่างเงียบๆ ในขณะที่ยิมจะพูดไม่หยุด พวกเขาแบ่งปันทุกอย่างกัน อารมณ์ทุกอย่างที่ค้างอยู่ในหัวใจ
“เอาจริงๆ นะ กูไม่อยากเป็นภาระมึง” วิลลี่พูดขึ้นในที่สุด ทำให้ยิมต้องชะงักคำพูด
“ทำไมมึงถึงคิดแบบนั้น” ยิมถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่กลิ่นของความหวั่นวิตกเริ่มเข้ามาแทนที่เสียงหัวเราะ
“นี่แหละ ทำให้กูรู้สึกไม่สบายใจ” วิลลี่ตอบระหว่างที่มองไปยังถนนที่มีความวุ่นวาย ทั้งเสียงรถราที่แล่นผ่านและผู้คนที่เดินไปมา
จนเมื่อค่ำคืนมาถึง วิลลี่เริ่มเข้านอนพร้อมอาการวิตกกังวล บางครั้งเขายังคิดถึงคำพูดที่ว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนจะไม่มีวันเปลี่ยน และไม่มีการรักกันระหว่างเพื่อน”
เช้าวันถัดมา วิลลี่ตัดสินใจที่จะบอกความลับที่เก็บซ่อนไว้ แต่สิ่งที่เขาคิดกลับสร้างอาการตื่นเต้นอยู่ในใจ ในขณะที่เพื่อนๆ รอบตัวเขายังคงคิดว่าสิ่งที่เขาจะบอกนั้นจะเป็นการทดลองที่ไม่ควรเกิด
ที่โรงเรียน การพูดคุยเกี่ยวกับความรักเริ่มรุนแรงมากขึ้นต่างจากทีเดิม วิลลี่เองก็กำลังเจอปัญหาชีวิต ด้านที่บ้านของเขากลับเต็มไปด้วยการทะเลาะและความไม่ลงรอยกัน
จนคืนหนึ่งหลังจากเลิกเรียน บรรยากาศเริ่มแปลกๆ เมื่อยิมชวนวิลลี่ไปที่สนามเด็กเล่นรุ่นเก่า มันเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ ทุกอย่างกลายเป็นเพียงแค่สีดำและขาว ความรู้สึกที่น่าหลงใหลและน่าสะพรึงกลัว
“มึงว่าเราเป็นเพื่อนกันตลอดไปไหม” ยิมถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่ใจของวิลลี่กลับสั่นไหว เขารู้สึกถึงการเดินทางที่ยาวนานของพวกเขา
ชั่วครู่ที่เงียบลงนั้นก็มีเสียงสีหน้าของยิมเป็นคำตอบ วิลลี่พยายามจะบอกสิ่งที่อยู่ในใจ
“กู…”
ก่อนที่เขาจะบอก ยิมกล่าวขาดขึ้นมา “อย่าเลยดีกว่าเดี๋ยวมันจะยุ่งเหยิงกว่า”
กระแสที่เกิดขึ้นทําให้วิลลี่รู้สึกไม่ชอบแต่อยากเลือกเขาพูดออกมา ความจริงของเขาถูกซ่อนอยู่ในเกือบทุกช่วงเวลา
บรรยากาศวุ่นวายของผู้คนรอบตัวส่งเสียงดังมาจากข้างหลังเสียจนมันไม่มีทางที่จะบอกได้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
ปลายปีนั้นกลายเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของทั้งสอง การสอบเสร็จเป็นการชี้ชะตาทางชีวิต เมื่อสาวๆ พูดคุยถึงความรักต่างก็มีการโรแมนติกกันทั้งในกลุ่ม ในขณะที่วิลลี่ยังคงคิดถึงมุมมองที่มีกับยิม ขณะที่เขาได้รับการแนะนำจากครูให้รับทุนเรียนต่อ
ในขณะที่การแข่งขันกีฬาของโรงเรียนเข้มข้นขึ้น วิลลี่รู้สึกถึงความคาดหวังที่กดทับอยู่ข้างใน เขาอยากจะพิสูจน์ตัวเอง แต่บางครั้งคำพูดของยิมก็ดังในหัวเขา
“มึงต้องกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง” ยิมพูดมาหลายครั้งสดงการขับดันภายใน
ตรงนั้นเองที่วิลลี่ไปพบกับความลับของพ่อแม่ที่เคยถูกปิดบัง เมื่อเขาได้เรียนรู้ว่าพ่อแม่ซ่อนความเจ็บปวดและทะเลาะกันในยามกลางคืน
วันหนึ่งยิมตั้งใจที่จะยืนยันกับวิลลี่ว่า “มิตรภาพของเรานั้นแข็งแกร่งพอที่จะไม่ให้ความรู้สึกใด ๆ ทำลายมันได้”
วิลลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนเพลีย แต่ระหว่างนั้นเองกลับมีการประกาศผลสอบที่ทำให้ทุกคนในโรงเรียนตั้งตัวไม่ติด ทุกคนเริ่มมองและพูดคุยกันถึงความฮือฮาเกี่ยวกับผลการสอบ
“กูไม่ได้คะแนนดีเท่าไร แต่ก็… จะไม่ให้เป็นภาระมึง” วิลลี่พูดขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว มันชัดเจนว่ามีความอึดอัดอยู่ในบทสนทนา
เวลาผ่านไป สถานการณ์ทุกอย่างเริ่มรุนแรงขึ้น ความรู้สึกที่ซับซ้อนเริ่มทำให้ทุกคนรู้สึกถึงการเสียสละและการเติบโต การแข่งขันแต่ละอย่างกลายเป็นความกดดัน
จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งในงานเลี้ยงโรงเรียน แสงไฟส่องสว่างไปทั่วสนาม เมื่อทุกคนร่วมกันเต้นรำ ยิมกลับพบว่าบางทีมันไม่ใช่ความรักที่เขาคิด ว่าจะแปรเปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกที่จริงจัง
“นี่มันไม่ใช่แค่การเต้นรำ” ยิมคิดในใจ ขณะที่วิลลี่ยืนอยู่คนละมุม มุมของเขาเต็มไปด้วยความหรูหราและการสนทนา
ท่ามกลางเสียงเพลงและความสุข เสียงวุ่นวายเริ่มเบาลง เสียงหัวเราะคล้ายจะหายไป สิ่งที่ยิมได้ยินคือเสียงหัวใจของวิลลี่
เมื่อกลับมาตัดสินใจในหัวใจ ทั้งสองกำลังตัดสินใจที่ต้องเสี่ยง ในขณะที่ผลกำลังขาดจะมีส่วนสำคัญต่อมิตรภาพ พวกเขาจะรักษามิตรภาพและพัฒนาความรักนี้ให้ดีขึ้นได้หรือไม่
โดนคำพูดสุดท้ายจากยิม “เราจะไม่ยอมให้มิตรภาพของเราเป็นสำหรับการลงคะแนน” วิลลี่นึกภายใน พร้อมกับที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทาง
ท้ายสุด ทุกปมที่ผูกกันในความรักความสัมพันธ์ ทำให้วิลลี่ได้ตัดสินใจที่ชัดเจน เกิดความหมายที่เต็มไปด้วยสิ่งที่จริงและจริงใจ แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่
“กูจะเสี่ยง” เขามั่นใจในใจ เมื่อเย็นวันหนึ่งแสงดวงอาทิตย์เริ่มตก จนไม่เหลือแสงไฟและความอบอุ่น ถึงแม้ว่าจะสูญเสียในใจ แต่เมื่อมิตรภาพยังคงอยู่ ก็ไม่มีอะไรกดดันขึ้น