โครงการวิทย์วุ่นของกลุ่มเกรด C
“วิทยาศาสตร์ไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่จดจำแต่ตำราเท่านั้น!” เดชะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม เฉลิมชัยกับเปิ้ลอีกสองสมาชิกของกลุ่ม C ยิ้มเฝื่อนอยู่หลังโต๊ะวิทย์สีซีด-ที่สภาพเหมือนผ่านสมรภูมิทดลองไม่สำเร็จมานับสิบครั้ง เดชะเป็นหัวหน้าแก๊งผมหยิกน้อย ผู้มีนิสัยมั่นใจเกินภัยและชอบคิดใหญ่เกินตัว ส่วนเฉลิมชัย จริงจังแต่ขี้ระแวง ขณะที่เปิ้ลผู้รอบคอบแต่ขี้กลัวตลอดเวลา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงกริ่งสั้นดังลั่น ห้องประชุมโครงงานวิทย์เปิดประเด็นวุ่นวายตั้งแต่ต้น “เอาล่ะ ใครจะนำเสนอกลุ่ม C?” ครูหมิวถาม พลางปรายตามองภูเขากระดาษที่กองอยู่ตรงหน้าเดชะ “กลุ่มเราจะสร้างเครื่องตรวจจับอารมณ์จากเสียงหมา!” เดชะประกาศอย่างภาคภูมิ เฉลิมชัยกับเปิ้ลสะดุ้ง เหลือบมองหน้ากัน “ยังไม่เคยฟัง…แต่ก็น่าสนใจ” ครูหมิวเอียงคอ “ถ้าเวิร์กนะ…”
หลังเลิกเรียน สามคนรวมตัวถกไอเดียกันใต้ต้นหูกวาง “เอาจริงเหรอ เดช อย่าบอกนะว่าแกมีแผน?” เปิ้ลแค่นหัวเราะ “แผนสิ! ถ้าทำให้นักเรียนทั้งโรงเรียนตื่นเต้นได้ เราต้องชนะ!” เดชะยักคิ้ว “แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าเสียงหมา…มันแสดงอารมณ์?” เฉลิมชัยขมวดคิ้ว “อ๋อ ง่ายมาก เปิ้ลเคยเลี้ยงหมา เปิ้ลฟังได้ เปิ้ลเป็นผู้เชี่ยวชาญ!” เดชะหันขวับ เปิ้ลเบิกตาโต “อ้าว! ฉันแค่บ่นว่าเมื่อเช้าหมาเห่าใส่ ขอแก้เป็นแค่นั้นนะ”
“ไม่ต้องกลัว! เปิ้ล นายจะได้หูฟังของนักวิทยาศาสตร์!” เดชะลากสายหูฟังต่อไว้กับโหลพลาสติก “แบบนี้แหละนิยามของความล้ำหน้า” เฉลิมชัยเหล่ตา “แล้วแกจะเอาใครเป็นหมาทดลอง?”
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉลิมชัยยืนริมสนามหญ้า เฝ้าดูเดชะพยายามไล่จีบหมาจรหน้าตึกเรียน “หมาไม่เข้าใจแก!” เฉลิมชัยแซว “แต่ฉันมั่นใจ มันรู้ว่าฉันมีภารกิจ!” เดชะตะโกน “หมามันสนแค่ขนมปังในมือแกน่ะ…” เปิ้ลเตือน “วิทยาศาสตร์กับขนมปังคนละเรื่องนะ”
หมาตัวหนึ่งเดินเข้ามาอย่างระแวดระวัง เดชะพูดด้วยเสียงสูง “วู้วววว…สวัสดีหมา ฉันคือเพื่อน!” หมาเมินเดินไป “มันอาจสื่อสารอยู่ก็ได้” เดชะไม่ยอมแพ้
วันถัดมา พวกเขากลับมาด้วยเครื่องตรวจจับต้นแบบ — อุปกรณ์ที่ดูเหมือนเครื่องอัดเสียงที่ต่อเข้ากับก้อนแบตเสื่อมสภาพ “ไหน ลองกับหมาตัวเมื่อวาน” เฉลิมชัยกระซิบ “หมาตัวไหนดี?” เปิ้ลมองไปที่ลานโล่ง ปรากฏว่า หมาทั้งสามตัวกำลังวิ่งตามกันเองอย่างสนุกสนาน
เสียงหมาเห่าดังเข้ามาในหูฟัง “ได้ยินป่ะ?” เดชะชี้ปราด “เอ่อ…น่าจะโกรธนะ เสียงดุๆ” เปิ้ลสังเกต “หรือหมามันหิว?” เฉลิมชัยว่า “ไม่ใช่หรอก เม็ดขนมปังแกอยู่ในกระเป๋านั่นไง มันดมกลิ่นได้”
เครื่องติดขัด ลำโพงมีเสียงรบกวนแทรก เฉลิมชัยขยำสายไฟ “ถ้าเครื่องมันอ่านอารมณ์ผิดล่ะ?” “อาจจะมีหมาเศร้าโดยไม่ได้ตั้งใจ” เดชะตลก เฉลิมชัยหน้าเหวอ เปิ้ลเริ่มลังเล “หรือมันจะงงเพราะเราเอง?”
หลังสามวันแห่งความวุ่นวาย เครื่องต้นแบบพร้อมสำหรับการนำเสนอแรก แต่เช้าวันประกวด ทุกอย่างกลับบานปลาย “ใครเอาหูฟังของโรงเรียนไปต่อกับหมา!?” เสียงเจ้าหน้าที่ประกาศหาต้นเหตุ ไฟดูดดังเปรี๊ยะเมื่อเฉลิมชัยเสียบปลั๊ก ทำให้เครื่องช็อตออกควันขาวคละคลุ้งกลางสนาม
เดชะรีบเอ่ยปกป้องเครื่อง “นี่เป็นการทดลองแรงดันไฟฟ้าขั้นสูงครับ!” นักเรียนข้างๆ พากันขำ เปิ้ลหน้าเสีย “ฉันบอกแล้วว่าอย่าเอาเครื่องโรงเรียนมาผสมกับของเล่น”
พวกเขาถูกเรียกไปห้องพักครู ครูหมิวยิ้มเอือมระอา “ความคิดสร้างสรรค์จะแพ้ความไม่มีสติหรือเปล่าเนี่ย?” เดชะว่า “ครูครับ นี่มันเป็น only-in-our-group science นะครับ” ครูหมิวหัวเราะเบาๆ “จะรอดไหมเนี่ย?”
ยังไม่ยอมแพ้ กลุ่มเกรด C วิ่งพล่านหาทางซ่อมเครื่องก่อนจะถึงเวลาโชว์ พวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากปราณี ช่างไฟจอมประหยัดแห่งโรงเรียน “ของแบบนี้ต้องซ่อมด้วยเทปกาว!” ปราณีตัดสินใจทันที
แต่เมื่อไปถึงเวที เสียงไมค์กลายเป็นเสียงเห่าระดับลั่นโรง บึงทอง (เพื่อนศัตรูคู่แข่ง) เลียมองแบบคนรู้ทัน “พวกแกจะโชว์ทักษะล้ำสมัยหรือปลุกหมาวิญญาณขึ้นมากันแน่?” เฉลิมชัยสวน “มันคืองานฟังเสียง อาจเป็นเพลงหมาก็ได้”
เมื่อเริ่มนำเสนอ บึงทองเดินมาหยิบสายต่อจากเครื่องให้ดู “เฮ้ย แกต่อผิดขั้ว!” เปิ้ลตกใจ ไฟกะพริบพรึ่บ เสียงขำของเด็กๆ ดังขึ้นทั่วห้องประชุม “ความผิดพลาดเป็นแม่ของสิ่งประดิษฐ์!” เดชะกล่าวอย่างภูมิใจเฉพาะในสิ่งที่พัง
คืนนั้นเฉลิมชัยนั่งคิดหนัก “ทำไมแกถึงไม่ยกเลิกแผนแต่แรก?” เปิ้ลถาม “บางที…ความล้มเหลวก็เป็นผลลัพธ์ที่ดี” เฉลิมชัยว่า เดชะกลับหัวเราะ “รู้มั้ย พวกเรารวมกัน ไม่เคยสำเร็จอะไรเลยซักอย่าง…แต่ทุกครั้งมันก็สนุกใช่ไหม?”
วันสุดท้าย ก่อนประกาศผล กลุ่ม C มองหน้ากัน เฉลิมชัยว่า “ถ้าอย่างน้อยเราได้ถ้วยปลอบใจ…” เปิ้ลสวน “ห้องน้ำหญิงก็มีถ้วยแบบนั้นเยอะนะ” เสียงหัวเราะระเบิดขึ้น
กรรมการอ่านผลรางวัล “กลุ่ม C ชนะรางวัลความคิดสร้างสรรค์สุดขีด เพราะไม่มีใครกล้านึกไกลขนาดนี้!” โรงเรียนโห่ร้อง เดชะเต้นดึ๋งๆ “ชัยชนะคืออะไร…สิ่งที่เราทำมันก็พิเศษแล้ว!”
หลังเวที ครูหมิวเข้ามาตบบ่า “บางทีวิทยาศาสตร์ก็ต้องเริ่มจากการลองผิดลองถูกแบบพวกเธอนั่นแหละ”
กลุ่ม C ขำกันเอง “เดี๋ยวปีหน้า…ทำเครื่องแปลภาษาหนูดีไหม?” เปิ้ลถาม “อย่าเลย…ฉันขอกลับไปทดลองระเบิดหัวใจครูสักทีเถอะ!” เฉลิมชัยแกล้งถอนหายใจ หัวเราะกันลั่นก่อนแยกย้าย เหลือไว้เพียงกลิ่นไหม้จางๆ ของเครื่องต้นแบบและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกว่าเดิม