รักในจิตใต้สำนึก
ในวันที่แสงแดดส่องสว่าง ส่องผ่านหน้าต่างของร้านกาแฟเล็ก ๆ ในตัวเมืองกรุงเทพฯ เสียงคุยของผู้คนห้อมล้อมไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟดริปที่กำลังชงอยู่ ศันสนีย์ ศิลปินสาวผู้มีพรสวรรค์ แต่กลับติดอยู่ในโลกของความเศร้า และความกลัว ไม่สามารถพาตัวเองไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน รอยยิ้มของเธอหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เธอทำไมถึงยังมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ?” เสียงชายหนุ่มเรียกเธอออกจากภวังค์ ศรุต นักจิตวิทยาหนุ่มที่มีความมั่นใจและมักจะไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคิดอย่างไร เขามีแผนที่จะช่วยเธอออกจากความวุ่นวายนี้ แต่กลับไม่รู้ว่าตัวเขาเองก็กำลังจะเข้ามาอยู่ในความซับซ้อนนี้ด้วย
“วันนี้ว่ากันเรื่องอะไรดี?” ศรุตถามเมื่อเขานั่งลงข้าง ๆ เธอ ศันสนีย์ขมวดคิ้ว ก่อนจะตอบแบบเลื่อนไหลออกมาในอากาศ “ก็เรื่องจิตใต้สำนึกน่ะ” เธอยิ้มเจื่อน ๆ บอกให้เขากล้าออกแบบการบำบัด
เวลาผ่านไป ขณะที่พวกเขาทำการวิเคราะห์ตัวเองและพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและจิตวิทยานั้นก็ซับซ้อนไม่แพ้กัน พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นในร้านกาแฟแห่งนี้ วาดรูป สร้างสนทนาเกี่ยวกับชีวิตและความฝัน ทั้งสองคนยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น ความรู้สึกผสมปนเปไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบอกได้
แต่แล้ว เมื่อศันสนีย์รู้ว่าศรุตจะย้ายไปทำงานที่เมืองอื่น เธอก็รู้สึกหมดหวังและขัดเกลามุมมองต่าง ๆ เกี่ยวกับความรักในครั้งนี้ จิตใต้สำนึกชักนำให้เธอเข้าไปในโลกของความกลัวและการป้องกันตัว
“ฟังนะ ฉันไม่เจอกับใครที่เข้าใจฉันได้ดีแบบนี้มาก่อน” เธอพูดน้ำเสียงสั่นเครือขณะส่งภาพวาดจิตนาการสุดท้ายให้เขา “แต่บางที ความรักมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”
ศรุตปลอบเธอด้วยการยิ้ม พร้อมกับส่งข้อความสั้น ๆ ผ่านสมาร์ตโฟนของเขา “ความรักเป็นเรื่องที่ต้องดิ้นรน มันไม่ง่ายแน่นอน” ก่อนที่ความรู้สึกใส่ในภาพวาด จะสร้างสายสัมพันธ์ที่เยียบเย็นทั้งคู่
ศรุตต้องตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไปในเมืองที่มีแต่เขาและเธอหรือต้องตัดใจให้มันจบลง ในช่วงที่เขาไปงานแสดงGallery ที่นั่น เขาได้เห็นความรักที่เข้มข้นระหว่างศิลปะและจิตวิทยา
ในคืนแสดง เมื่อศันสนีย์ได้เห็นภาพวาดที่เขาวาดเกี่ยวกับความรู้สึกของเธอ เธอรู้สึกว่าเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา ทั้งคู่จึงต้องเผชิญหน้ากับความจริง
“แค่เราไม่เปิดใจ ปล่อยให้จิตใต้สำนึกทำงาน มันจะไม่มีวันเป็นจริง” ศรุตพูดอย่างจริงจัง ขณะที่เขายื่นมือไปหาศันสนีย์
ตัวละครทั้งคู่ตัดสินใจเผชิญหน้ากับความรู้สึกจนในที่สุดได้สัมผัสกับความรัก แต่ก็ยังเหลือเสียงหัวเราะ ความหวัง สมหวังแม้จะรู้ว่าพวกเขาอาจต้องใช้เวลาในการเผชิญหน้าไว้
แต่ในเส้นทางของความรัก พวกเขาเผชิญหน้ากับความจริงที่ไม่สะดวกสบายในจิตใต้สำนึก อนาคตที่ไม่แน่นอน และเสียงหัวเราะที่จะยังอยู่คงอยู่ตลอดไป