เงาสะท้อนบนยอดหิมะ
พายุหิมะกระหน่ำถาโถมเข้าหาหมู่บ้านภูเขาตั้งตระหง่าน ท่ามกลางความเงียบของค่ำคืนมีเพียงเสียงหิมะตกกระทบหลังคากระเบื้อง อาคิน นั่งอยู่หน้าต่างในบ้านไม้หลังเก่า กอดเข่ามองออกไปยังป่าทึบที่ขาวโพลน เขาพยายามข่มตานอนแต่ภาพรอยเท้าประหลาดใต้ต้นสนยังติดตาเมื่อหัวค่ำ—เคยไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้มาก่อนแม้แต่พลอย เพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันในหมู่บ้าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อาคินลุกขึ้น พลางหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนาก่อนเดินออกจากประตูบ้านซึ่งลั่นเอี๊ยดด้วยอายุขัย เขาหวังว่าจะได้เจอใครสักคน—บางทีอาจเป็นพลอยที่ยังนอนไม่หลับเช่นกัน
ลานหิมะหน้าบ้านมีเพียงแสงไฟจากโคมริมทาง พลอยนั่งกอดขาอยู่ใต้ชายคา มือไขว้กันแน่นเหมือนฝืนทนความหนาวเย็น สีหน้ากังวลเจือความดื้อดึงที่อาคินคุ้นเคย
“ทำไมยังไม่นอน” อาคินเอ่ยเบา ๆ
“นอนไม่หลับ คิดถึง…” พลอยเว้นจังหวะ “…พ่อแม่เธอจะกลับมามั้ยปีนี้”
อาคินเม้มปากแน่น “คงไม่—” เขาหลบตา หิมะสีเงินตกคลุมหัวไหล่ทั้งสอง “รอยเท้านั่น เธอก็เห็นใช่ไหม”
พลอยพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก แต่ความเงียบของเธอเป็นคำตอบ
เสียงประตูบ้านใกล้ ๆ เปิดออก “เฮ้…พวกนาย… กำลังพูดถึงรอยเท้าใช่ไหม” เมย์—เด็กหญิงผิวสีมะกอกจากบ้านทแยงมาปีเศษ เธอถูกจับตามองเพราะเป็นคนแปลกหน้าในหมู่บ้านและมีข่าวลือว่าเห็นวิญญาณในหุบเขา
พลอยส่งสายตาให้เมย์ “เธอ…อยากไปดูมั้ย”
“แน่นอน” เมย์ยิ้มเล็กน้อย “คืนนี้ท้องฟ้าเปิด ทางจะชัดเจนกว่าวันอื่น”
ทั้งสามสบตากัน ก่อนตัดสินใจเดินตามรอยเท้าที่หายลับเข้าไปในป่าหิมะ ความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันค่อย ๆ จางลงเมื่อแต่ละคนต้องพึ่งพากันในความมืดมนและหนาวเหน็บ
ตะเกียงที่อาคินถือไว้ส่องทางในป่ายามราตรี—รอยเท้าเล็กใหญ่พุ่งตรงเข้าสู่ภูเขา สายลมเย็นพัดหวิวจนเสียงใบไม้แห้งตีกันเป็นจังหวะประหลาด ทั้งสามหยุดดูแลกเปลี่ยนสายตา เมย์เป็นคนก้มลงใกล้รอยเท้ามากสุด
“มันไม่ใช่เท้าคน” เมย์กระซิบแผ่ว “มัน…เหมือนมีเล็บ”
อาคินกับพลอยขมวดคิ้ว สลับกันมองความผิดธรรมชาติในลวดลายที่จมลึกลงบนหิมะ
พลอยกลืนน้ำลาย “เราไม่ควรมาที่นี่บ้างหรือเปล่า”
อาคินหัวเราะแห้ง “จะกลับก็ได้…”
“แต่ถ้าเรากลับ เราก็ไม่รู้ใช่ไหม ว่ามันคืออะไร” เมย์เสียงเข้มผิดปกติ “หรือเธอกลัว?”
ความเงียบชั่วครู่เหมือนจะเฉือนความสนิทกันระหว่างสามคน อาคินกัดฟัน “ฉันไม่กลัว—”
เสียงฝีเท้าสี่ห้าก้าวดังขึ้นจากความมืด พลอยรีบหันดูแต่ไม่พบใคร แสงตะเกียงสะท้อนเป็นแสงจาง ๆ กับหมอกเย็นระลอกใหม่ที่ไหลเข้ามา
“เรารีบเดินให้เร็วขึ้นแล้วกัน” เมย์สรุป ก่อนเงาทะมึนหลังต้นไม้ใหญ่เคลื่อนผ่านสายตาทั้งสามชั่วขณะ ทุกคนต่างเสียวสันหลังโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยชวนกลับ
กลางป่าลึกขึ้น แรงลมและหิมะเริ่มหนาขึ้นจนการพูดจาต้องตะโกนสวนเสียงพายุ อาคินหยุดเดิน มองหน้าพลอยและเมย์ “ขอพักแป๊บได้ไหม”
พลอยนั่งพักหอบหายใจ “เธอจะไปต่อจริง ๆ เหรอ”
เมย์พยักหน้าพลางยิ้มจาง “ฉัน…ไม่มีที่กลับ บ้านฉันมันอยู่แสนไกล แต่ฉันอยากรู้อะไรบางอย่าง—เหมือนเรา”
อาคินสบตาเมย์แล้วพยักหน้า เหตุผลของเธอสร้างความเข้าใจเล็ก ๆ ระหว่างสามคน
หลังจากหยุดพัก ทั้งสามเดินฝ่าความมืดเข้าลึกไปในป่า จนตะเกียงของอาคินเริ่มสั่นไหวด้วยลมหนาว รอยเท้าประหลาดพาไปยังโพรงเล็ก ๆ ใต้ต้นสนใหญ่ ที่หน้าทางเข้ามีผ้าผืนเก่ายับยู่ยี่ถูกวางทับบนหิมะ
“มันคล้ายผ้าของคนเก็บหิมะคนนั้น…” พลอยกระซิบเหมือนกลัวใครได้ยิน
“แต่เขาตายไปตั้งแต่ปีก่อนแล้ว” อาคินประท้วง “ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขา”
เมย์เอื้อมไปหยิบผ้าขึ้นมาอย่างระวัง พลางสูดลมหายใจ “ในผ้านี่มีเศษขนขาว”
พลอยหน้าเผือด “เรา… เรากลับไหม”
เมย์ปล่อยผ้าลง “ฉันแค่อยากรู้ว่าที่ฉันเห็นในคืนหิมะที่แล้ว—มันคืออะไร”
อาคินหันไปมองปากโพรง “ชักอยากรู้เหมือนกัน”
เสียงแว่วจากลึกในโพรงทำให้ทั้งสามหยุดคิดทันที พวกเขามองหน้ากันในความมืด—ใจเต้นแรงราวจักระเบิด
“ไปพร้อมกัน” อาคินกล่าว พยายามทำเสียงมั่นใจ ทั้งสามค่อย ๆ คลานผ่านปากโพรงเข้าไปในความแคบและเย็นราวโลกใหม่
ภายในโพรงนั้นมืดจนแทบมองไม่เห็น แต่ไกลออกไปมีแสงวาบเล็ก ๆ โชนออกมาจากหินสีเงินวางกองเรียงรายอยู่รอบรอยเท้าขนาดใหญ่ที่เห็นชัดเจน—และข้าง ๆ กัน คือร่างโปร่งแสงของชายชรา หน้าตาเคร่งขรึม ดวงตาลึกซึ้งจนประหลาดใจ
พลอยกลืนน้ำลาย “นั่น…นายเก็บหิมะ…หรือเปล่า”
“จิตวิญญาณของเขา” เมย์พูดแผ่ว “ฉันเห็นเขาในคืนที่พ่อจากไป—เขาบอกฉันอย่ากลัว”
อาคินเบิกตากว้าง “คือ…เราไม่ได้มาแค่ดูรอยเท้าใช่ไหม”
ชายชราขยับปากโดยไม่มีเสียง ถ้าสำรวจดูดี ๆ จะพบว่าปากไม่ขยับแต่เสียงกลับดังในใจพวกเขา ทุกคนต่างนิ่งงัน
เสียงนั้นเอ่ย “ผู้ที่เดินท่ามกลางเงาหิมะจะไม่สูญหาย หากค้นพบความกล้าในตัวเอง”
เงาโปร่งใสพริบหายไปพร้อมเสียงกระซิบสุดท้าย รอยเท้าบนหิมะเริ่มเลือนจางลงขณะสายลมโหยหวนแรงขึ้น ทุกคนต่างนิ่งงันด้วยความกลัวและตื่นเต้นที่เกาะกุมหัวใจ
พลอยดึงแขนอาคินแน่น “กลับบ้านเถอะ ขอร้องล่ะ”
“แต่เราเพิ่งเข้าใจทุกอย่างเอง…” เมย์สูดลมหายใจลึก เสียงสั่น “ฉัน… ฉันคิดถึงบ้านเหมือนกัน”
อาคินก้มหน้าลง รู้สึกเสมือนตนเองเติบโตขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง บางอย่างในใจที่แต่ก่อนกลัวความว่างเปล่า กลัวการถูกทิ้งร้าง…หายไปเหลือเพียงความกล้าเผชิญหน้าอดีต
ทั้งสามเดินฝ่าโพรงหิมะออกมา—กลับสู่แสงจันทร์ที่กำลังผลุบขึ้นเหนือหมู่บ้าน ตะเกียงในมืออาคินดับลงเมื่อผ่านพ้นประตูป่า
เช้าวันใหม่ แสงแดดส่องผ่านม่านหมอก หมู่บ้านเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ทว่าในใจอาคิน พลอย และเมย์ ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป
อาคินนั่งมองทะเลหมอก เขาชวนเมย์และพลอยคุยถึงสิ่งที่เจอสามคน นั่งล้อมกองไฟเล็กหน้าบ้านอาคิน
“ฉันรู้สึก…ไม่กลัวอะไรอีกต่อไป” พลอยเอ่ยเบา ๆ
“ฉันก็เหมือนกัน” เมย์ยิ้มบาง ๆ จับมือทั้งสอง “ต่อให้บ้านเราอยู่ไหน เราก็มีบ้านในใจกันแล้ว”
อาคินยิ้มครั้งแรกในรอบเดือน เขาหัวเราะพร้อมน้ำตา กลิ่นอายใหม่แห่งความหวังแผ่ซ่านบนยอดหิมะ ขณะที่สายลมหมุนพัดเอากระดาษรอยเท้าเก่าลอยหายไปกับแสงแดด