ความรักในรอยแยก
เสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาดังอยู่ในหู ขณะที่อรรณพเดินเข้าไปในบ้านของเขา พร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งในใจเกี่ยวกับเรื่องราวที่เขาหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด สายตาของเขาหันไปที่บ้านไม้เก่าเข้าผสมกับบรรยากาศในกรุงเทพฯ ที่วุ่นวาย เสียงดนตรีจากร้านข้างบ้านดังคลอมาเป็นพื้นหลัง แต่มันกลับเหมือนลอยอยู่ในอากาศ ไม่เข้ากับความคิดของเขาเลย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมเราไม่เคยคุยกันเลย?” เสียงอันนุ่มนวลของนาฏิกาที่นั่งอยู่ตรงส่วนซ้ายสุดของห้องทำให้เขาหันไปมอง เธอสวมเสื้อยืดลายเรียบซึ่งไม่เข้ากับบรรยากาศที่ดูท่าทางจะเคร่งเครียด และมันทำให้บรรยากาศรอบข้างดูน่าสงสัย
“ก็เพราะมีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ” เขาตอบ โดยพยายามทำเสียงให้ดูเรียบเฉย ประโยคนี้ทำให้นาฏิกาหลุดหัวเราะ แต่ก็มีน้ำตาเม็ดเล็กๆ เกาะอยู่ที่ขอบตา
“แต่ละคืนที่เรานั่งอยู่กันที่นี่ ก็แค่ฝุ่นที่เราไม่สามารถจัดการได้ใช่ไหม?”
คำพูดของเธอทำให้เขาละสายตาจากเธอไปมองนอกหน้าต่าง ตัวเมืองใหญ่กำลังส่องสว่างด้วยแสงไฟ ทำให้เขานึกถึงความรักที่มากมายแต่กลับไม่มากพอ
ในค่ำคืนวันนั้น เหล่ารถยนต์แล่นผ่านไปมา พลุและไฟดิสโก้จากงานฉลองที่จัดอยู่ใกล้ ๆ สร้างสีสัน แต่ในใจของอรรณพนั่นมืดมน เขานึกถึงการเลื่อนเวลาไปข้างหน้า ทำให้เขาไม่ต้องเผชิญกับอารมณ์ของตัวเอง
“อรรณพ ฟังนะ… เราเหลือเวลาอีกไม่นาน” นาฏิกาเริ่มพูดอ่อนโยน แต่มั่นใจ “มันไม่เลวร้ายหรอกถ้าเราจะพูดสิ่งที่เราคิด”
แต่เขากลับไม่สามารถเปิดใจได้ “สำหรับเธอกับเขา คำว่า ‘พูด’ มันไม่ใช่ทางออก” เขาหมายถึงพ่อที่รบกวนใจเขามานาน เขาปวดหัว โรคประจำตัวที่เสี่ยงให้ต้องเผชิญกับความเป็นจริง
อรรณพยืนเงียบ รู้ลึก ๆ ว่ามันอาจเป็นความผิดของเขาที่ไม่ยอมรับเรื่องทั้งหมด ทั้งความรักที่ถูกกดทับ และความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถหยิบยกออกมาได้
วันต่อมาเขาทำงานในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่เหนือตลาดเก่า จบจากความยุ่งเหยิงของครอบครัวเขากลับไปสู่โลกที่เรียบง่าย ที่ๆ ผู้คนเข้ามาชื่นชมกลิ่นหอมของกาแฟสดใหม่
“พี่ คอยชงกาแฟให้ชมนะ” สายตาของน้องเล็กทำให้เขายิ้ม บรรยากาศในที่ทำงานนั้นต่างจากที่บ้านมาก แม้ว่าจะวุ่นวาย แต่ก็มีเสียงหัวเราะ อันแสดงถึงความเป็นมิตรและความอบอุ่น
“น้อง อิ่มหรือยัง?” เขาถามขณะชงกาแฟ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำที่มาแต่เช้าเพื่อชมการทำงานและเมนูใหม่ ๆ
“มันแค่ไม่พอสำหรับชีวิตที่ต้องเผชิญกับการไม่เข้าใจกัน” เขาต้องพยายามทำใจและคิดถึงอนาคตในขณะที่เสียงเพลงทำให้เขาเหงาไปด้วย
เธอในภาพจำของเขายังคงสวยงามแต่ทำไมวันนี้เขารู้สึกเศร้า ไฟที่ส่องสว่างที่ตลาดเก่าเริ่มเบาบางลงทุกที การหายใจลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนว่าความรักที่เขาไม่ยอมรับนั้นกักขังอยู่ภายใน
“คิดถึงเธอใช่ไหม?” เสียงของนาฏิกาทำให้เขาตื่นขึ้นจากภวังค์ เขาหันไปเผชิญหน้า พร้อมกับทำใจนึกว่าทำไมเขาถึงคิดถึงเธอคนเดียว
“อาจจะ” เขาตอบอย่างไม่มั่นใจ “แต่เราไม่ควรให้ปัญหานี้มากไปกว่าความรัก”
ความลับจากอดีตเริ่มคลี่คลายเมื่อพ่อของเขาเรียกให้เข้าไปในห้องทำงาน เวลาในบ้านยาวนานเหลือเกินทำให้เขาหายใจไม่ออก “เราต้องหาอะไรให้ตัวเอง” พ่อแก้ต่าง
“หรือความหวังคือการเดินออกไปจากที่นี่” อรรณพพูดรุนแรงอย่างไม่เคยคิดมาก่อน
เมื่อถึงวันที่เขาไม่เคยคิดถึง นาฏิกาเริ่มถอยห่าง แม้ว่าเขาจะคอยรักษาสัมพันธ์แต่เธอกลับเลือกที่จะอยู่เฉยๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น อรรณพพยายามทำให้เขารู้สึกถึงเธอแต่เหมือนเธอเห็นการเดินถอยหลัง
“มึงไม่เข้าใจเหรอ? ความรักมันก็มีจุดหมายสูญ” เพื่อนต่างพาขึ้นไปบนนั้นเพื่อให้เขาปล่อยอารมณ์ ทั้งความผิดหวังทั้งหมดยังคงวนเวียนอยู่ภายในกำแพงหัวใจ
เขาตัดสินใจว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เขาจะเริ่มจากการเปิดใจให้กันและกัน ฟังเสียงของแต่ละคน เพราะในที่สุดแล้ว ไม่ว่าอะไรเขากับเธอจะต้องหยุดที่จะปิดบัง ตอนเช้าที่สงบสุข ในร้านกาแฟที่เคยวุ่นวาย ทุกอย่างจะผ่านไปในช่วงเวลาที่สั้นลง
พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคำพูดที่ว่ารักมันมีคำตอบดีกว่าอยู่ในใจ สุดท้ายแล้ว ณ โมงยามแห่งความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างจะเรียกคืนกลับมา