เงาสะท้อนแห่งคฤหาสน์ริมทะเล
เสียงคลื่นซัดกระทบหน้าผาหินหน้าคฤหาสน์ร้างดังสม่ำเสมอ เสียงนกทะเลแว่วล้องแข่งกับเสียงลมพัดใบสน ขนมกรอบในกล่องแตกหักจนแทบไม่เหลือกลิ่นหอม ลี นั่งจ้องกระจกในห้องรับแขกเก่า มือยังถือซองจดหมายที่ถูกเชื้อเชิญให้มาที่ ‘คฤหาสน์อมรินทร์’ สองตาเขาซ่อนทั้งความหวาดระแวงและแรงต้านทานความกลัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ณ ริมประตู เป็นรัตน์ เด็กหนุ่มรูปร่างสูง ผมหยักศก สวมเชิ้ตเก่าๆ สายตาเจือความดื้อรั้น เขาไม่พูดอะไร แค่โยนเป้ลงแล้วเดินเข้าไปนั่งขัดขาที่พื้น เยื้องตัวกับลี “ที่นี่…โคตรหลอนเลยว่ะ” รัตน์กระซิบแบบไม่อยากให้ได้ยินชัดนัก
มีนา หญิงสาวผมสั้น ใส่แว่น กลิ่นเครื่องสำอางจางๆ ลอยคลุ้งบนตัว เธอลากกระเป๋าเดินเข้ามา ถามเสียงเบา “พวกนายก็ได้จดหมายแบบฉันเหรอ?” เธอสบตาลี ต่างฝ่ายต่างอ่านแววตากันและกันผ่านเงากระจกบานใหญ่ที่ตั้งขวางห้อง บางสิ่งในนั้นเหมือนหลบเร้นอยู่ในเงา
โซนหนึ่งของกำแพงถูกปกคลุมด้วยเชื้อราสีดำ ราวกับรอยมือดัน ทุกคนรู้สึกไม่ชิน “ฉันว่านี่ต้องมีใครแกล้งแน่เลย” รัตน์พึมพำแล้วชม้อยมองไปด้านหลังราวกลัวว่าอาจมีใครซ่อนอยู่ “แล้วทำไมต้องเรียกเรามาแก้คำสาปด้วย?” ลีถามเสียงสั่นนิด ลมหายใจเขายาวขึ้น มีนาขยับใกล้ทีละน้อย
อยู่ๆ ประตูเหล็กบานใหญ่ปิดลงเอง เสียงดังสนั่น เด็กทั้งสามสะดุ้ง หัวใจเต้นแรง ทุกคนรีบลุกยืนลีตะโกน “มีใครอยู่ไหม!” ความเงียบกลับมาแทนที่
“เดี๋ยว…ในกระจกเมื่อกี้ นายเห็นอะไรไหม?” รัตน์พูดเบาหวิว ทุกคนเงียบ มีนาเดินไปใกล้กระจก เธอสูดหายใจลึก ก่อนจะเอื้อมมือแตะ เงาตัวเองบิดเบี้ยวยิ้มเย็นกลับมาให้เธอ
กลิ่นเกลือเข้มข้นขึ้น ลมหายใจขาดห้วง พวกเขารวมตัวกันเดินสำรวจรอบคฤหาสน์ใหญ่แห่งนี้อีกครั้ง ลีซ่อนมือสั่นไว้ในกระเป๋ากางเกง “ถ้าอยู่กันด้วยกันก็ไม่น่ากลัวใช่ไหม?” เขาเสียงเครือ มีนาไม่ตอบ เธอหมุนหัวไปทางรัตน์ แววตาพยายามเข้มแข็งเกินจริง
บรรยากาศเบิกร้าง มีเพียงเสียงส้นเท้ากระทบบันไดไม้เก่าเร่งจังหวะเหมือนใจที่เต้นแรง ทุกคนใจกล้าก้าวขึ้นชั้นบน เงาสะท้อนในกระจกริมโถงบิดเบี้ยวผิดปกติขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นหน้าของใครสักคนที่ไม่มีอยู่จริง
ทั้งสามพบซองจดหมายอีกหนึ่งใบวางในห้องนอนซอมซ่อ กระดาษเขียนด้วยลายมือ “จงเผชิญหน้ากับความกลัวในใจ เพื่อปลดปล่อยคฤหาสน์นี้จากเงาขัง” รัตน์หัวเราะแห้ง “เล่นใหญ่ไปไหมเนี่ย” ลีเดินหลบสายตา คำที่อ่านเหมือนจี้หัวใจ เขานึกถึงความผิดในอดีตแต่ไม่พูดออกมา
ตอนเย็น อากาศเย็นจัดผิดปกติ มีนาทำหน้าที่ก่อไฟในเตาผิง เธอพยายามเบี่ยงเบนความกลัวด้วยคำถาม “นายสองคน…เคยทำอะไรผิดจนอยากลืมไหม?” มีเสียงเงียบ ทุกคนดูอึดอัด รัตน์กลืนน้ำลาย “เรื่องบางเรื่องมันผ่านไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ”
ทันใดนั้น ฝุ่นขาวตกจากเพดาน ร่างหนึ่งเดินผ่านเงากระจกชั้นล่าง คล้ายเด็กผู้หญิงผมยาวซึ่งไม่มีใครในกลุ่ม พวกเขาตกใจ รัตน์ดึงแขนลี “เห็นใช่ไหม!?” มีนายืนยันด้วยเสียงสั่น “ฉันเห็นเหมือนกัน…”
พวกเขาตามเงานั้น ลัดเลาะไปจนถึงห้องเล็กมุมสุดทางเดิน ประตูแข็งกระด้างเปิดออกทีละน้อย เครื่องเรือนไม้เก่าที่แตกร้าวและกลิ่นชื้นตลบอบอวล เด็กคนนั้นนั่งหันหลังอยู่ “หนู…เป็นใครกัน…?” มีนาเสียงเบา
เสียงดังแปะๆ จากพื้นไม้ ตัวเด็กหญิงผมยาวเงยหน้าช้าๆ ใบหน้าซีดลอยค้างในแสงน้อย เธอพูดเสียงแผ่ว “หนูอยู่คนเดียวมานานแล้ว… ช่วยปลดปล่อยหนูด้วย” ก่อนจะหายวับไปต่อหน้าต่อตา
รัตน์โยนคำถาม “หรือว่าคำสาปในจดหมายคือเรื่องนี้?” ลีจ้องเศษกระจกที่แตก เสียงหัวใจเต้นโลด มีนานั่งลงพยายามจับมือรัตน์เพื่อหาความมั่นใจ “เราอยู่ด้วยกันแล้ว พอไหวไหม?” ทุกคนเงียบ มีแต่เสียงลมหายใจปะทะความเงียบงัน
กลางดึก อากาศในคฤหาสน์หนาวขึ้นผิดปกติ กระจกทุกบานเริ่มเป็นฝ้า เขียนข้อความสีดำชื้น “ค่ำนี้ ไม่มีใครออกไปได้” ลีพร่ำขอโทษในเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง มีนานั่งกอดเข่า ในใจเต็มไปด้วยบาดแผลอดีตที่ยังไม่หายสนิท
อยู่ๆ เสียงเด็กร้องไห้ดังก้องจากห้องโถง รัตน์แทบอยากทะลุประตูหนีแต่พบว่าถูกล็อกแน่น ลีจับไหล่รัตน์แน่น “เราต้องเผชิญหน้าด้วยกัน” รัตน์สั่นหน้า “ฉัน…ไม่ไหวว่ะ” เสียงสะอื้นของเด็กน้อยทำให้มีนาทนไม่ได้ เธอลุกขึ้นเดินไปหน้ากระจก
เงาสะท้อนบิดเบี้ยวจนมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร เด็กผู้หญิงผมยาวโผล่มายืนข้างมีนา “เรื่องผิดของฉัน…ไม่ใช่แค่นายใช่ไหม?” มีนาเริ่มร้องไห้แล้วสบตาเด็กคนนั้น “ฉันก็ทำผิดเหมือนกัน” เธอสารภาพเสียงแผ่ว เงาสะท้อนเด็กคนนั้นยิ้มเศร้า ๆ แล้วจางหายไปอีกครั้ง
บรรยากาศมืดดำ ลีเดินมากระซิบกับรัตน์ “ถ้านายไม่กล้าก็ออกไปตรงนี้ไม่ได้เหมือนกัน” รัตน์สบตาลี น้ำตาเริ่มไหล รัตน์สารภาพเสียงแตก “ฉัน…ฉันทิ้งน้องชาย ตอนมันร้องหา… วิ่งหนีเอง” ความเงียบปกคลุมคฤหาสน์
แต่วินาทีนั้น ประตูห้องโถงเปิดอ้าช้า ๆ ลมหอบหนึ่งไหลผ่าน ชั้นฝุ่นเคลื่อนราวกับถอนหายใจ เบื้องหลังฝุ่น เด็กหญิงผมยาวเดินเข้าหา “ขอบคุณที่กล้ายอมรับ” เสียงเธอฟังดูอบอุ่นฝ่ายเดียว ทุกคนในห้องตื้นตันด้วยคำสารภาพของแต่ละคน
มีนาเห็นแสงอ่อน ๆ เริ่มส่องลอดหน้าต่าง ดวงอาทิตย์ขึ้น เธอเอื้อมมือสัมผัสกระจก เงาสะท้อนยิ้มตอบกลับมาด้วยแววตาดีขึ้น ต่างจากก่อนหน้า “นายสองคน โอเคไหม?” เธอหันมาทางลีและรัตน์
ลีเดินมากอดมีนากับรัตน์เบา ๆ “อย่างน้อยเรายังอยู่ด้วยกัน” รัตน์พูดติดขัดแต่ขอบตาแดง ลีแสยะยิ้ม “คราวนี้ ถ้ามีอะไรผิดอีกก็พูดนะ…” บรรยากาศคลายความกดดัน
เสียงเด็กร้องกลับมาอีกที คราวนี้คล้ายเสียงหัวเราะ ทุกคนเดินลงจากบันไดกระทบพื้นไม้ที่ไม่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเดิม มีนาเหลียวตามองกระจกสุดท้าย เด็กหญิงผมยาวโบกมืออำลาเงียบ ๆ ก่อนจะเลือนหายไปพร้อมแสงอาทิตย์เช้าวันใหม่
ประตูถูกเปิดกว้าง สายลมทะเลโชยเข้ามา คฤหาสน์นิ่งสงบ มีเพียงคำสารภาพและการให้อภัยหลงเหลือเป็นเงาสะท้อนในกระจก ความผิดในใจคงอยู่แต่ไม่กัดกินอีกต่อไป