ฤดูฝนที่เปลี่ยนเรา
เสียงฝนโปรยลงกระจกหน้าต่างออฟฟิศ ทำให้บรรยากาศเช้าวันจันทร์ในเดือนมิถุนายนดูหนาวและบางเบาไปพร้อม ๆ กัน พิม หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกระโปรงเข้ารูป นั่งพลิกแฟ้มงานบนโต๊ะไม้ด้านมุมสุดของออฟฟิศ ทีมครีเอทีฟกำลังเร่งทำพรีเซนต์สำหรับแคมเปญใหม่ ‘ฝนโปรยโปรโมชัน’ ที่ลูกค้ากำหนดเส้นตายสุดโหดอีกห้าวันข้างหน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงประตูแก้วเลื่อนเปิดดังเบา ๆ ก่อนที่สินจะเดินก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ กลิ่นอายของคนเพิ่งวิ่งฝ่าฝนมาถึงยังติดตัว เสื้อแจ็กเก็ตเปียกชื้น รองเท้าผ้าใบเปื้อนน้ำ
“ขอโทษครับ พอดีลืมร่มไว้ในแท็กซี่” เขาเอ่ยเสียงต่ำ พยายามปั้นหน้ายิ้มส่งให้พิม พิมไม่ได้ตอบ เพียงโน้มตัวไปกดสไลด์บนแล็ปท็อปโชว์ไอเดียใหม่นิ่ง ๆ
“เราจะเริ่มประชุมเลยนะ สิน เตรียมอัปเดตงานในส่วนนายมาให้ด้วย” เธอพูดโดยไม่เหลือบตามองเขา
สินสบตาคนอื่น ๆ ในห้องอย่างกระอักกระอ่วน แล้วยื่นแฟ้มงานออกมา “ผมมีคอนเซ็ปต์ที่ลองเขียนไว้คร่าว ๆ ครับ แต่อาจจะไม่ถูกใจพี่”
เสียงสายฝนข้างนอกกลบความเงียบในห้องประชุม ทุกคนต่างก้มหน้าอ่าน สินนั่งนิ่ง มือกำแก้วกาแฟเย็น ใจคอไม่ดี ทุกทีที่ต้องเสนอไอเดีย พิมมักจ้องจับผิดความคิดของเขาเสมอ
“มันเสี่ยงไปมั้ย ถ้าเราคิดอะไรแปลกแบบนี้ ลุกค้าจะกล้าลองหรือเปล่า?” พิมเงยหน้าถามเสียงราบเรียบ
สินสบตาเธอ พลางยักไหล่ “แต่ถ้าไม่เสี่ยงบ้าง…เราก็ไม่มีอะไรใหม่ ๆ สักที”
“แล้วถ้ามันพังล่ะ ใครจะรับผิดชอบ?” พิมหรี่ตาจ้องตรง
สินหัวเราะแห้ง ๆ “คงต้องผมนั่นแหละ” เขาเว้นจังหวะ “แต่ก็พอใจที่ได้ลองจริง ๆ นะครับ”
ในการประชุมวันนั้น ไอเดียของสินถูกเลื่อนไปไถ่ถาม และจบลงที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ทว่าเขายังแอบเห็นแววตาเหมือนมีอะไรในใจเธอ หลังจบประชุม พิมเดินเข้าห้องเก็บของเงียบ ๆ เหมือนต้องการเวลาพัก สินประจวบเหมาะเดินเข้าไปสอดส่อง
“พี่พิม…รำคาญรึเปล่า ที่ผมกล้าเถียง?”
เธอนิ่งไป “ไม่หรอก แค่บางทีเราต้องคิดถึงทีม มากกว่าความฝันของตัวเอง”
สินได้แต่ยิ้มเศร้า ๆ “บางที…ผมก็แค่กลัว อยากพิสูจน์ว่าผมไม่ได้ธรรมดา แต่มันก็เหนื่อยนะครับ”
เสียงฝนข้างนอกราวกับกลายเป็นฉากหลังของคำสารภาพเหล่านี้ พิมหันมามองเขานิ่ง ๆ ดวงตากลมโตนั้นเว้าวอนเล็กน้อยเหมือนคอยคุ้มกันหัวใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา
บ่ายวันเดียวกัน นิโลบล-เพื่อนในทีม เดินเข้ามาตบไหล่สิน “พี่พิมเคยโดนไล่ออกจากโปรเจกต์ใหญ่ตอนช่วงอายุเราเลยนะ นายรู้เปล่า?”
เขาสะดุ้ง “เธอเก่งขนาดนั้นอะนะ?”
“ก็เพราะเก่งเกิน เลยยึดทุกอย่างไว้คนเดียว สุดท้ายคุมไม่ไหว ทีมล่มหมด พิมเลยระวังตัวมาตลอด” นิโลบลกระซิบเบา ๆ ท่ามกลางเสียงฝน
วันถัดมา สินต้องออกไปสำรวจพื้นที่จริงกับพิมเพื่อเก็บบรรยากาศร้านกาแฟ คาเฟ่เล็ก ๆ ย่านสุขุมวิทเต็มด้วยกลิ่นกาแฟและเสียงฝนโปรย
ระหว่างถ่ายรูป สินสะดุดพื้นเปียกจนเซเกือบล้ม พิมคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน เขายิ้มแหย “บางทีผมก็เปิ่นเกินจะทำงานนี้เนอะ”
“ทุกคนมีข้อผิดพลาดได้” เสียงเธอฟังดูอ่อนลง พลางถอนหายใจ “แต่ข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ มันน่ากลัว”
สินจ้องหน้า “แล้วพี่ล่ะ? กลัวข้อผิดพลาดไหม?”
พิมนิ่งไป ก่อนถอนสายตา เธอเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็เงียบ
รถไฟฟ้าแน่นขนัดตอนเลิกงาน สินกับพิมต้องเบียดกันยืน พิมแบกคอมหนัก สินสังเกตเห็น “เพราะพี่ไม่วางใจใครเลยต้องทำเองหมดสินะ”
“ถ้านายเห็นความล้มเหลวในอดีตของพี่ นายคงเข้าใจ…ทำไมพี่ไม่กล้าปล่อย” เธอพูดเสียงเบาจนเกือบกลืนเสียงรถไฟ
คืนนั้นฝนตกหนักอีกครั้ง ระหว่างพิมรอแท็กซี่นานจนคนเริ่มกลับหมด สินเดินมานั่งข้าง ๆ ในศาลาเล็ก ๆ
“พี่…ทำไมถึงเลือกยังไม่กลับบ้าน สู้รอฝนหยุด?”
“กลัวรถติด กลัวเปียก กลัวจะไม่มีใครโบกรถให้” เธอกลั้นยิ้มแผ่ว ๆ
“แต่บางที ถ้าเราไม่ลองเสี่ยงบ้าง…เราอาจจะพลาดเรื่องดี ๆ ที่กำลังรออยู่” สินพูดเสียงเรียบ ๆ
เงียบระหว่างทั้งคู่ สายฝนโปรยหนัก แต่ต่างฝ่ายต่างยังอยู่ข้างกันในศาลานั้น
เช้าวันใหม่ แคมเปญใกล้วันพรีเซนต์ สินทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่ไอเดียเขายังไม่โดนใจพิม “มันยังขาดอะไรไป…ความรู้สึกจริง ๆ” เธอช่วยชี้ให้
“ก็เพราะพี่ระวังตัวจนเกินไป คนอื่นถึงแตะใจใครไม่ได้ไง” สินพูดแผ่วเบา
เขาเห็นเธอนิ่งงัน พลางเอื้อมมือไปปิดคอมของเธอ “นี่ ลองปล่อยบ้าง ลองเชื่อน้องทีมสักที”
พิมหลบสายตา “พี่กลัว…การให้อภัยตัวเอง สำหรับข้อผิดพลาดใหญ่เกินจะลืม”
สินนั่งข้าง ๆ ไม่พูดต่อ แต่แววตาเขาตั้งใจขึ้นมา ความเข้าใจเกิดขึ้นในความเงียบแบบที่ไม่ต้องพูดอีก
ทีมครีเอทีฟโต้เถียงกันหนักเรื่องไอเดีย พิมกับสินกลายเป็นคู่กัดที่ทีมขนานนาม ทุกครั้งที่ปะทะ สารบางอย่างค่อย ๆ กาลังเกิด พิมสังเกตว่าสินมีเสน่ห์บางจุดที่แตกต่างจากชายคนอื่นที่เธอรู้จัก ไม่ค่อยฟังคำสั่งแต่ซื่อสัตย์ในความคิดตนเอง
เช้าวันหนึ่ง สินลาป่วย พิมเดินออกมาดูฝนและมองเก้าอี้ว่างเปล่า ความรู้สึกวิตกกังวลแบบไม่รู้ตัวเกิดขึ้น พอสินกลับมาด้วยหน้าซีด เธอพยายามไม่แสดงความห่วง แต่บทสนทนาแปลก ๆ หลุดออกมา
“หายไปไหนมา?” เธอพูดเสียงแข็ง
“เป็นไข้…ทำงานคืนจนไม่ได้พัก…ไม่ต้องห่วงหรอกพี่” เขาหลบตา
พิมนิ่งไป ก่อนเอายาดมมาโยนให้ “อย่าให้ต้องมีใครมาดูแลบ่อย ๆ เสียภาพลักษณ์ทีม”
สินหัวเราะเบา ๆ พรายยิ้มที่มุมปาก “แต่ถ้ามีใครสักคน…ผมก็ไม่รังเกียจนะครับ”
คืนนั้น พิมกลับบ้านฝ่าฝน นั่งอยู่ในรถ เธอเปิดเสียงข้อความอ่านข้อความเก่าจากเพื่อน “ถึงเวลาต้องปล่อยอดีต อย่ากลัวการเริ่มใหม่” พิมหลับตานิ่ง น้ำตาไม่ไหล แต่หัวใจเหมือนจะอ่อนแรงลง
งานพรีเซนต์ใกล้มาถึง พิมให้โอกาสสินและทีมลองเลือกไอเดียที่เสี่ยงที่สุด เธอเอ่ยเสียงเรียบ “ถ้าเละแบบครั้งนั้น…ฉันจะยอมลาออก”
“แต่ถ้าสำเร็จ…พี่ต้องยกเครดิตให้น้องทีมคนนี้ล่ะ” สินส่งยิ้มมุมปาก
คืนก่อนวันนำเสนอ ทีมงานนั่งล้อมวงกันแก้ไฟล์งาน สินหลับไปเงียบ ๆ ข้างโต๊ะ พิมเดินผ่านมา เอาเสื้อคลุมบาง ๆ คลุมให้ ลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนนั่งเงียบ ๆ มองหน้าเขาอย่างที่ไม่เคยเปิดเผย
“ทำไมถึงไม่ไว้ใจคนอื่นเลยนะ…” เธอพูดกับตนเองแผ่ว ๆ
เช้าวันพรีเซนต์ ลมหายใจทุกคนติดขัด สินเดินถือแฟ้มแน่น พิมประคองทีมขึ้นเวที ในห้องประชุมหรู ลูกค้าฟังไอเดียใหม่ที่ต่างจากเดิม
สินเสนอด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เราเชื่อว่าความกล้าที่จะเป็นตัวเองในวันที่เปียกปอน คือสิ่งที่ทำให้คนอยากออกมาสัมผัส”
พิมนั่งมองผลงานของทีม ความภูมิใจค่อย ๆ ทะลักขึ้นมา ลูกค้ายิ้มชอบใจ
หลังประชุมสิ้นสุด ทุกคนดีใจสุดขีด เฉลิมฉลองเล็ก ๆ แต่พิมกลับเดินออกไปข้างนอกคนเดียว เธอซึมแปลก ๆ สินเดินตามไป
“ทำไมพี่เศร้า?”
พิมยิ้มบาง ๆ “พี่ไม่รู้เหมือนกัน…มันเหมือนใจโล่งแต่ก็กลัวจะเสียทุกอย่าง”
สินเอื้อมมือแตะไหล่ ขณะยืนใต้ฝนโปรย “ทุกอย่าง…แม้แต่ความรู้สึกดี ๆ งั้นเหรอ?”
พิมหันมาสบตาเงียบ สายฝนเริ่มหนักขึ้น สินมองเธอนาน ๆ
“พี่กลัวการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า?” เขาถามช้า ๆ
เธอพยักหน้าเบา ๆ “กลัวเสียคน กลัวเสียศรัทธา…แต่ยิ่งเห็นทีมโต ยิ่งกลัวตัวเองเป็นจุดอ่อน”
สินพยักหน้า “ถ้าไม่ลอง…เราจะรู้ได้ยังไงว่าสุดท้ายมันดีหรือไม่ดี?”
เงียบเย็นเคลือบอยู่ระหว่างคนทั้งสอง ต่างกลืนคำบางอย่างไว้ ระบบหัวใจเต้นเร็วแบบที่ไม่มีใครยอมสารภาพตรง ๆ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ทุกอย่างดีขึ้น ทีมได้รางวัลโฆษณาฝนยอดเยี่ยม พิมได้รับคำชม ทีมอบอุ่นขึ้น แต่สินเริ่มห่าง เธอถามนิโลบล นิโลบลบอกว่าสินไปสมัครบ.เอเจนซี่ต่างชาติ กำลังตามความฝันที่อยากพิสูจน์ตัวเอง
“บางที…เขาไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ตลอดไป” นิโลบลส่ายหน้า
พิมใจหล่นวูบ เหมือนสายฝนเทลงตรงที่นั่งอยู่อีกครา
เย็นวันหนึ่ง สินแวะมาลา “ผมกำลังจะไปลอนดอน…ขอเวลาสักพักครับ”
เธอนิ่ง “แล้ว…เราจะได้เจอกันอีกมั้ย?”
“ไม่รู้เหมือนกัน…” เขาเว้นจังหวะ “แต่ถ้าวันหนึ่งผมพร้อมโตพอ…อย่าเพิ่งลืมผมนะครับ”
เสียงฝนซัดกระทบหลังคา ทั้งคู่ต่างนิ่ง พิมกัดริมฝีปาก
“ผม…ขอบคุณที่เป็นคนแรกที่เชื่อในสิ่งที่ผมเป็น”
“ขอบคุณที่กล้าเป็นตัวเองจนทีมกล้าโต” เธอยิ้มบาง ๆ
สินเดินออกจากศาลา ทีละก้าว สายฝนยังตกไม่หยุด
ฤดูฝนผ่านไป ฤดูหนาวมาแทน พิมยังคงเป็นหัวหน้าทีม ผู้ไว้ใจลูกน้องมากขึ้น สายตาเธอยามเจอสายฝน ไม่มีอีกแล้วความกลัวแบบเก่า
คืนนั้น อีเมลฉบับหนึ่งปรากฏขึ้น…
“ผมพร้อมแล้ว และอยากกลับมาเริ่มใหม่…ยังมีที่ให้ผมไหม?”
พิมยิ้มท่ามกลางเสียงฝนหน้าต่าง เปิดไฟ Desklamp เหนือโต๊ะ หนึ่งฤดูฝนที่เปลี่ยนเราไปตลอดกาล