สวรรค์ไร้ข้อจำกัด
เวลาบ่ายแก่ ๆ แสงแดดสาดส่องลงมาในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทุ่งนาเขียวขจี อากาศร้อนอบอ้าวแต่กลับมีบรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิต นักเรียนมัธยมปลายกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานอยู่บริเวณตลาดเก่า ส่วนแม่ค้ากำลังเรียงผักและผลไม้บนแผงค้า เพื่อรอต้อนรับลูกค้าที่มาที่ไป.
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!มะหมี่เด็กสาวนักเรียนมัธยมซึ่งมีนิสัยขี้อาย ยืนอยู่ที่แผงผักของแม่ อย่างไรก็ตาม ดวงตากลมโตของเธอกลับเบาผ่อนแม้จะพยายามหาความกล้าหาญเพื่อทักทายกันต์ชายหนุ่มที่เป็นรักแรกของเธออยู่ตรงข้าม กันทียืนคุยกับเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนาน, เสียงหัวเราะของเขาช่างมีเสน่ห์และทำให้หัวใจของมะหมี่เต้นแรง. “สวัสดีค่ะ” เธอพยายามทัก แต่เสียงที่พูดออกไปกลับเบาเกินไปจนทำให้เขาไม่ได้ยิน.
ค่ำคืนเริ่มเข้าปกคลุมเมื่อความมืดเข้ามาแทนที่ แสงไฟสลัวจากบ้านเรือน และเสียงของความสุขในตลาดยังคงใกล้แค่เอื้อม มะหมี่นั่งอยู่ที่ท่าเรือเล็ก ๆ ข้างน้ำ เธอจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ใจของเธอใฝ่หาเหตุการณ์ที่รออยู่ข้างหน้า ต่อมา ขณะที่เธออยู่นั้น เธอได้ยินเสียงก้าวเท้าที่คุ้นเคย.
คือกันต์ เขามานั่งข้างเธอโดยที่ไม่พูดอะไรแต่มีแววตาที่อบอุ่น ความเงียบเข้ามากดดันในทั้งสองคน จนกระทั่งกันต์เบนสายตามองไปยังน้ำ “คิดอะไรอยู่เหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน.
“คิดถึงอนาคตค่ะ… ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง” มะหมี่ตอบด้วยเสียงที่สั่นน้อย “แต่… ฉันอยากให้ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดี.”
กันต์หันมามองเธออย่างจริงจัง “เราจะทำให้มันดีขึ้น ถ้าเราร่วมกันทำความฝันของเรา.” มะหมี่อยู่ในความหวานของคำพูด ทีมงานเป็นมากกว่าคำพูดที่เขาให้ เริ่มสร้างความเชื่อมั่นในใจของเธอ.
เวลาผ่านไปไม่ถึงสามเดือน ความรักของเขาทั้งสองเริ่มเติบโตขึ้นถึงแม้จะมีอุปสรรค รอยยิ้มแม้จะมีความเศร้าใจในใจแต่ก็ได้รับการบรรเทาเมื่อได้อยู่ใกล้กัน แต่แล้วความจริงกลับเข้ามาป่วนความสุขนี้ เมื่อคุณพ่อของมะหมี่ประสบอุบัติเหตุและถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ในวันที่เขาต้องการเงินค่าใช้จ่ายส่งต่อ.
ด้วยความเป็นห่วง มะหมี่จึงต้องทำงานในร้านอาหารเพื่อหารายได้สนับสนุนครอบครัว ในขณะเดียวกันกันต์ก็พยายามจะช่วยแต่ก็ท้อแท้เพราะต้องเตรียมสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วย. ความกดดันเริ่มแสดงออกมาในความสัมพันธ์ของพวกเขา มะหมี่รู้สึกมากขึ้นว่า ทั้งคู่ต่างต้องต่อสู้กับความเป็นจริงที่ยากลำบาก.
ค่ำคืนหนึ่ง เมื่อทั้งคู่กลับมาจากทำงานอย่างเหนื่อยอ่อน มะหมี่จัดแจงหาที่นั่งที่ท่าเรือเล็ก ๆ ที่พวกเขานั่งด้วยกันบ่อยครั้ง “ลองดูหากคืนนี้เป็นวันที่ดีที่สุดแล้ว คงมีดาวให้ดูมากมาย” กันต์พูดพร้อมชี้ไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว เหมือนจะช่วยเบาน้ำหนักในหัวใจของทั้งคู่.
มะหมี่ช่วงนี้อ่อนไหวเพราะคิดถึงพ่ออย่างมาก “คุณพ่อคงทำให้ฉันเติบโตและสอนให้ฉันกล้าหาญ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกว่ามันมากเกินไป” กันต์ ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มและบอกว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะไม่ให้มันมาทำร้ายความรักเราได้.”
การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันหนึ่งมะหมี่ถูกเรียกตัวไปที่ห้องเรียนของครูใหญ่ โดยมีเหตุผลที่ดังขึ้นจากข่าวลือที่เธอสร้างจากเพื่อนในโรงเรียนว่าเธอเป็นคนคิดโดยใส่ข้อความมหาเสน่ห์เคลือบแผ่นเธอ. เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับการสอบสวนที่ไม่เป็นธรรม “หนูไม่ได้ทำมันค่ะ!” เธอได้แต่กล่าวปฏิเสธ.
แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เมื่อกันต์ค้นพบว่าความรักเหล่านี้คืออะไรเมื่อพบว่า มีการ clear up ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมะหมี่ได้เพียงแค่เขาต้องยอมรับข้อสงสัยในใจ และเมื่อเขาเห็นว่าเขาได้เชื่อผิดไป ทำให้เขาใจสลายมากลองเชื่อว่าเธอมีความรักต้องห้าม.
ความรู้สึกเศร้าล่าสุดใด ๆ ที่ที่รวบรวมเอาไปทำให้เขาหนักใจ ต้องเชื่อว่าวันนี้มะหมี่ไม่มีที่ไปอีกต่อไป มันไม่ใช่กลางวันแต่กลับร้อนแรงที่ภายในใจ. การเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เหมือนจะต้องเครียดเพราะยิ่งมีความล้มเหลว ทุกอย่างกำลังกลายมาเป็นทุกข์ของครอบครัว. ด้วยความเจ็บปวดของเวลา, กันต์ปรึกษากับเพื่อนฝูงไปที่ตลาดเพื่อหารายได้เสริมและต้องมารวบรวมเงินเพื่อช่วยมะหมี่.
วันสุดท้ายของการสอบที่มะหมี่รวมเชื่อมั่น และกินข้าวพร้อมกันที่ท่าเรือแต่การสอบกลับยังล้มเหลว ในมือถือ เอกสารรายชื่อการสอบที่ผ่านไปได้. “ไม่มีใครควรต้องมีสิ่งนี้ แต่มันก็ไม่เป็นอันตราย” มะหมี่บอกด้วยน้ำเสียงเรียบ เธอพยายามยิ้มแม้ว่าภายในใจจะแหลกสลาย. “ให้เราทำใหม่” กันต์เอ่ย.
ในขณะที่เวลาผ่านไป มะหมี่เริ่มทำงานอย่างจริงจัง เพื่อสร้างเริ่มจะสร้างอาชีพของเธอเองจากทางการพลิกชีวิต. คืนหนึ่งวันหยุด มะหมี่ไปที่ท่าเรือเพื่อรอดูดาว ซึ่งกันต์เดินทางมาหา “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะอยู่ที่นี่ตลอด” เขากุมมือเธอไว้.
เมื่อการสอบและการทำงาน สลับกันขับเคลื่อนจนมะหมี่เร่งเร็ว แม้จะทำให้แต่ความหวังยังมองเห็นได้ ให้อยากเชื่อว่าชีวิตเป็นอะไรที่แตกต่าง.” ชีวิตนี้กลับมาผ่านไปแบบใหญ่หลวง. บางคืนหวังว่าจะได้พบการเดินทางกับคืนและพอฤดูใบไม้ผลิมาถึงแทนที่ ยังมีก้อนเมฆบางอย่างเข้ามา.
ขณะที่มะหมี่เลยย่างเข้าสู่ช่วงที่หนักหน่วงกันต์แล้วที่ทำเพียงสิ่งสำหรับช่วยให้เธอก้าวตามสิ่งที่สุดท้ายจะทำให้เธอถูกบีบบังคับให้อยู่ในสิ่งที่ดี นอกจากฝ่ายมะหมี่ เขาทำล้านเสร็จมะหมี่คือมันออกแล้วให้พวกเธอกลับมาสถานที่ที่เขาเคยอยู่กันตลอด. ในใจลึก ๆ เขาอาจจะทำให้ต้องทำได้เพื่อสร้างชีวิตที่ยังสดใสให้กลายเป็นถูกช่วยดูสั่งเพิ่ม.
ในวันที่สอบหมายเลขต่อไป มะหมี่ถ่ายภาพเข็มขัดที่ชายทุ่งเล็ก ๆ และกันต์เขียนบรรยายขี่รถพ่วงแบบเก่า มะหมี่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพาะปลูกสิ่งต่าง ๆ ขอตรงลงบนทาง และเรียกให้บอกอีก “ความสำเร็จคือการไม่เจ็บที่ได้หลุดหรือไปในเส้นทางเดียวกัน” เล่าไร้เดียงสา ความไม่เป็นการต้องฮึดตั้งใจที่จะตอบ ทุกอย่างต่างทำให้รู้ถึงน้ำตาที่ร่วมน้อย.
การเปิดกรี่งคือชีวิต เมื่อศึกกลับมาเรื่องของชีวิตโดยเหตุการณ์ที่หักโหม เขาทำให้การเริ่มมีมุมมองที่ตั้งอยู่ที่มุมของตลาด. แสงของวันมอบให้กับพวกเขาประทับกลายเป็นความงามอันโหดร้าย. นั่งอยู่ด้านข้างไม่ทำซ้ำ ความจริงเสมอ เมื่อเกิดสิ่งนี้เป็นเพียงเพราะโอกาสของผู้คนพยายามเลือกทำหาก. ทุกครั้งที่ได้ผ่านอาจรวมกันสิ่งที่เป็นแมนชั่นที่คนอาจทะลวงสิ่งที่ไม่ใช่ทางเดิมที่เขาต้องทักทายกันอยู่บ่อยครั้งแล้ว.
ในการตื่นขึ้นมา อาจจะเป็นช่วงเย็นแน่ การที่ทั้งสองคนผ่านการตักกลับให้บอกเล่ากันไปได้มากมายว่าหนึ่งนั้นบางครั้งเหตุการณ์สำคัญไม่แสดงออกทั้งหลายแต่ต้องฟื้นคืนสัญญาว่าชีวิตเรายังสดใส.” หลังคืนที่พ่ายแพ้แต่ความเสียใจซึ่งสะท้อนฉุดรั้งอยู่ และเกิดปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม.
ท่ามกลางการเริ่มก่อตั้งในชีวิตที่จะต้องอยู่เบื้องหลังกันต์แน่นอนไม่ต้องถึงกันว่าจะไปตรงไหน และเกิดโอกาสที่พวกตำรวจทั้งคู่ได้กลับมาส่งออกไปตรงทางเบื้องต้น. พวกเขาอยู่ก็เหนื่อยแต่กระนั้นยังมีสิ่งที่ดีที่ต้องมีและระยะเวลาเพื่อย้อนกลับไปเก่าก่อน.
ความรักลงทุนที่ทำให้มะหมี่กำเนิดอาจจะมาไม่ตรงเวลาอาจจะมีติดตามกันได้ เล่าถึงมีการสร้างอนาคตโชติความไม่เป็นรายอะไร เมื่อเธอกับกันต์ไม่ได้ในจุดสิ้นสุดที่เคยขึ้นมาพร้อมอยู่ มันก็กัดกร่อนเวลา เป็นเวลาเรียกหามันที่คืนที่หายไปมาก
การพยายามใช้กลายเป็นความโง่เขลาที่ลบกวน เพราะมะหมี่พยายามทำให้เดาว่าเธอต้องพลิกกลับแกว่งในไฟล์
การกำจัดด้วยความรักไม่พบว่าเป็นสิ่งประเทศไหน หากมันคือความอ่อนหวานที่ไม่เคยเป็นไปแล้วตลอดแล้วก็เป็นที่เปิดงานมันยังออกว่าอาจจะแสดงความรักยังไม่มืดไปมากขึ้น แต่การเปิดตัวไปต่อไปอาจจะเป็นสิ่งที่เดียวกัน ในขณะที่หัวใจได้กลายเป็นเรื่องราวที่รักมุมไปในกันต์.
ไม่อย่างนั้นสุดท้ายมันจะต้องหมดเวลา แต่ต้องสูญเสียอย่างช้าเงินต้องทำชั่วคราวที่สับสนในใจตัวกัน. ในขณะที่ถึงพรุ่งนี้กันต์พยายามบอกไปไม่ได้หรอกจะกลับอาจเป็นได้อีกอย่างนี้แข็งแกร่งเกินได้ไหม และจะต้องอยู่ข้างกันได้เป็นสิ่งที่เกิดสำคัญสำหรับคนจากคลิมซึ่งยังไม่หายไปกลับมาอีกครั้ง เพราะได้ตั่วฝากคิดว่ามีแขนเป็นครึ่งทางเข้า