เงาสะท้อนในห้องเลขที่ 17
สายลมเย็นเฉียบพัดลอดหน้าต่างกระจกแตกเข้ามาในบ้านร้างหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ปลายถนนเปลี่ยว ป้ายไม้ลอกสีที่แขวนแผ่วบนประตูหน้าบ้านเขียนว่า “บ้านเลขที่ 17” อย่างลางเลือน แสงแดดยามบ่ายกรองผ่านเมฆครึ้ม ทำให้เงาทอดยาวบนพื้นไม้ผุ ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้ากลุ่มนักศึกษาสี่คน—อิฐ, ฟ้า, กานต์ และเบล—ที่เดินฝ่าฝุ่นเข้ามาด้วยท่าทีลังเล
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่า…เราต้องนอนที่นี่จริง ๆ น่ะอิฐ?” ฟ้ากระซิบถาม ยืนกอดอกแน่น มองรอบตัวอย่างไม่ไว้ใจ
อิฐ หัวหน้ากลุ่ม ผายมืออย่างพยายามมั่นใจ “ก็…เราได้อนุญาตจากเทศบาลแล้ว ถ่ายทำวิจัยแล้วกลับ—นอนคืนเดียวเอง เช้าเราก็ไป”
กานต์หัวเราะแห้ง ๆ “เรื่องวิจัย ‘บรรยากาศบ้านร้างกับความกลัว’ นี่มัน…บ้าดีเนอะ”
เบลมองกระจกเก่าบนผนังโถงกลาง “แล้วถ้าเราวิ่งหนีกลางดึก วิจัยจะเสร็จมั้ย?”
บรรยากาศในบ้านสับสนระหว่างกลิ่นอายอดีตกับความหวาดระแวงที่ค่อย ๆ แทรกซึม ทันใดนั้น พื้นไม้ตรงหน้าฟ้าก็ลั่นเสียงดัง ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน
“ใจเย็น…แค่พื้นมันเก่า” อิฐบอกตัวเองมากกว่าคนอื่น
พวกเขาเดินตรวจสอบรอบบ้าน ห้องรับแขกถูกแสงสลัวจับต้อง บนกำแพงมีรอยขีดข่วนคล้ายตัวหนังสือแต่ลบเลือนไปหมด ห้องน้ำมีเงาสะท้อนในกระจกเก่า ทุกครั้งที่ใครเดินผ่าน ดูเหมือนเงานั้นจะยืดยาวผิดรูป
ฟ้าหยุดมองกระจกอยู่นาน เธอเอื้อมแตะผิวเย็นของมัน ทันใดนั้นเหมือนจะเห็นเงาของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สวมชุดกระโปรงขาวยืนอยู่ข้างหลัง เธอหันขวับ—แต่ข้างหลังว่างเปล่า
“เบล…เมื่อกี้แกเห็นอะไรมั้ย?” ฟ้าถามเสียงแผ่ว
เบลส่ายหน้า “เปล่านี่ เออ…แต่ฉันว่ากระจกนี่มัน…ดูแปลก ๆ แกว่าไหม?”
กานต์ตรวจดูรอยขีดข่วนบนกำแพง “นี่มันภาษาอะไร หรือใครเขียนเล่น?”
อิฐเดินสำรวจห้องนอนชั้นบน ห้องหนึ่งมีผ้าปูเตียงสีซีดกับตุ๊กตาผ้าขาดวิ่น (แต่ไม่ใช่ตุ๊กตาผี) เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะเจอสมุดบันทึกเก่า หน้าปกมีชื่อเด็กเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ “สายใจ”
เบลตะโกนขึ้นจากโถงบันได “อิฐ เจออะไรไหม?”
“สมุดบันทึกของเด็กผู้หญิงชื่อสายใจ…แปลกดี บ้านนี้เหมือนเคยมีเด็กอยู่”
ฟ้าลังเล “จะอ่านเหรอ?”
อิฐพลิกหน้าสมุด ด้านในเป็นลายมือเด็กที่ค่อย ๆ บิดเบี้ยวขึ้นเรื่อย ๆ มีข้อความประหลาด เช่น “คืนนี้หนูยังได้ยินเสียงร้องไห้…เขาอยู่ใต้เตียงหรือในกระจกกันแน่?”
ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนสีเป็นครามเข้ม อิฐรู้สึกได้ถึงอากาศที่หนักอึ้งขึ้นในบ้าน ทุกห้องดูเหมือนจะบีบแคบลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
คืนนั้น พวกเขาตกลงแยกย้ายกันพักในห้องนอนสองห้อง อิฐกับกานต์อยู่ห้องหนึ่ง ฟ้ากับเบลอีกห้องหนึ่ง เบลปิดไฟ ฟ้าห่มผ้าขึ้นมาคลุมถึงคาง
“คืนนี้…อย่าออกไปเดินเล่นนะ” เบลพูดติดตลกแต่ดวงตาไม่ขำ
ฟ้าไม่ตอบ มองเงาตัวเองบนกระจกหัวเตียงที่สะท้อนราง ๆ เงาในกระจกเหมือนยิ้มเย็นเฉียบทั้งที่เธอไม่ได้ยิ้ม
กลางดึก เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นข้างนอกห้อง ฟ้าสะดุ้งตื่น นอนฟังนิ่ง ๆ หัวใจเต้นแรง เธอตัดสินใจเดินไปดูผ่านประตูแง้ม เห็นเงาเด็กผู้หญิงผ่านหน้าประตูห้องน้ำไปช้า ๆ
ฟ้ารีบปิดประตู กลั้นหายใจอยู่นาน จนกระทั่งได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ คล้ายเสียงเด็กร้อง “หนูหนาว…หนูหิว…” ดังแว่วมาจากกระจกในห้องน้ำ
เช้าตรู่ เบลลุกขึ้นมาอาบน้ำ พลันได้ยินเสียงเหมือนใครขูดขีดระหว่างผนังกับกระจก เธอมองหาคน—กลับเห็นเงาของตัวเองในกระจกกำลังเอื้อมมือมาหา
เบลถอยหลังชนอ่าง เงานั้นกลับยิ้มแปลก ๆ และกระพริบตาช้า ๆ ทั้งที่เธอไม่ได้ขยับตาแม้แต่น้อย
“เบล! แกโอเคไหม?” ฟ้าตะโกนเข้ามา เบลเงียบงัน สะกดกลั้นน้ำตา
อิฐกับกานต์กำลังอ่านสมุดบันทึกสายใจต่อ เจอข้อความที่อ่านยาก “คืนนี้หนูฝันอีกแล้ว หนูเห็นเงาคลานอยู่ในเงามืด มันเหมือนหนูแต่ไม่ใช่หนู…”
กานต์ขนลุก “นี่มันอะไรกันแน่วะ…เด็กคนนี้…หรือเคยอยู่ที่นี่แล้วหายไป?”
อิฐขมวดคิ้ว “แต่ไม่มีใครพูดถึงเด็กหายในข่าวเลย บ้านนี้รกร้างมานาน…แต่ชื่อสายใจเหมือนคุ้น ๆ”
เสียงกระแทกเบา ๆ ดังขึ้นจากใต้พื้น ทุกคนสบตากันอย่างหวาดระแวง
“ใต้พื้นบ้านมีอะไร?” กานต์ถามเสียงเบา อิฐเดินไปเคาะพื้นตรงหน้าห้องนอน เสียงกลวง ๆ ดังตอบกลับ
เบลเอื้อมไปจับมือฟ้าไว้แน่น “ฟ้า…ถ้าเรากลับตอนนี้…แกจะว่าอะไรไหม?”
ฟ้าสั่นหัว “แต่เราไม่มีรถ พรุ่งนี้เช้าอิฐถึงจะนัดคนมารับ…”
ภายในบ้าน แสงแดดผ่านซี่ไม้ผุเป็นเส้น ๆ เงาเด็กหญิงในกระจกเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ใครสักคนมองกระจก เงานั้นเหมือนจะขยับเข้ามาใกล้
ตอนบ่าย กานต์เดินไปสำรวจห้องครัว พบเตาไฟที่มีคราบสนิมและกลิ่นเหม็นไหม้จาง ๆ เขาหยิบขวดแก้วเก่ามาดู พบว่าด้านในมีเศษกระดาษเล็ก ๆ ขยำแน่น
เขาแกะกระดาษออกมา ในกระดาษมีข้อความว่า “คืนที่สิบห้า—พ่อแม่ไม่กลับมา หนูอยู่กับเงาของหนู…เขาเรียกหนูทุกคืน”
อิฐเริ่มสังเกตว่าบรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไป เวลาพวกเขาจะพูดคุยมักลงเอยด้วยความเงียบอึดอัด เบลกับฟ้าต่างมีสีหน้าซีดเซียว กานต์เองก็มักมองกระจกอย่างระแวง
คืนนั้นหลังอาหารเย็น เสียงกระซิบแผ่ว ๆ ดังแว่วมาจากกำแพง ทุกคนเหมือนจะได้ยินเป็นเสียงร้องไม่เป็นคำ
“ช่วยด้วย…”
กานต์รีบปิดไฟห้องนั่งเล่น “หยุดพูดถึงเสียงพวกนี้ได้มั้ย? มันไม่มีจริง”
อิฐพยายามกดอารมณ์ “เราต้องอยู่ถึงเช้าแค่นั้น อย่าปล่อยให้จินตนาการมันเล่นงานเรา”
เบลกัดริมฝีปาก “แต่ถ้ามันไม่ใช่จินตนาการล่ะ…”
ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบที่หนักอึ้ง เงาในกระจกเริ่มขยับผิดจังหวะกับร่างจริง เงาเด็กหญิงยิ่งชัด ทุกคนพยายามหลีกเลี่ยงการมองกระจก
กลางดึก ฟ้าสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะเบา ๆ เหนือเพดาน เธอเดินออกจากห้อง เห็นเงาเด็กวิ่งผ่านปลายทางเดิน พอเข้าไปดู พบหน้าต่างเปิดออกเอง ลมหนาวพัดเข้ามา
ขณะฟ้ากำลังจะปิดหน้าต่าง เธอเห็นเงาเด็กหญิงยืนอยู่ในลานหน้าบ้าน มองขึ้นมาด้วยแววตาว่างเปล่า เธอรีบวิ่งกลับเข้าห้อง กอดเบลแน่นจนตัวสั่น
เช้าวันต่อมา ฟ้าตื่นขึ้นมาเห็นรอยมือเล็ก ๆ เต็มไปหมดบนกระจกหน้าต่าง แม้ฝุ่นจะเกาะหนา แต่รอยมือกับรอยเล็บยังใหม่เหมือนเพิ่งขีดวันนี้
กานต์เริ่มพูดถึงความฝันประหลาด เขาฝันเห็นตัวเองติดอยู่ในบ้านนี้โดยไม่มีวันออกได้ เสียงเด็กหัวเราะแผ่ว ๆ ลอยมาในความมืด
เบลเริ่มพูดน้อยลง สีหน้าหวาดระแวง เธอเก็บสมุดบันทึกสายใจซ่อนไว้ในกระเป๋าไม่ให้ใครเห็น
อิฐพยายามจะออกไปติดต่อคนมารับ แต่สัญญาณโทรศัพท์ขาดหาย ไม่มีใครส่งข้อความออกไปได้
กานต์พบห้องเล็ก ๆ ใต้บันได มีของเล่นเก่า ๆ วางกองรวมกัน บนกำแพงยังมีรอยขีดชื่อ “สายใจ” ซ้ำ ๆ เต็มไปหมด กานต์รู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง แต่หันไปก็ไม่มีใคร
อิฐตัดสินใจเดินไปสำรวจใต้ถุนบ้าน พบประตูบานเล็กแอบอยู่หลังตู้ไม้ เขาเปิดประตูออก กลิ่นอับชื้นโชยมา ในห้องนั้นมีกระจกเก่าแตกร้าวตั้งอยู่กลางห้อง
เขากวาดตามอง เห็นเงาเด็กหญิงโผล่ในกระจกนั้น พริบตาเดียวเงาหายไป
อิฐถอยหลังอย่างตกใจ แต่ขณะนั้นกลับเห็นว่ากระจกสะท้อนภาพตัวเขา—แต่ร่างในกระจกหันหลังให้
เขารีบวิ่งขึ้นมาบอกเพื่อน ๆ “ใต้ถุนมีห้องประหลาด…กับกระจกแปลก ๆ เหมือนมันสะท้อนอะไรที่ไม่ใช่เรา”
ฟ้ากับเบลหน้าซีด ฟ้าค่อย ๆ พูด “เมื่อคืน…ฉันเห็นเด็กคนนั้นยืนในสวน มองขึ้นมา…ตาเขาเหมือนไม่มีชีวิตเลย”
กานต์เริ่มพูดถึงชื่อสายใจในสมุดบันทึก “ในนี้เขียนว่า ‘เขาไม่ใช่หนู เขาจะเอาหนูไปอยู่ในเงา’ หมายถึงอะไร?”
เบลลังเล “หรือเด็กคนนี้…อาจไม่เคยออกจากบ้านนี้เลย?”
ขณะที่ทุกคนถกกัน เสียงร้องเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง “ช่วยหนูที…หนูหนาว…”
อิฐตัดสินใจลงไปใต้ถุนพร้อมไฟฉาย ทั้งกลุ่มเดินตามกันอย่างหวาดหวั่น พอเข้าไปในห้องกระจก กระจกบานใหญ่นั้นเริ่มขุ่นมัว แตะมือไปเหมือนแตะผิวมนุษย์
ฟ้ากระซิบ “ถ้า…ถ้าเราทำลายกระจกนี้ล่ะ?”
กานต์ลังเล “ถ้ามันไม่ได้ถูกขังอยู่ในนั้นอย่างเดียวล่ะ ถ้าเรา…ปล่อยมันออกมา?”
เบลหยิบสมุดบันทึกสายใจออกมา เปิดไปหน้าสุดท้าย มีข้อความว่า “อย่าเปิดกระจก…เขาจะออกมา”
ทันใดนั้นกระจกเริ่มสั่น เงาเด็กหญิงในกระจกยิ้มกว้าง ดวงตาดำสนิท ทุกคนถอยกรูด เสียงเด็กร้องไห้สะท้อนไปทั่วห้อง
ฟ้าหลับตาร้องไห้ กานต์จับมืออิฐแน่น เบลทิ้งสมุดบันทึกลงพื้น
ทันใดเงาในกระจกกระชากเงาของเบลเข้าไปในบานกระจก เธอร้องลั่น อิฐกับฟ้าพยายามดึงเบลไว้ กานต์คว้าไฟฉายฟาดใส่กระจกจนแตก เงาและเสียงร้องหยุดกะทันหัน
ทุกอย่างกลับมาเงียบสนิท เบลนอนหมดสติอยู่บนพื้น ฟ้ากอดเพื่อนแน่น น้ำตาไหล กานต์หอบหายใจแรง ๆ อิฐนั่งทรุดพิงผนัง
เมื่อทุกคนฟื้น—พบว่ากระจกแตกเป็นเสี่ยง ๆ แต่เงาเด็กหญิงยังคงสะท้อนอยู่ในเศษกระจกแต่ละชิ้น ดวงตาว่างเปล่าคู่นั้นจับจ้องทุกคนไม่กะพริบ
กลุ่มนักศึกษาตัดสินใจออกจากบ้านในเช้าตรู่ ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ระหว่างเดินออกจากบ้านต่างหันกลับไปมอง—บนหน้าต่างชั้นสอง เงาสะท้อนของเด็กหญิงยังยืนมองส่งพวกเขาอยู่ในความเงียบงัน
เสียงกระซิบเบา ๆ ดังตามลม “อย่าลืมหนู…อย่าทิ้งหนูไว้ในเงา…”
ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่อิฐหรือฟ้าเหลียวมองกระจกในชีวิตประจำวัน เงาเด็กหญิงในชุดกระโปรงขาวมักปรากฏขึ้นแวบหนึ่งในมุมตา ลมหายใจเย็นเฉียบและสายตาว่างเปล่านั้นไม่เคยหายไป
ไม่มีใครในกลุ่มกล้าพูดถึงคืนสยองในบ้านเลขที่ 17 อีกเลย—แต่ในความเงียบของเงา ยังมีใครบางคนรอคอยอยู่เสมอ