รักปลิดเทียน
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านต้นมะม่วงสีเขียวสดในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ยามที่ฝูงนกเริ่มร้องเป็นเสียงประสานกัน หญิงสาวชื่อปลิดยืนอยู่ที่ลานบ้านหลังเล็ก ขณะที่สายลมอ่อน ๆ โบกผ่าน เธอรู้สึกถึงกลิ่นดินที่เปียกชื้นหลังฝนเริ่มหยุดตกเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา วันนี้ไม่เหมือนวันอื่น ๆ เพราะมันเป็นวันแรกที่เธอจะได้พบกับบรรดานักเรียนใหม่ในโรงเรียนมัธยมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล แค่คิดถึงก็ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอได้ยินเสียงของแม่ที่เรียกให้ช่วยทำอาหารมื้อเช้า ในขณะที่ภาพของเขาที่นางฟ้าในฝันลอยวนอยู่ในหัวใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในขณะที่ปลิดทำอาหาร เธอรู้สึกถึงความไม่สบายใจคล้ายมีบางสิ่งที่หลอกหลอนใจขณะเตรียมอาหารเช้า แม่ของเธอยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อช่วยสอนวิธีทำข้าวต้มให้เข้าใจดียิ่งขึ้น “ปลิดทำการบ้านอย่างตั้งใจนะ เดี๋ยวจะได้เลขที่ดี” แม่เตือนเสียงอ่อน นั่นทำให้ปลิดยิ้ม แต่ลึก ๆ แล้ว เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งหมดจะเปลี่ยนไปหลังจากที่ชายหนุ่มที่ชื่อเจตน์ย้ายเข้ามาในหมู่บ้านนี้
เมื่อถึงเวลาไปโรงเรียน ปลิดปั่นจักรยานเพื่อตรงไปที่โรงเรียนความรู้สึกกระวนกระวายเริ่มเต้นในใจ เมื่อถึงโรงเรียน ผู้คนมากมายยืนรอบ ๆ จนทำให้เธอหายใจไม่เต็มที่ เจตน์ยืนอยู่ด้านหน้าและกำลังทำอะไรบางอย่างที่คล้ายกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบสอบกลางภาค ในใจของปลิด ความรู้สึกปรารถนาบวกกับความหวาดหวั่นชายที่เต็มไปด้วยความลับ ทำให้เธอต้องเผชิญกับความจริงทางอารมณ์
“ปลิด! นี่ เจตน์” เสียงของเพื่อนชายที่ชอบซุบซิบเรียกหาเธอจากด้านหลัง ทำให้ปลิดหันไปเจอกับเจตน์ยิ้มอยู่ที่มุมปาก “อย่าลืมส่งการบ้านด้วยนะ” เจตน์พูดเสียงเบา แต่ลึก ๆ เขาก็ซ่อนความรู้สึกที่จริงจังกับการสอบนั้น ทำให้ปลิดรู้ว่าเขาแค่ต้องการขอให้เธอช่วย’ นั่นก็ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้น”
ช่วงเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในโรงเรียนเริ่มตึงเครียด โดยเฉพาะในช่วงที่นักเรียนต้องเผชิญกับการสอบกลางภาค ทุกคนนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะเรียน ปลิดมีความวิตกกังวลที่ต้องแอบมองเจตน์ที่นั่งอยู่หลังเธอ มีความไม่สบายใจเกี่ยวกับความกลัวที่ส่งผลต่อการรู้สึกว่าเธอไม่ดีพอ ในขณะที่เจตน์ก็มีพฤติกรรมที่แปลกเพราะพยายามที่จะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ในชีวิตของเขา ขณะที่สิ่งที่เขาทำกลับกำลังทำให้ปลิดรู้ว่ามีบางอย่างที่เขาซ่อนอยู่
ยามเย็น เบื้องล่างพื้นดินเริ่มมีเสียงของการสนทนา เสียงหัวเราะ และเสียงน้ำหยดจากหลังคา ผสมผสานกับบรรยากาศอันอบอุ่นธรรมชาติ กลุ่มเพื่อนของปลิด เสน่ห์และความสนุกสนานขึ้นมาอีกครั้ง เป็นโอกาสที่ดูเหมือนว่าทุกคนจะได้พบกัน เจตน์ปรากฏตัวขึ้นตรงกลาง และปลิดรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวจากการสบตาที่ทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตในใจ เธอภาวนาให้ความรู้สึกต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นแล้วให้ในทันใด
เมื่อเห็นกันมากขึ้น ปลิดและเจตน์เริ่มพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ตลอดเวลาที่ได้อยู่กันใต้ค่ำคืนที่มีพระจันทร์ส่องแสงนวล เขาได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความลับในครอบครัวของเขาที่ยังไม่เคยบอกใคร การที่เขาต้องย้ายมาที่หมู่บ้านนี้เกิดจากการที่พ่อของเขาต้องการหนีหนี้สินที่หนักอึ้ง นั่นหมายความว่ายังมีหลายสิ่งต้องทำก่อนไปรับผิดชอบในงานที่บ้าน และนั่นทำให้เจตน์กลายเป็นหนี้ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของเขา แต่เขายังต้องประคองความรู้สึกของปลิดได้ด้วยความเข้าใจ
ภัยพิบัติเกิดขึ้นเมื่อมีข่าวลือในหมู่บ้านเกี่ยวกับการหายตัวไปของชายหนุ่มที่ยังไม่มีคู่ให้เทียบเคียง ทุกคนเริ่มร้อนใจ เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ปลิดรู้สึกถึงความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อนึกถึงความรู้สึกที่หอบห่ออยู่ในใจ เธอพยายามหาทางช่วยเจตน์ออกจากปัญหา โดยไม่รู้ว่าความรักของพวกเขาต้องเผชิญกับความจริงที่ซ่อน ถึงแม้ว่าความรักของพวกเขาจะเกิดขึ้นอยู่อย่างสวยงาม แต่ความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้กลับทำให้เพิ่มความตึงเครียดโดยไม่สามารถควบคุมได้
เมื่อนึกถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรในการแข่งในครั้งนี้ ปลิดกับเจตน์เกิดการโต้เถียงกันอย่างร้อนแรง เกิดขึ้นในที่มืด เมื่อเธอเลือกที่จะเดินออกจากห้องและเจตน์ตามไป เป็นจังหวะที่บรรยากาศรอบข้างเริ่มแปรปรวนอย่างมีนัยยะสำคัญ ในใจของปลิดเกิดความผิดหวังเพราะเขาไม่สามารถให้คำตอบกับความรักของเธอได้ และนั่นทำให้เกิดการทดสอบจนท้ายที่สุดระหว่างทั้งสองคน
หลังเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ดึงจิตใจ ดึงหัวใจให้มาชุมนุมตรงนี้ ความจริงบางอย่างก็เริ่มถูกเปิดเผย ทุกคนรวมถึงปลิดได้รับรู้ถึงเราได้รับรู้ถึงชีวิตและรอการกลับมาของคนที่หายไป ซึ่งส่งผลให้ความรักของพวกเขาต้องเสี่ยงต่อการถูกทำลายไปอีกครั้ง ปลิดต้องตัดสินใจว่าเธอจะยอมเสี่ยงเพื่อรักษาความรักหรือจะตัดสินใจเพื่อไปตามลำพัง การต่อสู้ท่ามกลางอารมณ์นี้ส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
คืนหนึ่งที่อบอุ่น ท่ามกลางแสงดาวที่เต็มท้องฟ้า ปลิดนั่งอยู่บนโต๊ะไม้ซึ่งอยู่ข้างนอกระเบียงบ้าน เธอเห็นเจตน์เดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ในมือ “ปลิด จะพยายามอยู่ข้าง ๆ คุณ ผมไม่ต้องการให้คุณต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น” เจตน์เอ่ยเสียงเคลื่อนไหว ไม่นานนัก รูปไม่ค่อยชัดเจนจนเธอเริ่มกระวนกระวาย.Frame of the moment ถูกแทนที่ด้วยการหายไปของดอกไม้ที่ไม่ควรมีที่ไหนสักแห่งนี้ ด้วยความรู้สึกที่ทำให้เธอค้นพบความจริงที่ว่า หากไม่มีเขา ตนเองจะรู้สึกสูญเสียในชีวิตราวกับมีส่วนที่ยังขาดหายไป จบไปด้วยความวุ่นวายและเศร้าใจ
ความรู้สึกเชิงลึกเริ่มส่งผลซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสุข ปลิดตัดสินใจยอมรับความจริง ตั้งใจว่าจะช่วยเขาในทุกวิถีทาง แม้ว่าจะถูกตราหน้าว่าเป็นความรักต้องห้ามเพียงใด ในที่สุด ทั้งสองคนร่วมมือกันสร้างเส้นทางใหม่ที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างกันให้เป็นเหมือนเช่นเดิม
สุดท้าย ปลิดมีความกล้าหาญและมองเจตน์ในดวงตา “ในวันที่เธอจะหยุดซ่อนความลับ อย่าลืมว่าอาจจะมีใครที่คอยอยู่เคียงข้าง” การเดินทางของพวกเขายังไม่จบ ขณะที่ดวงดาวสว่างอยู่บนท้องฟ้า สัญญาว่าจะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ แม้แสงดาวจะถ่ายทอดความเที่ยงตรงให้กับความรักไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งที่น่าติดตามคือ ยิ่งมีความลับมากเพียงใด ความรักก็ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นในนาทีที่มืดมนเหล่านั้น