สายลมแห่งความทรงจำ
ในบรรยากาศของเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ยามเช้าของวันเสาร์ที่สดใส ลมอ่อน ๆ พัดผ่านใบไม้ที่ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ซีรินยืนอยู่ที่ริมทะเล มองดูคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งด้วยเสียงกระทบเบา ๆ ราวกับว่ามันกำลังเล่าเรื่องราวของชีวิตให้เธอฟัง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เรามาอยู่ที่นี่?” เสียงของมีนเพื่อนสนิทดังขึ้นข้างหลัง ทำให้ซีรินหันไปมอง มีนยิ้มให้เธอด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ซีรินรู้สึกเหมือนกลับไปยังวันเก่าๆ
“คงเป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว…” ซีรินตอบ พร้อมยิ้มเช่นกัน “เรานั่งอยู่บนนี้ กินไอศกรีมและพูดถึงอนาคต”
“ใช่ แล้วตอนนี้อนาคตมันอยู่ไหนกัน?” มีนถาม พร้อมยักไหล่ด้วยความขำ แต่ในดวงตาของเธอมีความเศร้าแฝงอยู่
ซีรินมองออกไปที่ทะเล ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น คลื่นซัดเข้ามาแล้วออกไปเหมือนกับความฝันที่พวกเขาเคยมี “อาจจะอยู่ที่ไหนซักแห่ง…”
เมื่อทั้งสองนั่งอยู่ในความเงียบ มีแต่เสียงคลื่นและลมที่พัดผ่าน ซีรินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ยังหลงเหลือในใจของเธอเกี่ยวกับมีน วันเวลาที่พวกเขาใช้ร่วมกันในวัยเด็กยังคงโลดแล่นอยู่ในความทรงจำ
“เธอยังจำวันนั้นได้ไหม?” มีนถาม แววตาของเธอเปล่งประกายเมื่อพูดถึงวันนั้น วันแห่งการผจญภัยที่พวกเขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ในป่า
“จำได้สิ…” ซีรินตอบ “เราสร้างบ้านจากกิ่งไม้และบอกว่าจะอยู่ที่นั่นตลอดไป”
“แล้วตอนนี้ล่ะ เราอยู่ที่ไหนกัน?” มีนถามอีกครั้ง คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ แต่ทั้งคู่กลับรู้ดีว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างมีชีวิตที่แตกต่าง
“เธอมีความสุขไหม?” ซีรินถาม มีนเงียบไปชั่วขณะก่อนจะตอบว่า “บางครั้งก็มี บางครั้งก็รู้สึกเหมือนสูญเสียตัวเอง”
“เราอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง” ซีรินพูด พร้อมเอื้อมมือไปจับมือของมีน โดยไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้จะนำพาอะไรมาให้พวกเขาในอนาคต
ทั้งสองนั่งอยู่ในความเงียบอีกรอบ ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งและคิดถึงความทรงจำดี ๆ ที่ผ่านมา มิตรภาพที่เคยเป็นเหมือนสายใยที่ไม่เคยขาดหายไป
เมื่อเวลาผ่านไป มีนเก็บความรู้สึกไว้ในใจและพูดขึ้นว่า “บางทีการกลับมาที่นี่อาจจะทำให้เราได้ค้นพบอะไรบางอย่าง”
“ใช่ อาจจะได้ค้นพบตัวเราเอง” ซีรินตอบพร้อมรอยยิ้มที่มีความหวังในอนาคต
วันนั้นสองเพื่อนซี้ได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความรักที่ไม่เคยจางหายไป แต่กลับทำให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ชีวิตนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง และทั้งคู่จะต้องเดินทางต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด