รักต้องห้ามที่บ้านเลิกเช่า
บ้านเช่าหลังเก่าข้างตลาดไม้เก่าแก่ตั้งอยู่ในย่านกรุงเทพที่ไม่ค่อยมีใครสนใจอีกต่อไป สภาพอากาศร้อนอบอ้าว แสงแดดแยงจากทุกทิศทาง ขณะที่ต้นไม้ใบยอมหย่อนยาน เพราะฤดูร้อนมาเยือน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงชีวิตที่วุ่นวายจากผู้คนที่เดินไปมา ขายของในตลาดที่เต็มไปด้วยสีสันแต่ก็ขาดความสนใจ แต่ละคนต่างทำการค้าหาเงินตราเพื่อความอยู่รอด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เอ็ดเวิร์ด หนุ่มนักเรียนมัธยมที่มาจากครอบครัวแตกสลาย เฝ้ารอการมาถึงของมิวสาวน้อยที่เป็นที่รัก ถึงแม้เธอจะเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านเช่า ติดกัน แต่การสื่อสารของพวกเขามักจะเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความลับ และวันนี้เป็นวันหนึ่งที่พวกเขาต้องเผชิญกับความจริงเกี่ยวกับชีวิตที่ต้องเลือกเดิน
มิวเปิดประตูบ้านออกมา เจอเอ็ดเวิร์ดที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดในใจ “ทำไมช้าจัง” เสียงของเขาที่แสดงความคาดหวัง ผสมกับความไม่แน่ใจทำให้มิวรู้สึกเหมือนถูกกดดัน
“ฉันเพิ่งเสร็จจากการช่วยแม่ทำงานบ้าน” เธอรีบตอบกลับ ก่อนจะพยายามสร้างรอยยิ้มไว้ให้เขา แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความเครียดที่เก็บซ่อน
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปยังตลาดเพื่อหาสิ่งของมาใช้ทำอาหารในรูปแบบของพวกเขา แต่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันกลับมีแรงกดดันจากสายตาของคนในชุมชน โดยเฉพาะจากใจกลางของตลาดที่มีแม่ค้าคนหนึ่งคอยจับตามอง ทั้งสองรู้ดีว่าความรักของพวกเขานั้นไม่เป็นที่ยอมรับ จนต้องแอบซ่อนอยู่ในความมืดมิดของบ้านเช่า
“รู้ไหมว่าฉันไม่สามารถยอมรับความสัมพันธ์แบบนี้ได้” มิวเบื่อหน่ายพูด ในขณะที่แสงแดดส่องผ่านซุ้มไม้เขียวขจีที่พวกเขาเดินผ่านมา เปลือกไปภูมิทัศน์ที่โรแมนติกมากขึ้นแต่จิตใจของทั้งคู่กลับเหมือนอยู่ในที่มืด
เอ็ดเวิร์ดหันมามองมิว แววตาของเขาส่องประกายของความวิตก “แล้วเราจะทำยังไงต่อ” คำถามนั้นทำให้มิวต้องยืนหยุด อยากจะบอกว่าเธอเกลียดความจริง แต่กลับไม่สามารถได้
เมื่อถึงบ้าน แสงไฟสีเหลืองนวลให้ความรู้สึกเหมือนเข้ามาอยู่ในอีกโลกในขณะที่อยู่ภายในบ้านเลิกเช่าที่เต็มไปด้วยเสียงหายใจของพวกเขาที่ไม่สัมพันธ์กัน ในที่ที่ไม่มีเสียงใดๆ ทั้งสิ้น
กลางคืนตกลงมา บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความตึงเครียดระหว่างสองคน ความหวาดหวั่นจนนำไปสู้การระเบิดอารมณ์ “พวกเราจะต้องเลือก” เอ็ดเวิร์ดเป็นคนเริ่มออกเสียงขึ้นขณะสายตาของเขาปะทะหน้ามิว
หลังจากการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ความเงียบเข้าครอบงำคนทั้งสอง ไม่มีใครพูดอะไรอีก แค่เสียงใจที่เต้นอกหนักและยิ่งใกล้กันมากขึ้น มิวเปิดปากพูดขึ้นด้วยอารมณ์ที่ดึงความหวัง “ถ้าฉันต้องเลือก ฉันจะเลือกเธอไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร”
ในที่สุด วันคลี่คลายมากขึ้นเมื่อทุกคนในบ้านเช่าต้องรวมตัวเพื่อเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเขา การค้นพบความจริงนี้ทำให้ทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากอดีต และทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจเลือกกันอีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้นมีเสียงหัวเราะของเด็กๆ ในตลาดที่อยู่ใกล้ บ้านเช่าอบอุ่นขึ้นมาด้วยความหวัง แม้จะมีความเครียดที่เคยมีอยู่แต่พวกเขาร่วมกันต่อสู้เพื่อความมั่นคงทางใจในความรักและความเป็นมิตรกับคนในครอบครัว
โทนร้อนอบอ้าวของวันนี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของทั้งสอง แต่การตัดสินใจในวันนั้นคือจุดเริ่มต้นของก้าวใหม่ที่เติบโตขึ้นจากความรักที่ซ่อนเร้นและความจริงที่เผชิญหน้าได้
สุดท้ายนี้ ทั้งสองรู้ว่าความรักอาจจะยากลำบาก แต่ความหวังยังมี และพวกเขาจะไม่ยอมแพ้