เสียงหัวใจเธอ
แสงแดดยามเช้าอบอุ่นกระทบผิว ขณะที่เสียงนกร้องทำให้หมู่บ้านเล็กๆ นั้นเริ่มมีชีวิต ท่ามกลางการเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความสงบ อุ่นใจ แต่ภายในใจของนารา กลับมีเสียงกระหึ่มที่รบกวนอยู่ตลอดเวลา…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นาราเปิดหน้าต่างห้องเล็กๆ ของเธอ สายลมพัดผมของเธอให้ปัดไปตามแรง ซึ่งเสียงเคาะประตูยังดังขึ้น น้องชายของเธอเกิดความสับสนกล่าวว่า “พี่ครับ ทิวมาแล้ว!” ความตื่นเต้นแทบจะออกมาจากตัวนารา ขณะที่เธอรีบแต่งตัวและวิ่งลงจากบันไดอย่างเร็ว “ให้ฉันไปก่อน!”
ถึงแม้เป็นแค่ใต้คานอาคารเก่าที่พังทลาย แต่สิ่งที่เธอเห็นนั้นกลับแตกต่างออกไป ทิวที่ยืนอยู่ตรงนั้นดวงตาเป็นประกายสีเขียวชอุ่ม มีรอยยิ้มบนใบหน้า เริ่มพูดคุยถึงความฝันที่เขาต้องการจะเป็นในอนาคต “ฉันอยากจะเป็นนักดนตรี” โทนเสียงหวานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจนั้นทำให้ใจของนาราเต้นตึกตัก
“นักดนตรี?” นาราถามพร้อมยิ้ม “มีแค่หนทางเดียวและก็คือฝันต่อไป” จู่ๆ ความเชื่อใจในกันและกันถูกสร้างขึ้นในชั่วพริบตา ขณะที่วันนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งชีวิตของทั้งคู่…
แต่เมื่อสาวน้อยรู้ข่าวที่ชวนให้หวาดกลัว ครอบครัวของเธอมีแผนที่จะย้ายไปอยู่เมืองใหญ่ ทิวมีหน้าที่ที่ต้องทำเสร็จก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ความท้าทายดังกล่าวคือการทำให้ทั้งสองแข็งแกร่งขึ้น ผ่านอุปสรรคและความผิดหวังที่จะมาเยือน
“นารา ฉันจะไม่ยอมให้เธอไป” ทิวพูดเสียงดังขึ้น ขณะยืนอยู่บนสันเขาที่สามารถมองเห็นทะเลสาบ แต่กลับมีความลังเลอยู่ในดวงตา มันทำให้หัวใจของนารารู้สึกตื่นเต้น สิ่งที่เหลืออยู่คือการตัดสินใจของพวกเขา เมื่อทุกอย่างอยู่ในที่ที่ไม่แน่นอน…
คืนนั้น พวกเขานั่งอยู่ริมกองไฟ รสชาติของไฟตุ๋นกับโรตีอุ่นๆ เป็นบรรยากาศที่ดี แต่พวกเขารู้ว่ามันอาจจะไม่ได้มีอีกต่อไป เมื่อทิวพูดว่า “เราต้องทำอย่างไร” ทำให้ยิ่งสะท้อนถึงความเจ็บปวดที่อยู่ในใจทั้งสอง
เสียงของเปียโนดังขึ้นในหัวของนาราอาจเป็นสิ่งที่เธอต้องทบทวน เมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองมีโอกาสได้ร่วมกันฟังเสียงของฉากดนตรีที่ทำให้ทุกปัญหาที่เผชิญมาตอนนี้เบาบางลง
แต่ความลับที่ทิวเก็บไว้อาจขัดแย้งกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนารา ซึ่งทำให้ท้ายที่สุดพวกเขาต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิต…
เสียงปีกแมลงทับในยามเช้าได้กลายเป็นสัญญาณเตือนเมื่อรู้ว่าทุกสิ่งที่รอคอยอยู่คือการตัดสินใจที่สุดท้าย พวกเขาต้องเข้าใจว่าความรักไม่ใช่เพียงการเป็นเจ้าของ แต่เป็นการให้และการปล่อยวาง โดยรักได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไข
ในตอนจบ ซีนสุดท้ายคือลมพัดผ่านขึ้นท่ามกลางช่อดอกไม้มะลิ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวัง หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นสัญญาณว่าจะยังรักกันตลอดไป แม้ว่าทางที่จะเดินนั้นอาจไม่ง่าย แต่ความรักอันแท้จริงย่อมต้องมีการสูญเสียและการเลือกที่จะเริ่มใหม่