เสียงขอพร
เช้าของวันเสาร์ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านใบไม้ เสียงร้องเพลงของนกกระจาบดังแว่ว ๆ ข้ามทุ่งนา ขณะที่เด็กหญิงวัยสิบสามปีชื่อว่า พร ยืนอยู่หน้าบ้านไม้เก่าเล็ก ๆ ของเธอ รู้สึกถึงความอ้างว้างและเงียบงันที่เข้ามาแทนที่เสียงหัวเราะและการขอโทษ เมื่อพ่อของเธอหายไปโดยไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์นั้นได้ พรยืนอยู่ริมประตูบ้าน หยุดมองไปที่ที่ว่างเปล่าที่เคยมีรอยเท้าของพ่อมาที่นี่ เธอปล่อยน้ำตาเป็นเสียเสียงฮือฮาจากข้างในเหมือนที่เคยได้ยินจากผู้ใหญ่เมื่อพวกเขาฝึกรวมกลุ่มกันในระหว่างงานขอพรที่เป็นประเพณีในหมู่บ้าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ทำไมพ่อไม่กลับมา พ่อบอกว่าเขาจะไม่ทิ้งเรา” เสียงของพรบนสำนึกในใจ เด็กน้อยได้แต่นั่งลงบนหญ้าเขียวขจี ขณะที่ภาพความทรงจำของพ่อโบยบินวนเวียนอยู่ในหัว จากนั้น เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น แสงฟ้าแลบผ่านท้องฟ้าที่เป็นสีเทาครึ้มเหมือนป้ายเตือนว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
วันถัดมา ในงานขอพรประจำปี ชาวบ้านเริ่มมารวมตัวที่ลานหน้าาวา ว่างนานขนาดใหญ่ พรยืนมองการเคลื่อนไหวของผู้คนอย่างตื่นเต้น แม้จะหายความสุขไปจากใจ แต่พริกตื่นเต้นที่ได้เห็นและเข้าใจถึงสิ่งที่สำคัญของหมู่บ้าน เปลวไฟที่ทำให้การหายไปของพ่อเธอนิดน้อยทุเลาลง ความเชื่อและประเพณีในงานนี้มีพลังในการเยียวยาจิตใจของทุกคน
แต่เมื่อถึงเวลาที่พรจะต้องร่วมขอโทษต่อสิ่งที่หายไป เธอรู้ดีว่าความรู้สึกของเธอนั้นซ้อนกันอยู่ในใจ มันเหมือนมีพันธนาการที่ยิ่งใหญ่เธอกำลังต่อสู้ไม่ให้ตัวเองพูดออกไป ในหัวใจเป็นลางสังหรณ์ที่บอกว่าอาจจะไม่มีพ่ออีกต่อไป
ในระหว่างที่เธอไปร่วมงาน ต่อมาก็ได้พบกับเด็กชายชื่อว่า บอส ที่มีสายตาและท่าทางที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ ขณะที่เขาเข้ามาทักทายพรรณีผู้สุกใส มีบางอย่างในสายตามาที่ความเปล่าเริ่มดึงดันความรู้สึกออกมาจากพร หนีไปจากความเศร้าที่มีอยู่ พวกเขาเริ่มพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกัน ทั้งสองคนเริ่มทำความรู้จักแต่ยังคงรักษาเงียบงันแห่งความรู้สึกไว้
เมื่อทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน ความเงียบที่เกิดขึ้นถูกเปลี่ยนกลายเป็นเสียงสัมพันธ์ที่ดังก้องในหัวใจของพร เมื่อบอสเล่าประสบการณ์ชีวิตของเขาที่ใช้ในการวิ่งหนีปัญหาที่บ้าน นักเรียนที่เธอรุ้จักดูแก่ชราเกินวัย เริ่มแสดงให้เห็นซึ่งมุมมองและเป็นสัญญาณแห่งความต้องการที่จะยินดีร่วมต่อเลยเส้นชีวิต
เมื่อการไปที่โรงเรียนลงตัว ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ พรได้พบกับความจริงแล้ว โดยที่บอสได้ช่วยให้เธอดูเห็นแก่ตัวกระทำทุกอย่าง การเดินเป็นการสำรวจความลับของตัวเองที่ต่อสู้ด้วยเสียงตัวเอง จากเสียงของพร เป็นสิ่งที่ทำให้ใจของเธอได้ยินเสียงที่เธอไม่เคยให้เวลากับตัวเอง
เช้าวันนั้น เมื่อเธอไปที่บ้านเพื่อนความกังวลกรุ่นในหัวหลับตา บอสมองเข้าอย่างลึกซึ้งและแสดงความหวังให้พรตั้งอยู่ หญิงสาวเริ่มตั้งคำถามและเตรียมตัวว่าจะเลือกทำอะไรโดยในขณะเวลาถึงลานหน้าบ้านคนก็มีงานเรียบร้อย เสียงเข้ามาจากหลังกำแพงและบอสก็อยู่ที่นั่นทุกค่ำคืน เสียงร้องจึงออกมาจากใจของพรเธอปล่อยให้เสียงของความหวังได้เป็นแบบธรรมชาติถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
การเติบโตของพรได้กลับมาสู่ต้นเป็น และจะขอพรให้สามารถมีเครื่องหมายในใจได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ปัญญาจากเสียงร้องและการห่วงหาอาวรณ์ทำให้การหายไปของพ่อ ทำให้เธอได้ตระหนักความรักที่ยังคงอยู่ในครอบครัว การทำให้เสียงของพวกเขาได้ยินในช่วงข้ามเวลา อาจจะเป็นความรักที่พ่อได้ฝากไว้จะคงอยู่เป็นอมตะในใจเธอเสมอ
รวมทั้งพร และบอสได้ช่วยกันบริหารแบ่งปันความรักมิตรภาพ แสงสว่างที่คนรอบข้างที่ทำให้ความสุขที่ยังมีดีงามพร้อมดึงกลับคืนเกิดขึ้นอยู่รอบตัว พวกรวมกันบริหารชัยไปทุกด้านของการมีชีวิตความหมายในประวัติศาสตร์แห่งเสียงขอพร