เสียงคลื่นสะท้อนในบ้านเก่า
คลื่นทะเลซัดดังสม่ำเสมอในยามค่ำ นภัสยืนอยู่ตรงประตูรั้วไม้กวาดสายตามองบ้านไม้สองชั้นสีขาวที่สีหม่นจนแทบกลืนไปกับหมอก เธอถือกุญแจที่แม่ส่งมาให้แน่น ทั้งที่ไม่เคยอยากกลับมาที่นี่อีกสายลมเค็มของทะเลกระทบหน้าอย่างแรง บ้านหลังนี้อยู่ฝั่งเดียวกับหาดร้าง ไม่มีบ้านอื่นใกล้เคียงเกือบร้อยเมตร รอบข้างมีต้นสนทะเลเก่าแก่ ซากเรือและไม้ลอยติดชายฝั่ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จะไหวเหรอลูก อยู่คนเดียวหลายวันไหม?” เสียงแม่แว่วจากโทรศัพท์ในกระเป๋าการที่แม่บอกให้กลับมาดูแลบ้าน เพราะแม่เข้าโรงพยาบาล นภัสต้องก้มหน้ารับคำทั้งที่ขัดใจ เธอสูดลมหายใจลึก เดินเข้าประตูไม้ที่ฝุ่นจับ หน้าต่างบานหนึ่งตรงมุมคาอยู่แบบนั้น ด้านในมีแต่ความว่างเปล่าและกลิ่นไม้เก่า
นภัสจุดไฟฉาย เดินสำรวจบ้านทุกห้อง ประตูห้องใต้บันไดถูกตอกตะปูไว้แน่น—ตรงนี้เธอจำได้ราง ๆ ว่าตอนเด็กไม่เคยกล้าเข้าไป ชานบ้านมีรอยสนิม คราบน้ำเค็มแห้ง ๆ บนไม้ ทุกอย่างเงียบผิดปกติ
เธอเปิดกระเป๋าหยิบกล่องข้าวขึ้นมาแต่เมื่อวางลงบนโต๊ะ กลับได้ยินเสียงครางแผ่วจากผนังด้านหนึ่ง ราวกับเสียงลมหายใจ หรือเสียงบางอย่างที่จมลึกใต้น้ำ เธอนั่งนิ่ง—เสียงเงียบไป พร้อมความสงสัยฝังใจ
คืนแรกผ่านไปอย่างกระสับกระส่าย นภัสนอนฟังเสียงคลื่น เงาผนังห้องวูบไหวกับไฟถนนนอกบ้าน คล้ายมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่หลังประตู ทุกสองสามนาทีจะมีเสียงเหมือนช้อนกระทบโต๊ะ แต่มองไปรอบห้องก็ว่างเปล่า
เช้าถัดมา เธอเดินไปร้านขายของชำที่เดียวในละแวก พี่ดามเจ้าของร้านจ้องหน้าเธอนาน “ทำไมถึงกลับมาล่ะน้อง บ้านนั้น…” เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนส่งของแล้วซุบซิบคุยกับคนข้าง ๆ สายตาแอบขวางเหมือนรู้บางอย่าง
นภัสเดินกลับ ตัดใจถาม “พี่รู้เรื่องบ้านนี้ไหม” ดามเงียบไปพักใหญ่ “ถ้าเสียงแปลก ๆ อย่าไปตอบ อย่าไปค้นหาที่มามัน” ดามพูดเหมือนเตือนกลาย ๆ
กลางคืนที่สอง นภัสตื่นมาตอนตีสาม ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินวนในบ้าน เธอออกมาดู พบหน้าต่างฝั่งทะเลเปิดแง้ม ทั้งที่เธอจำได้ว่าล็อกไว้อย่างดี พื้นใต้หน้าต่างมีรอยเปียกน้ำทะเลเป็นวงคล้ายคนยืนอยู่
ดูเหมือนทุกคืนจะมีเสียงกระซิบเบา ๆ ส่งมาจากห้องใต้บันได “อย่า… อย่า…” แรก ๆ ฟังไม่ถนัด แต่เสียงนั้นแผ่วแล้วยาวขึ้นเรื่อย ๆ
วันต่อมา นภัสตัดสินใจโทรถามแม่ “แม่…บ้านนี้เคยเกิดอะไรขึ้น?” แม่เงียบอยู่นาน “แม่ไม่อยากพูด ไม่อยากจำ เรื่องมันจบไปแล้ว…” แล้ววางสายช้า ๆ
นภัสหันไปสำรวจห้องใต้บันได หยิบค้อนจากกล่องเครื่องมือมาตอกตะปูออกทีละตัว เสียงดัง ‘แกร๊กๆ’ ดังแว่วมาจากตรงไหนสักแห่งในบ้าน พอเปิดประตูเข้าไป กลิ่นคาวเหมือนทะเลลึกตีขึ้นมาในทันที ห้องนี้ทั้งแคบและมืด มีลังไม้เก่าตั้งทิ้งไว้ข้างผนัง
เธอเปิดลัง เจอเศษผ้าขาด ๆ และอุปกรณ์แปลกตา—ฟางสามเส้นผูกเป็นปม พวงหญ้าทะเลแห้งร้อยเชือก และป้ายไม้สลักชื่อ “วิทยา” พร้อมตัวอักษรสลับกลับหัว ผนังห้องมีคราบน้ำไหลเป็นทางเหมือนภาพมือเลอะเป็นสาย
คืนนั้นคลื่นยิ่งพัดแรง เสียงลมหอนแทรกเสียงกระซิบ “กลับไป…” คราวนี้เสียงชัดขึ้น เหมือนบังคับ เธอต้องนั่งกอดตัวเองบนเตียงเพราะความกลัวเริ่มครอบงำ
กลางดึก นภัสฝันถึงชายแก่กับเด็กผู้หญิงในชุดขาวยืนริมทะเล ทะเลแดงฉานเหมือนเลือด เด็กหญิงร้องไห้แต่ไม่มีเสียง ตื่นมาก็ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรเดินวนอยู่ในบ้าน
รุ่งเช้าเธอเดินไปชานบ้าน เห็นที่พื้นมีรอยเท้าเปียกน้ำต่อเนื่องเป็นเส้นราวกับมีใครเดินจากชายหาดขึ้นมาในตอนกลางคืน เธอยืนจ้องร่องรอยนั้นก่อนหายใจแผ่ว เหมือนจะเป็นลม
เช้าวันหนึ่ง เด็กชายชื่อปาลปรากฏตัว หน้าตาซีดเซียว “พี่อยู่บ้านนี้เหรอ? เขาว่า…ถ้าได้ยินเสียงร้องกลางคืน ห้ามตอบ ห้าม